วิศวกรเลือดร้อนกับนางเอกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว•ตอนที่ 13

รอยร้าวครั้งแรก

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
เสียงตบโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสนั่นหวั่นไหว สะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานมืดทึบที่มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ สมุดบันทึกหนังสีดำเล่มนั้น—วัตถุพยานอันน่าสะพรึงกลัวที่เพิ่งร่วงหล่นจากการซุกซ่อน—นอนแผ่หราอยู่ต่อหน้าคนทั้งคู่ หน้ากระดาษสีเหลืองกรอบเปิดคาไว้ตรงรายชื่อและลายเซ็นด้วยหมึกสีน้ำเงินสด ซึ่งเป็นหลักฐานมัดตัวอย่างแน่นหนาว่า คนสนิทที่ยืนตะโกนเรียกเขาอยู่หน้าเรือนเมื่อครู่นี้ คือหนึ่งในตัวการใหญ่ผู้ทรยศต่อไร่อ้อยแห่งนี้ แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจยิ่งกว่าสมุดบัญชีลับเล็บสีดำมืดมนนั้น คือความจริงอันแหลมคมที่บาดลึกอยู่ในแววตาของเพียงขวัญ ดวงตาคู่คมของหญิงสาวไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวต่อสถานการณ์ตรงหน้าแม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความผิดหวัง ความโกรธเกรี้ยว และร่องรอยของความไว้วางใจที่ถูกเหยียบย่ำจนแหลกสละ ศิลา đứngนิ่งเป็นรูปปั้นหิน ทว่าภายในอกกลับร้อนระอุราวกับมีลาวาเดือดพล่าน เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อริมฝีปากอิบอิ่มที่เคยเอื้อนเอ่ยถ้อยคำยั่วยวนและคมคาย บัดนี้กำลังสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ "โกหก..." เพียงขวัญเค้นเสียงลอดไรฟันออกมา น้ำเสียงของเธอแหบพร่าแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คุณบอกฉันว่าคุณไม่รู้เรื่องโครงสร้างบัญชีเบื้องหลัง... คุณบอกว่าคุณเป็นแค่วิศวกรที่ถูกจ้างมาให้กอบกู้ไร่นี่โดยไม่รู้เห็นอะไรกับความเน่าเฟะพวกนั้น แต่สมุดเล่มนี้... ลายเซ็นของมือขวาคุณ... และเรื่องราวทั้งหมดที่คุณแต่งขึ้นมาเพื่อตบตาฉัน มันคืออะไรกันแน่, ศิลา!" ศิลาขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดโปน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อและรอยสักรางเลือนขยับเข้ามาประชิดตัวเธออย่างคุกคาม ความกดดันจากรูปร่างที่ใหญ่โตและอำนาจดิบเถื่อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับกำแพงเหล็กที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางหน้า แต่นางเอกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัวคนนี้กลับเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาของเธอแข็งกร้าวและไม่ยอมหลบตาเขาแม้แต่นินทราเดียว "ถอยไปนะ..." เธอเอ่ยเตือนพร้อมกับใช้มือเรียวผลักเข้าที่อกแกร่งของเขา แต่มันเปรียบเสมือนการผลักภูเขาเหล็ก ศิลาไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำ เขายยังก้าวล้ำเข้ามาจนพื้นที่ว่างระหว่างกันหาย ศิลายื่นมือหนาคว้าข้อมือบางทั้งสองข้างไว้ด้วยความเร็วราวกับเสือดาวตะครุบเหยื่อ แรงบีบจากอุ้งมือที่ผ่านงานหนักมาอย่างโชกโชนทำให้ข้อมือขาวเนียนขึ้นรอยแดงจางๆ ทว่าเขาไม่ได้สนใจความเจ็บปวดนั้น สายตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาความลับทั้งหมดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านน้ำตานั้น "เธอไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉันในบ้านของฉัน, เพียงขวัญ" เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าของศิลากระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายความดิบเถื่อนปะทะเข้ากับใบיหน้าของหญิงสาว "สิ่งที่เธอเห็น... มันไม่ใช่เรื่องที่เธอควรจะเอาตัวเข้ามายุ่งเกี่ยวตั้งแต่แรก ใครคือคนสั่งให้เธอขุดคุ้ยเรื่องนี้ ใครเป็นคนส่งเธอเข้ามาที่ไร่อ้อยแห่งนี้กันแน่!" "ฉันมาเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง... ไม่ใช่มาเพื่อเป็นตัวตลกให้ผู้ชายเผด็จการอย่างคุณปั่นหัวเล่น!" เพียงขวัญตวาดกลับเสียงดังลั่น ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความพอยุติธรรม "คุณโกหกฉันตั้งแต่แรก ศิลา! คุณสร้างภาพว่าเป็นเหยื่อผู้บริสุทธิ์ เป็นคนที่สูญเสียทุกอย่าง แต่แท้จริงแล้วคุณก็เป็นส่วนหนึ่งของเกมสกปรกนี้ หรือบางที... คุณอาจจะเป็นคนควบคุมทั้งหมดด้วยซ้ำ!" คำพูดนั้นราวกับเป็นประกายไฟที่ตกลงบนกองฟางแห้ง ศิลาคำรามต่ำในลำคอด้วยความโกรธจัด ความเยือกเย็นที่เขาสวมหน้ากากมาตลอดพังทลายลงในพริบตา ความเร่าร้อนดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเงียบงันปะทุขึ้นอย่างไร้การควบคุม เขากระชากร่างบางเข้าหาตัวจนแนบชิดติดกับแผงอกแกร่ง แรงปะทะทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ขาดห้วง ความตึงเครียดทางอารมณ์พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เปลี่ยนบรรยากาศรอบตัวให้ร้อนระอุราวกับเตาไฟ "อยากรู้ความจริงนักใช่ไหม..." ศิลาคำรามชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงเต็มไปด้วยแรงขับทางอารมณ์ที่ผสมผสานระหว่างความแค้น ความปรารถนา และความโกรธเกรี้ยว "งั้นฉันจะแสดงให้เธอเห็นว่าความจริงที่แท้จริงในนรกแห่งนี้... มันมีรสชาติอย่างไร!" ไม่รอให้หญิงสาวได้ทันตั้งตัว ศิลาก็ก้มลงประทับริมฝีปากร้อนผ่าวลงบนกลีบปากนุ่มของเธอทันที มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยนหรือความโรแมนติก แต่มันคือการประกาศสงครามและการครอบครองอย่างดุดัน รสจูบที่ทั้งรุกไล่ ดิบเถื่อน และเรียกร้อง ราวกับต้องการสูบเอาลมหายใจและทิฐิทั้งหมดออกจากร่างของเธอ เพียงขวัญเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอกัดฟันต่อต้าน พยายามเบือนหน้าหนีและใช้ฟันคมขัดขืนเพื่อปฏิเสธสัมผัสอันอุกอาจนั้น แต่แรงมหาศาลจากวิศวกรหนุ่มทำให้เธอกลายเป็นเพียงลูกนกน้อยในกำมือ ศิลาใช้มือข้างหนึ่งล็อกท้ายทอยของเธอไว้แน่น บังคับให้เธอต้องรับรสจูบอันเร่าร้อนและลึกซึ้งนี้อย่างไม่มีทางหลบหนี ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของความโกรธและความกระหายหลอมรวมกันเป็นความวาบหวามที่สั่นสะเทือนไปทั่วร่าง ทรวงอกที่กระเพื่อมไหวตามแรงหายใจของทั้งคู่เบียดเสียดกันจนเกิดกระแสไฟฟ้าสถิตแล่นพล่านไปทั่วผิวหนัง มืออีกข้างของศิลาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวบางคอดกิ่ว บีบเค้นจนเนื้อตัวนุ่มนวลแนบสนิทไปกับสรีระกำยำของเขา ความแตกต่างระหว่างความแข็งแกร่งดุดันของชายหนุ่มกับความอ่อนชุ่มฉ่ำของหญิงสาวสร้างแรงดึงดูดทางเพศที่รุนแรงเกินกว่าจะต้านทาน แม้เพียงขวัญจะพยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่ยิ่งเธอขัดขืนมากเท่าไหร่ สัมผัสของเขากลับยิ่งลึกซึ้งและรุกคืบเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของเธอมากขึ้นเท่านั้น ความเย่อหยิ่งและศักดิ์ศรีที่เธอพยายามรักษาไว้เริ่มสั่นคลอน เมื่อปลายนิ้วหยาบกร้านของเขาเริ่มลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าภายใต้เนื้อผ้าอย่างจงใจ ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่เบื้องลึกให้ตื่นขึ้น แรงปรารถนาอันมืดมนและเร่าร้อนกำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของคนทั้งคู่ทีละน้อย ท่ามกลางกลิ่นอายของความลับ ดินปืน และความพินาศที่อยู่ตรงหน้า ศิลาค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้หญิงสาวได้หอบหายใจโกกอากาศเข้าปอดอย่างกระเส่า ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อแดงก่ำจากการจูบและแววตาที่สั่นระริกด้วยความพ่ายแพ้ชั่วขณะ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของวิศวกรหนุ่ม ขณะที่เขาโน้มใบกระซิบชิดใบหูเล็กที่กำลังขึ้นสีแดงจัดด้วยน้ำเสียงที่ต่ำพร่าจนสั่นสะเทือนไปถึงหัวใจ "จำไว้ให้ดี... เพียงขวัญ... ว่าเธอไม่มีทางหนีพ้นจากเงื้อมมือของฉันไปได้ ไม่ว่าความจริงในสมุดเล่มนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม..." เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงจากด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อของเขาด้วยน้ำเสียงที่ตื่นตระหนกและหวาดกลัวสุดขีด— "นายครับ! แย่แล้วครับ! ตำรวจ... ตำรวจกำลังบุกเข้ามาค้นไร่แล้วครับ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเร่าร้อนและดาร์กโรมานซ์เรื่องนี้ร่วมกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเลือดร้อนกับนางเอกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%