คุณหมอนักปรุงกับฟาร์มอดีตที่พังทลาย•ตอนที่ 20

เสียงชื่นชมจากเมืองใหญ่

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
ปึก! แฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มถูกวางลงบนโต๊ะไม้สักตัวยาวในห้องทำงานของโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนประจำมณฑล เสียงนั้นดังพอที่จะทำให้บรรยากาศที่เงียบงันอยู่แล้ว ยิ่งดูตึงเครียดขึ้นไปอีกหลายเท่า "นี่มัน... เกินกว่าที่พวกเราคาดการณ์ไว้มากครับท่านรองผอ." แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสท่านหนึ่ง เอ่ยขึ้นพร้อมกับเลื่อนแว่นสายตาลงเล็กน้อย นิ้วที่สั่นเทาเล็กน้อยชี้ไปยังกราฟผลการทดลองทางห้องปฏิบัติการ และรายงานการรักษาผู้ป่วยโรคข้ออักเสบเรื้อรังและอาการช้ำในจากอุบัติเหตุ ที่เพิ่งผ่านการทดสอบด้วยยาสมุนไพรสูตรโบราณจากฟาร์มชนบทห่างไกล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล หลี่เฉิงหยวน ไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาในทันที เขากวาดสายตาคมกริบอ่านตัวเลขและข้อสรุปในเอกสารทีละบรรทัด ใบหน้าเรียบเฉยแต่ดวงตากลับฉายแววทึ่งอย่างปิดไม่มิด ผลลัพธ์จากการใช้ 'ยาทาและยาลูกกลอน' ของหมอพื้นบ้านที่ชื่อหลินฟาง ให้ผลลัพธ์ในการลดการอักเสบและฟื้นฟูเนื้อเยื่อได้เร็วกว่ายาแผนปัจจุบันราคาแพงบางตัวเสียอีก "ในรอบสิบปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยเห็นสมุนไพรตัวไหนที่ผ่านการปรุงและสกัดด้วยวิธีดั้งเดิม แต่กลับมีความบริสุทธิ์และออกฤทธิ์ได้แม่นยำขนาดนี้..." หลี่เฉิงหยวนพึมพำกับตัวเอง "คนเขียนสูตรยานี้ ไม่ใช่แค่หมอพื้นบ้านธรรมดาแน่ เขาต้องมีความเข้าใจลึกซึ้งทั้งทางแพทย์แผนจีนโบราณและสรีรวิทยาแผนปัจจุบันอย่างถ่องแท้" ในขณะเดียวกัน ห่างจากตัวเมืองออกไปหลายร้อยลี้ บรรยากาศภายในฟาร์มตระกูลหลินกลับอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรตากแห้งและไอน้ำจากหม้อตุ๋นยาขนาดใหญ่ หลินฟาง (หมอภัทร) ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับศอกและกางเกงผ้าฝ้ายง่ายๆ กำลังใช้ช้อนไม้คนส่วนผสมในหม้อทองเหลืองอย่างใจเย็น เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมคาย ทว่าแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความสุขุมและมั่นใจ กลิ่นหอมละมุนของโสมตังกุยผสมผสานกับรากไม้หายากจากมิติลับ ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ส่งกลิ่นเย้ายวนชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย "ระวังหน่อยครับภรรยา ความร้อนกำลังได้ที่ เดี๋ยวจะลวกมือเอาได้นะ" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้น พร้อมกับผ้าขนหนูสะอาดที่ยื่นมาซับเหงื่อบริเวณขมับให้แผ่วเบา จางเหว่ยยืนอยู่ข้างกายด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความห่วงใย มือหนาของอดีตทหารหาญโอบเอวบางไว้หลวมๆ เป็นการประคองโดยสัญชาตญาณ แม้ว่าภรรยาของเขาจะจัดการทุกอย่างได้อย่างยอดเยี่ยมจนไม่มีที่ติก็ตาม หลินฟางเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ผมระวังตัวอยู่แล้วครับพี่เหว่ย... ว่าแต่ ทางโรงงานแปรรูปสมุนไพรล็อตแรกที่เราส่งเข้าเมืองเมื่อวาน เป็นอย่างไรบ้างครับ? พี่ได้รับข่าวจากลุงเฉินบ้างหรือยัง" จางเหว่ยคลี่ยิ้มกว้าง ดวงตาคมเข้มเป็นประกายระยิบระยับ "นั่นแหละคือสิ่งที่ผมกำลังจะบอกคุณ ลุงเฉินเพิ่งส่งโทรเลขด่วนมาที่ทำการไปรษณีย์หมู่บ้านเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน..." เขเว้นจังหวะเล็กน้อยเพื่อเพิ่มอรรถรส ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ "ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรตระกูลหลินของเรา ถูกกวาดซื้อเกลี้ยงหมดสต็อกภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมงหลังจากวางแผงในร้านขายยาหลวง และตอนนี้... ทางคณะกรรมการแพทย์แผนโบราณของมณฑลกำลังทำเรื่องขอเจรจาซื้อสิทธิ์สูตรยาแบบผูกขาดกับเราแล้วครับ!" ข่าวนี้ไม่ได้ทำให้หลินฟางแสดงอาการตื่นตระหนกหรือกระโดดโลดเต้นอย่างที่ควรจะเป็น ร่างเพรียวเพียงแค่พยักหน้ารับช้าๆ อย่างใช้ความคิด ใบหน้ายังคงความเยือกเย็น ดั่งเช่นหมอผู้ผ่านการเยียวยาผู้คนมานับไม่ถ้วน เขารู้ดีว่าคุณภาพของยาในมิติลับประกอบกับภูมิปัญญาดั้งเดิมนั้นทรงพลังเพียงใด แต่การที่มันทะยานขึ้นสู่จุดสนใจของวงการแพทย์ระดับมณฑลได้รวดเร็วขนาดนี้ ย่อมหมายความว่า... "ความสงบสุข" แบบเรียบง่ายในฟาร์มแห่งนี้ กำลังจะถูกทดสอบด้วยผลประโยชน์ก้อนโตจากผู้คนเบื้องบน "เรื่องขอซื้อสูตรยา... เรายังไม่ต้องรีบตอบตกลงครับพี่เหว่ย" หลินฟางวางช้อนไม้ลง หันมาเผชิญหน้ากับสามี แววตาสะท้อนความเจ้าเล่ห์และเฉียบแหลมแบบนักธุรกิจที่ซ่อนอยู่ภายใต้คราบแพทย์หนุ่ม "ของดี ย่อมมีราคาค่างวดที่เหมาะสม หากเรายอมขายขาดให้พวกเขาง่ายๆ พวกเราก็เป็นได้แค่คนหาวัตถุดิบราคาถูก แต่ถ้าเราใช้วิธี 'ร่วมทุนผลิต' โดยให้ฟาร์มของเราเป็นผู้ควบคุมคุณภาพแต่เพียงผู้เดียว... อำนาจการต่อรองจะอยู่ที่เรา" จางเหว่ยจ้องมองภรรยาด้วยความหลงใหลระคนทึ่ง ผู้ชายคนนี้ไม่เคยทำให้เขาผิดหวังเลยสักครั้ง สมองที่ชาญฉลาดและหัวใจที่เด็ดเดี่ยว ทำให้หลินฟางเปรียบเสมือนเพชรเม็ดงามที่ส่องประกายเจิดจ้าท่ามกลางโคลนตมในอดีตที่เคยพังทลาย "ตามใจคุณทุกอย่างครับ คุณอยากทำอะไร ผมพร้อมสนับสนุนและยืนหยัดอยู่เคียงข้างคุณเสมอ" จางเหว่ยกระซิบชิดริมหีบปากบาง น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยความหนักแน่นและจริงใจ ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานชื่น เสียงเคาะประตูกรั้วหน้าฟาร์มก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงและเร่งรีบ ตามมาด้วยเสียงโวยวายคุ้นหูที่ไม่ได้ยินมานานนับเดือน "เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ไอ้หลานอกตัญญู! แกคิดว่าจะหนีพ้นความจริงหรือไง ทางการเขารู้กันหมดแล้วว่าพวกแกทำยาขายได้เงินเป็นกอบเป็นกำ ทำไมไม่รู้จักแบ่งให้ญาติผู้ใหญ่ในตระกูลมาช่วยใช้บ้างวะ!" เสียงของป้าสะใภ้ใหญ่ผู้โลภมาก แผดดังลั่นผ่านรั้วไม้ไผ่ ทำลายความสงบเงียบยามบ่ายลงจนหมดสิ้น ตามมาด้วยเสียงทุบประตูโครมครามอย่างไม่เกรงใจใคร หลินฟางหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก ช่างเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะเจาะเสียจริง หมาบ้าที่เคยไล่กัดพวกเขาในวันที่ตกอับ บัดนี้ เมื่อได้กลิ่นความเจริญรุ่งเรืองและเงินทอง ก็วิ่งกระหืดกระหอบกลับมาหาเรื่องถึงหน้าบ้านอีกครั้ง จางเหว่ยหน้าตึงขึ้นทันที ร่างสูงใหญ่ขยับตัวเตรียมก้าวออกไปจัดการ แต่หลินฟางกลับเอื้อมมือไปแตะแขนของสามีไว้เบาๆ เป็นสัญญาณห้าม "ใจเย็นก่อนครับพี่เหว่ย..." หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสจิตสังหารจางๆ ที่ทำให้คนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ "ในเมื่อพวกเขากลุตะเกียจตะกายมาถึงที่นี่ด้วยความโลภ... เราก็ควรจะต้อนรับพวกเขาด้วย 'บทเรียนราคาแพง' ที่ไม่มีวันลืมเสียหน่อย" หลินฟางก้าวเดินนำหน้าสามีไปยังประตูหน้าฟาร์ม ชายหนุ่มเปิดประตูรั้วออกกว้างอย่างไม่เกรงกลัว เผยให้เห็นร่างของป้าสะใภ้และลุงใหญ่ที่ยืนหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความกระหายเงินทอง โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่า... รถยนต์สีดำติดป้ายราชการคันหนึ่งกำลังแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าที่หน้าปากทางเข้าหมู่บ้าน พร้อมกับร่างของรองผู้อำนวยการหลี่เฉิงหยวนที่ก้าวลงจากรถพร้อมแฟ้มเอกสารสำคัญในมือ! ติดตามตอนต่อไป... ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมอภัทรแก้ไขชะตา" มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนักปรุงกับฟาร์มอดีตที่พังทลาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%