"หลินเฉียง เจ้ากล้ากล่าววาจาสัตย์จริงต่อหน้าทางการหรือไม่ว่า ข้าเอาเปรียบหรือคดโกงสิ่งใดจากรัฐ!"
น้ำเสียงของหลินฟางราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้รอบตัวจะเต็มไปด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นของชาวบ้านในตลาดมืดที่พากันถอยร่นออกไปเป็นวงกว้าง ความกดดันแผ่ซ่านในอากาศยามที่สารวัตรทหารทั้งสองนายก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัว ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบเข้มงวดกวาดตามองแผงขายยาสมุนไพรและเนื้อตุ๋นยาจีนที่ยังส่งไอความร้อนกรุ่น ก่อนจะหันไปสบตากับหมอหนุ่มผู้ยืนสงบนิ่ง
หลินเฉียงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ใบหน้าอัปลักษณ์บิดเบี้ยวด้วยความริษยา ดวงตาเรียวเล็กจดจ้องไปยังถุงเงินคาดเอวที่ดูตุงขึ้นมาเล็กน้อยของหลินฟางด้วยความโลภที่ปิดไม่มิด "หึ! ปากแข็งไปเถอะหลินฟาง ใครๆ ในหมู่บ้านก็รู้ว่าแกมันไอ้คนอกตัญญู ขโมยสูตรยาลับของตระกูลมาค้าขายร่ำรวยคนเดียว แถมยังแอบลักลอบค้าขายของเถื่อนนอกโควตาทางการ สารวัตรครับ! คนนีแหละครับที่กักตุนสินค้าและสร้างความปั่นป่วนให้ระบบเศรษฐกิจ!"
ข้อกล่าวหานี้หนักหนาเอาการในยุค 70-80 ที่กฎเกณฑ์ของรัฐยังคงเข้มงวด หากถูกป้ายสีว่าเป็นพวก "นายทุนน้อยจอมกักตุน" หรือ "ค้าขายผิดกฎหมาย" มีหวังถูกส่งตัวไปใช้แรงงานปรับทัศนคติในค่ายดัดสันดานจนหมดอนาคตอย่างแน่นอน
จางเหว่ยที่เพิ่งเดินกลับมาจากซื้อแป้งสาลีและน้ำมันหมู ถือถุงกระดาษหนาแน่นในมือ ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทด้วยความโกรธเกรี้ยว เขารemove ตัวเองเข้ามาแทรกกลางระหว่างหลินเฉียงและภรรยา ร่างกายกำยำแผ่รังสีคุกคามจนสารวัตรทหารต้องยกมือขึ้นแตะด้ามปืนพกโดยสัญชาตญาณ
"พูดจาระวังปากหน่อยหลินเฉียง" จางเหว่ยเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน น้ำหนักเสียงทรงพลังจนคู่กรณีสะดุ้งโหยหาความกลัว "ภรรยาของข้าทำมาค้าสุจริต มีใบอนุญาตถูกต้องตามระเบียบของสหกรณ์ ถ้าแกยังกล้าปล่อยข่าวลือพล่อยๆ ใส่ร้ายป้ายสี ข้าจะทำให้แกไม่มีปัญญาแม้แต่จะเดินกลับบ้านด้วยขาของตัวเอง"
บรรยากาศในตลาดมืดพลันเงียบกริบลงทันที ไม่มีใครกล้าหายใจแรง เสียงลมหายใจของหลินเฉียงเริ่มติดขัดเมื่อเผชิญหน้ากับความดุดันของอดีตทหารหาญอย่างจางเหว่ย แต่ด้วยความเคียดแค้นและเงินสินบนก้อนโตที่อาสะใภ้ใหญ่เป็นคนแอบยัดใส่มือให้เมื่อเช้า หลินเฉียงจึงกัดฟันสู้ต่อ
"ทำเป็นปากดีไปเถอะ... แกสองคนผัวเมียเตรียมตัวรับหมายเรียกจากทางการได้เลย ข้าส่งคนไปยื่นเรื่องร้องเรียนเรื่องการใช้พื้นที่สาธารณะค้าขายกำไรเกินควรแล้ว!" หลินเฉียงถอยหลังกรูดไปหลบหลังสารวัตรทหาร ก่อนจะลอยหน้าลอยตาทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยแล้วรีบแทรกตัวหายลับไปฝูงชนอย่างรวดเร็ว
สารวัตรทหารนายหัวหน้าถอนหายใจยาวนาน เขามองหน้าหลินฟางที่ยังคงมีสีหน้าสุขุมเยือกเย็น ไร้ร่องรอยความหวาดกลัวแม้แต่น้อย "คุณหลิน... ทางเราทำหน้าที่ตามรับแจ้ง หากไม่มีสิ่งผิดกฎหมายในครอบครอง ท่านก็ไม่ต้องกังวล แต่หากมีผู้ร้องเรียนซ้ำๆ ทางเราอาจจะต้องขอตรวจสอบบัญชีและแหล่งที่มาของสมุนไพรเหล่านี้อย่างละเอียด"
"ยินดีครับผู้กอง" หลินฟางโคศีรษะให้อย่างสุภาพ พร้อมหยิบห่อสมุนไพรบำรุงกำลังเกรดดีที่คัดสรรเป็นพิเศษจากมิติฟาร์มยื่นให้ด้วยรอยยิ้มบางเบา "สมุนไพรเหล่านี้ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยอนามัยชุมชนเรียบร้อยแล้วครับ ผู้กองเหนื่อยกับการปฏิบัติหน้าที่มาทั้งวัน นำสิ่งนี้ไปต้มดื่มบำรุงธาตุหยางเสียหน่อย จะช่วยลดอาการปวดเมื่อยตามข้อต่อในช่วงที่อากาศชื้นได้ดีนัก"
สารวัตรทหารชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อรับห่อสมุนไพรมาสัมผัส กลิ่นหอมจางๆ ของโสมและเก๋ากี้คุณภาพเยี่ยมโชسออกมาทะลุกระดาษห่อ ความตึงเครียดในแววตาผ่อนคลายลงทันที เขาย่อมรู้ดีว่าใครเป็นใครในย่านนี้ การที่หลินฟางนิ่งสงบและมีท่าทีฉลาดเฉลียวเช่นนี้ย่อมแสดงว่าเบื้องหลังย่อมไม่ธรรมดา
"ขอบใจมากหมอหลิน... ทำมาค้าขายก็ระวังตัวหน่อย ช่วงนี้พวกคนอิจฉาตาหนามีมาก" สารวัตรทหารตบบ่าจางเหว่ยเบาๆ ก่อนจะสั่งการให้ลูกน้องเดินตรวจตราความเรียบร้อยต่อ
เมื่อความวุ่นวายคลี่คลายลง จางเหว่ยรีบวางถุงแป้งลงบนโต๊ะไม้ มือกว้างคว้าจับข้อมือเรียวของภรรยาพลิกดูด้วยความเป็นห่วง "ฟางฟาง... เจ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่ เจ้าคนสารเลวหลินเฉียงนั่นกล้าดียังไงมาหาเรื่องถึงที่นี่ ข้าควรจะสั่งสอนมันให้หนักกว่านี้เมื่อครู่"
หลินฟางอมยิ้ม มืออีกข้างยกขึ้นแตะแก้วสากของสามีอย่างอ่อนโยนสัมผัสไอร้อนจากร่างกายที่แสดงถึงความห่วงใยจากใจจริง "พี่เหว่ย... คนประเภทนั้นไม่จำเป็นต้องให้เราลงมือหรอกครับ ยิ่งพวกมันดิ้นรนปล่อยข่าวลือมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเปิดเผยความโง่เขลาและความโลภของตัวเองออกมาให้ชาวบ้านเห็นชัดเจนขึ้นเท่านั้น"
ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น "แต่ชื่อเสียงของเจ้าในตลาดอาจจะเสียหายนะ คนพวกนั้นหูเบาจะตายไป"
"ปล่อยให้พวกเขาพูดไปเถอะครับ" หลินฟางหันไปมองหม้อตุ๋นเนื้อยาจีนที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ น้ำซุปสีอำพันเคี่ยวด้วยกระดูกวัวและสมุนไพรจีนสิบชนิด ผสมผสานกับความหวานฉ่ำของหัวผักกาดขาวจากมิติฟาร์ม กลิ่นหอมเย้ายวนนี้เริ่มดึงดูดให้ลูกค้าขาประจำและผู้คนในตลาดที่เพิ่งหายจากอาการตื่นตระหนกเดินเข้ามามุงล้อมแผงค้าอีกครั้ง
"หอมเหลือเกิน... หมอหลิน วันนี้ทำเมนูอะไรอีกเนี่ย กลิ่นลอยไปไกลถึงสามซอย" คุณป้าเฉิน แม่ค้าขายไข่ไก่เดินเข้ามาใกล้ พร้อมสูดกลิ่นหอมเข้าปอดลึกๆ สีหน้ากังวลเมื่อครู่หายวับไปกับกลิ่นหอมของอาหาร
"วันนี้ข้าทำ 'ซุปเนื้อตุ๋นยาจีนตุ๋นตุ๋นยาจีนตุ๋นโสมตังกุย' ครับป้าเฉิน ช่วยบำรุงเลือดลม ขับความหนาวเย็นในร่างกาย เหมาะกับอากาศช่วงเปลี่ยนฤดูนี้ที่สุด ถ้วยละสองเหมาเท่านั้นครับ" หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเป็นกันเอง รอยยิ้มสดใสของหมอหนุ่มทำให้บรรยากาศรอบตัวกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งในพริบตา
เพียงไม่นาน ลูกค้าก็ต่อแถวยาวเหยียดแย่งกันซื้อซุปเนื้อตุ๋นจนหมดเกลี้ยงหมอภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เงินเหมาและเศษสตางค์ถูกหยอดใส่กล่องไม้จนแน่นหนา ความโกรธแค้นจากเหตุการณ์เมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความคึกคักของการค้าขายที่ทำกำไรเป็นกอบเป็นกำ
ตกดึก... ณ บ้านพักในเขตฟาร์มเก่าที่เริ่มได้รับการบูรณะจนดูสะอาดสะอ้านและอบอุ่น แสงตะเกียงน้ำมันส่องสว่างสะท้อนใบหน้าคมคายของจางเหว่ยที่กำลังนั่งนับเงินรายได้วันนี้บนโต๊ะไม้ตัวเก่า
"วันนี้เราได้กำไรเกือบสามสิบหยวนแน่ะฟางฟาง!" จางเหว่ยเอ่ยด้วยความตื่นเต้น ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ เขาไม่เคยคิดเลยว่าการทำอาหารและสมุนไพรจะสร้างรายได้มากมายขนาดนี้ในเวลาอันสั้น
หลินฟางนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม กำลังง่วนอยู่กับการคัดแยกเมล็ดพันธุ์โสมป่าที่จะนำไปเพาะปลูกในมิติฟาร์ม มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงดีใจของสามี
"นี่เพิ่งเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นครับพี่เหว่ย..." หลินฟางเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี แววตาคมปลาบฉายประกายความเจ้าเล่ห์อย่างที่จางเหว่ยชอบมอง "ในเมื่อพวกตระกูลหลินอยากเล่นเกมปล่อยข่าวลือทำลายชื่อเสียงนัก เราก็ควรจะจัด 'ของขวัญชิ้นพิเศษ' ส่งกลับไปให้พวกเขาได้ลิ้มรสความพินาศที่แท้จริงบ้าง"
จางเหว่ยชะงักมือที่กำลังนับเงิน รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นตามภรรยา "เจ้ามีแผนการอะไรในใจแล้วสินะ บอกสามีคนนี้หน่อยสิว่าเราจะจัดการพวกปลิงพวกนั้นอย่างไรดี"
หลินฟางยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบ เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบและรุนแรง *ปัง! ปัง! ปัง!*
ทุบประตูด้วยความร้อนรนราวกับมีเรื่องคอขาดบาดตาย จางเหว่ยขมวดคิ้วลุกขึ้นยืนทันที แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ก้าวไปเปิดประตู บานไม้เก่าๆ ก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาด้วยแรงมหาศาล
ร่างของอาสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลหลินยืนหอบหายใจสะท้าน ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เสื้อผ้าหลุดลุ่ยราวกับเพิ่งวิ่งหนีตายมาตลอดทาง ดวงตาเบิกWIDด้วยความหวาดกลัวสุดขีด นางพยายามอ้าปากจะพูดบางอย่าง แต่เสียงที่หลุดออกมากลับมีเพียงเสียงสะอื้นไห้และคำพึมพำที่ไม่เป็นภาษา
"ช่วย... ช่วยด้วย! ลูก... ลูกชายบ้านเรา... มัน... มันกลายเป็นบ้าไปแล้ว!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับการแก้ไขชะตากรรมครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
คุณหมอนักปรุงกับฟาร์มอดีตที่พังทลาย•ตอนที่ 9
คนขี้อิจฉาเริ่มเคลื่อนไหว
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนักปรุงกับฟาร์มอดีตที่พังทลาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!