คุณหมอนักปรุงกับฟาร์มอดีตที่พังทลาย•ตอนที่ 6

กลิ่นดินหอมหลังฝน

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
"หากพวกท่านยังกล้าเอา 'ขี้เถ้า' มาโรยกลบแปลงดินของภรรยาผมอีกแม้แต่ครั้งเดียว อย่าหาว่าผมไม่เตือนเรื่องกฎหมายที่ดินเขตเหนือ" เสียงทุ้มต่ำแต่วิพากษ์เฉียบขาดของจางเหว่ยดังสะท้อนก้องทั่วบริเวณแปลงเกษตรหลังบ้าน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีมอ ยืนตระหง่านบังร่างบางของหลินฟางไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีย์จ้องมองตรงไปยังลุงใหญ่และป้าสะใภ้ตระกูลจาง ที่กำลังถือถังไม้เก่าๆ ทำท่าจะเดินเข้ามาหาเรื่องด้วยความฮึกเหิมเมื่อครู่ ป้าสะใภ้ชะงักฝีเท้า ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น นางถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะแผดเสียงแหลมสูง "ไอ้หลานอกตัญญู! แกกล้าขู่คนแก่เรอะ! ที่ดินผืนนี้พวกแกปล่อยให้มันรกร้างมาเป็นปี หญ้าคาขึ้นสูงท่วมหัว ไม่ทำประโยชน์อะไร ปล่อยให้มันเสียเปล่าเสียของ! พวกฉันแค่จะเอาขี้เถ้ามาปรับหน้าดินเตรียมปลูกข้าวโพด ก็ถือว่าช่วยพวกแกถางถางให้มันโล่งตา ยังจะมีหน้ามาไล่!" หลินฟางที่ก้มหน้าสำรวจคุณภาพดินอยู่ค่อยๆ ยืดตัวขึ้นช้าๆ นางปัดเศษดินออกจากมือเรียวบางอย่างใจเย็น ใบหน้างดงามที่แม้จะสวมชุดเรียบง่ายตามวิถีชาวบ้าน แต่กลับฉายแววเยือกเย็นและสง่างามจนน่าประหลาด สายตาคู่คมกวาดมองถังไม้ในมือของอีกฝ่ายที่มีกลิ่นฉุนของเถ้าถ่านผสมสารเคมีเร่งโตผสมอยู่—เป็นสารเคมีคุณภาพต่ำที่ในยุคนี้มักลักลอบใช้กันเพื่อเร่งผลผลิต แต่จะทำลายหน้าดินให้เสื่อมสภาพไปอีกหลายสิบปี "ช่วยปรับหน้าดิน หรือตั้งใจจะทำลายแร่ธาตุในดินของฉันกันแน่ครับ ป้าสะใภ้" หลินฟางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไพเราะแต่นุ่มลึกจนอีกฝ่ายสะดุ้ง "สัญญาเช่าและโฉนดที่ดินระบุชัดเจนว่าผืนนี้เป็นสิทธิ์ขาดของครอบครัวเรา การที่พวกท่านถือวิสาสะนำสารเคมีเจือปนมาเทราดเช่นนี้ นอกจากจะละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคลแล้ว ยังมีความผิดฐานบุกรุกและทำลายทรัพย์สินด้วยนะครับ" "นัง... นังเด็กปากดี!" ป้าสะใภ้หน้าซีดเผือดด้วยความจนมุมและตื่นตระหนก นางไม่คิดว่าอดีตภรรยาที่เคยหัวอ่อนและยอมให้รังแกตลอดเวลาผู้นี้ จะกล้าใช้คำพูดทางกฎหมายมาอ้างอิงได้อย่างคล่องแคล่วเช่นนี้ "แกคิดว่าเรียนจบหมออนามัยมาจากเมืองหลวงแล้วจะทำเป็นอวดรู้เรอะ! ที่นี่คือชนบท กฎหมายอะไรนั่นกินไม่ได้หรอกโว้ย!" "กินได้หรือไม่ได้ เดี๋ยวท่านก็คงได้เห็นเอกสารจากผู้ใหญ่บ้านเร็วๆ นี้แน่ครับ" จางเหว่ยเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ไร้ซึ่งความเกรงใจอีกต่อไป "เชิญกลับไปเสียเถอะครับ ก่อนที่ผมจะต้องใช้กำลังขับไล่จริงๆ" ลุงใหญ่ที่ยืนเงียบมานานขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดโปน เขาจ้องมองจางเหว่ยและหลินฟางด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะกระชากแขนภรรยาให้เดินถอยหลัง "ไป! ปล่อยให้มันเพาะปลูกอะไรบนดินตายซากนี่ไปเถอะ ถึงเวลาก็แห้งตายคาต้นเหมือนพวกมันนั่นแหละ!" สองสามีภรรยาตระกูลจางสะบัดก้นเดินกลับออกไปพร้อมเสียงบ่นพึมพำด้วยความแค้นเคือง บรรยากาศรอบตัวกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง ทว่าทิ้งไว้ซึ่งกลิ่นอายของดินชื้นหลังฝนตกปรอยๆ เมื่อคืน และความมุ่งมั่นในแววตาของคนทั้งคู่ หลินฟางถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันมาสบตากับสามี รอยยิ้มบางๆ ที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนเรียวปากสวย "ขอบคุณนะพี่เหว่ย ที่จัดการได้อย่างเด็ดขาด" จางเหว่ยรีบเปลี่ยนสีหน้าจากดุดันเป็นอ่อนโยนลงทันที เขาก้าวเข้ามาใกล้ เอื้อมมือหนาที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักมาปัดเศษฝุ่นที่เปื้อนแก้มเนียนของภรรยาอย่างเบามือราวกับกลัวนางจะบอบช้ำ "พูดอะไรอย่างนั้น หลินฟาง... ผมเป็นสามีคุณ หน้าที่ปกป้องคุณและบ้านของเราคือสิ่งที่ผมต้องทำอยู่แล้ว" สายตาที่พวกเขามองกันและกันเต็มไปด้วยความลึกซึ้ง ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางมรสุมชีวิต ทำให้ความเหนื่อยล้าทั้งหมดมลายหายไปสิ้น หลินฟางกุมมืออุ่นของสามีไว้ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองผืนดินกว้างเบื้องหน้า "เอาล่ะ ได้เวลาเริ่มต้นจริงๆเสียที" หลินฟางกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตัว ดวงตาเป็นประกายด้วยความมุ่งมั่น "ดินตรงนี้แม้จะถูกคนใจร้ายพยายามทำลายแร่ธาตุ แต่ด้วยเทคนิคการฟื้นฟูชีวภาพที่ผม... เอ่อ ที่ผมได้ศึกษามาจากตำราแพทย์แผนโบราณและบันทึกสมุนไพรหายาก เราสามารถเปลี่ยนมันให้กลายเป็น 'แปลงสมุนไพรทองคำ' ได้ภายในสามเดือน" "ผมเชื่อคุณ" จางเหว่ยตอบรับทันทีโดยไม่ต้องคิด แม้ว่าในยุค 70 นี้ การปลูกสมุนไพรขายจะไม่ใช่เรื่องนิยมและมักถูกมองว่าแปลกแยก แต่ทุกอย่างที่ภรรยาคนนี้พูด มักจะกลายเป็นความจริงเสมอ ตลอดช่วงบ่าย ทั้งสองช่วยกันลงมือปรับปรุงแปลงดินอย่างเป็นระบบ หลินฟางใช้ความรู้ด้านการแพทย์ผสมผสานกับการเกษตรสมัยใหม่ นางอธิบายให้จางเหว่ยฟังถึงวิธีการขุดร่องน้ำเพื่อระบายความชื้น การผสมปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้และมูลสัตว์ในสัดส่วนที่พอเหมาะเพื่อปรับค่าความเป็นกรด-ด่างของดิน ทุกขั้นตอนเต็มไปด้วยความใส่ใจ จางเหว่ยทำหน้าที่เป็นแรงงานหลักในการขุดพลิกหน้าดิน ส่วนหลินฟางคอยโรยผงแร่ธาตุธรรมชาติที่นางแอบดึงออกมาจาก 'มิติลับ' ในห้วงจิตสำนึกทีละน้อยอย่างแนบเนียน เพื่อเร่งปฏิกิริยาการฟื้นฟูของจุลินทรีย์ในดินให้รวดเร็วยิ่งขึ้น กลิ่นหอมชื่นใจของดินร่วนซุยหลังการพรวนผสมกับกลิ่นไอดินหลังฝน คละเคล้าไปกับสายลมอ่อนยามเย็น สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเปี่ยมด้วยความหวัง เมื่อพระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง ท้องฟ้าถูกย้อมด้วยสีส้มอมแดงงดงาม ทั้งสองนั่งพักเหนื่อยอยู่บนแคร่ไม้ไผ่หน้ากระท่อมหลังเล็ก จางเหว่ยรินน้ำอุ่นจากกระบอกไม้ไผ่ส่งให้ภรรยาด้วยความเอาใจใส่ หลินฟางรับมาดื่มแก้กระหาย รู้สึกอุ่นซ่านไปถึงทรวงอก "เหนื่อยไหมครับ" จางเหว่ยเอ่ยถาม เสียงนุ่มทุ้มเจือความห่วงใย "ไม่เลยครับ ตรงกันข้าม... ผมรู้สึกว่าพลังชีวิตกำลังกลับคืนมาพร้อมกับดินพวกนี้เลยล่ะ" หลินฟางยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับสะท้อนแสงไฟจากเตาฟืนที่เริ่มจุดขึ้นเพื่อทำมื้อค่ำ ในขณะที่ทั้งสองกำลังวางแผนถึงเมล็ดพันธุ์โสมตังกุยและเห็ดหลินจือล็อตแรกที่จะนำมาลงดินในวันพรุ่งนี้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้วไม้ไผ่ พร้อมกับเสียงเคาะประตูที่รัวเร็วและดูร้อนรน "คุณจาง! หมอหลิน!แย่แล้วครับ!" เสียงตะโกนของเพื่อนบ้านผู้หวังดีดังแทรกความเงียบขึ้นมา "ทางสหกรณ์อำเภอ... พวกเขาพากันมาที่นี่ พร้อมกับประกาศยึดพื้นที่ทำกินส่วนเกินของพวกคุณแล้ว!" หลินฟางชะงักมือที่กำลังถือตะเกียบ รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ เลือนหายไปแทนที่ด้วยแววตาคมกริบที่ไหววับชั่วพริบตา ส่วนจางเหว่ยลุกพรวดขึ้นยืนทันที กล้ามเนื้อตึงเครียดขึ้นมาอีกครั้ง ใครบางคนกำลังเล่นตุกติกอยู่เบื้องหลัง และมันรวดเร็วกว่าที่คาดคิดไว้เสียอีก! ติดตามตอนต่อไป... (ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางแก้ไขชะตากรรมไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ - หมอภัทรแก้ไขชะตา)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนักปรุงกับฟาร์มอดีตที่พังทลาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%