ปลายกระบอกปืนสีดำด้านที่จ่อตรงเข้าสู่แสกหน้าของเงาทะมึนในความสลัว ไม่ได้ทำให้ศิลาสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย วิศวกรหนุ่มใหญ่ผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือไร่อ้อยนับหมื่นไร่ เพียงแค่ปรายตามองผู้บุกรุกด้วยแววตาดุดันราวกับพญาราชสีห์ที่กำลังมองเหยื่อโง่เขลา ไอร้อนระอุจากเครื่องยนต์รถบรรทุกผสมผสานกับกลิ่นดินและคราบเหงื่อรอบตัวเขา ยิ่งขับเน้นบรรยากาศให้ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก
"กล้ามากนะที่เหยียบเข้ามาถึงเขตหวงห้ามของฉัน..." เสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนกรวดบดกันในลำคอ ดังลอดไรฟันของศิลา ขณะที่สายตาคมกริบกวาดสำรวจใบหน้าของชายวัยกลางคนผู้มีรอยแผลเป็นพาดผ่านโหนกแก้มซ้าย—ศัตรูตัวฉกาจที่เขาตามล่ามาครึ่งชีวิต ไอ้สารเลวผู้พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากครอบครัวของเขาในอดีต
บุคคลที่สามในเงามืดหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน ดวงตาคมปลาบจ้องมองศิลากลับอย่างไม่เกรงกลัว แม้ปลายกระบอกปืนจะจี้อยู่ตรงหน้า "แกยังเลือดร้อนและโง่เง่าเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ ศิลา... คิดว่าตัวเองคุมเกมทั้งหมดได้แล้วงั้นสิ? แกยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนชักใยอยู่เบื้องหลังความพินาศทั้งหมดที่แท้จริง"
เพียงขวัญ ซึ่งยืนอยู่ด้านหลังของศิลาโดยมีร่างสูงใหญ่ของวิศวกรหนุ่มบังให้อย่างมิดชิด เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อระงับอาการสั่นเทา มือเรียวที่กำแฟ้มเอกสารหลักฐานชื้นไปด้วยเหงื่อ ความจริงที่เธอพยายามขุดคุ้ยกำลังจะปรากฏตรงหน้า แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายและการนองเลือดที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ
"หุบปากของแกซะ!" ศิลปะคำรามลั่น ก่อนที่นิ้วชี้บนไกปืนจะออกแรงกดเพิ่มขึ้นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ความแค้นสุมอกตลอดหลายปีระเบิดออกมาเป็นรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
แต่ก่อนที่เสียงคำรามของศิลาจะลั่นไกสังหาร ทันใดนั้น ไฟหน้ารถยนต์คันหนึ่งก็สาดส่องตัดผ่านความมืดเข้ามาอย่างกะทันหัน แสงจ้าบาดตาทำให้ทุกคนต้องหรี่ตาลงพร้อมกัน ในชั่ววินาทีแห่งความชุลมุนนั้นเอง ร่างของศัตรูตัวฉกาจก็ถอยร่นหายลับไปในความมืดของไร่อ้อยอย่างรวดเร็วราวกับภูตผี
"โธ่เว้ย!" ศิลาพ่นคำสบถออกมาอย่างเดือดดาล เขี้ยวเล็บในตัวถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด ร่างหนาหันขวับกลับมามองเพียงขวัญที่ยืนพิงเสาเรือนด้วยความตกตะลึง แรงอารมณ์ดิบเถื่อนที่อัดอั้นจากเหตุการณ์เมื่อครู่ พุ่งเป้าเปลี่ยนทิศทางมายังหญิงสาวร่างบางที่ยังคงดื้อรั้นไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ
ศิลาสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวเพียงขวัญในสามก้าว ดวงตาคู่นคมกริบวับโรจน์ด้วยไฟแห่งโทสะและแรงปรารถนาที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กทั้งสองข้างแล้วรวบขึ้นเหนือศีรษะตรึงติดกับเสาไม้เนื้อแข็งอย่างแรง จนเอกสารในมือเธอร่วงหล่นลงพื้นกระจาย
"ปล่อยนะ! ศิลา คุณเป็นบ้าอะไรอีก!" เพียงขวัญร้องประท้วงด้วยความตกใจ ใบหน้าเนียนหันหลบไอร้อนจากลมหายใจที่รดรินอยู่ชิดริมฝีปาก ศักดิ์ศรีและความพยศในตัวทำให้เธอกัดริมฝีปากแน่น พยายามบิดข้อมือหนีพันธนาการอันแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็ก
"ใช่... ฉมันกำลังจะบ้าเพราะความดื้อรั้นของเธอนี่แหละ เพียงขวัญ!" ศิลาคำรามชิดใบหู เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงเกินกว่าจะควบคุม ไอร้อนจากร่างกำยำแนบชิดติดกับเรือนร่างออร่าบอบบางของเธอ บดบังแสงไฟสลัวจากด้านนอกจนสิ้นเชิง
ความตึงเครียดจากความเป็นความตายเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นพลังงานดิบเถื่อนที่พลุ่งพล่านอยู่ในกระแสเลือด แรงดึงดูดระหว่างพวกเขารุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเจือจางลง ศิลาไม่รอให้หญิงสาวได้เอ่ยคำปฏิเสธริมฝีปากร้อนผ่าวก็โน้มลงบดขยี้เรียวปากอิ่มของเธอทันทีอย่างเอาแต่ใจ
จูบนั้นไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่มันคือการประกาศิตและการครอบครอง รสชาติของความโกรธ ความแค้น และความเสน่หาที่อัดอั้นมานานหลอมรวมกันในสัมผัสอันดุดัน เพียงขวัญเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายสะท้านเฮือกเมื่อลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างไม่ยอมให้ตั้งตัว เสียงครางประท้วงในลำคอของเธอถูกกลืนหายไปในลำคอของชายหนุ่มร่างยักษ์ผู้เผด็จการ
มือข้างหนึ่งที่ว่างจากการตรึงข้อมือของศิลา เลื้อยลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่วของหญิงสาวเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น จนแผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้ออัดแน่นเบียดเข้ากับยอดอกนุ่มหยุ่นผ่านเนื้อผ้าบางเบา ความร้อนระอุจากร่างกายของทั้งสองแผ่ซ่านทะลุผ่านผิวเนื้อ เสียดสีจนลมหายใจของเพียงขวัญขาดห้วง สมองของเธอขาวโพลน การต่อต้านทั้งหมดมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความสั่นสะท้านที่วิ่งพล่านไปทั่วทุกอณูเส้นประสาท
ศิลาถอนริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปล่อยให้เพียงขวัญได้หอบหายใจโกกาศเข้าปอด ดวงตาคมเข้มของเขาฉายแววปรารถนารengกล้าจนน่ากลัว ขณะที่นิ้วหยาบกร้านลูบไล้ไปตามโครงหน้าเนียนนุ่มอย่างหลงใหลแต่แฝงไว้ด้วยความดุดัน
"เธอคิดว่าตัวเองเก่งนักใช่ไหม เพียงขวัญ..." เสียงกระซิบต่ำพร่าดังชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบ "คิดจะเข้ามาเล่นเกมอันตรายแบบนี้... เธอก็ต้องเตรียมตัวรับผลที่จะตามมาให้ไหว"
เพียงขวัญสะท้านเฮือกยามเมื่อปลายนิ้วแข็งแรงของเขาเลื่อนต่ำลงมาสัมผัสกับผิวเนื้อนวลเนียนบริเวณลำคอระหง ลมหายใจของเธอกระชั้นชิด สติสัมปชัญญะที่เคยมีกำลังถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงแห่งเสน่หาที่ชายหนุ่มจงใจจุดขึ้น เธอรู้ดีว่านี่คือกับดัก—กับดักความใคร่ที่อันตรายที่สุดในไร่อ้อยแห่งนี้ และเธอก็เป็นฝ่ายเดินตกลงมาในหลุมพรางนี้ด้วยความสมัครใจ
ในจังหวะที่ศิลากำลังจะก้มลงประทับรอยจูบเร่าร้อนลงบนซอกคอขาวผ่องของเธออีกครั้ง เพื่อพาเธอดิ่งลึกสู่ห้วงแห่งความวาบหวามที่ไร้ทางถอนตัว เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อของลูกน้องคนสนิทก็ดังแทรกขึ้นมาจากระยะไกลหน้าเรือน
"คุณศิลาครับ! พบร่องรอยการหลบหนี มันมุ่งหน้าไปทาง...!"
ศิลาชะงักกึก ดวงตาคมดุหรี่แคบลงทันทีด้วยความขัดจังหวะ เขาผละริมฝีปากออกจากซอกคอของหญิงสาวอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ทว่ามือข้างหนึ่งยังคงล็อกเอวบางของเธอไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้เป็นอิสระ
เพียงขวัญหอบหายใจตัวโยน ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและแรงปรารถนาที่ค้างคา เธอมองหน้าวิศวกรหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลด้วยแววตาที่สั่นไหวและท้าทายในเวลาเดียวกัน ทว่าในวินาทีที่ศิลาหันกลับไปมองทางต้นเสียงที่หน้าเรือน สายตาของเขากลับสะดุดเข้ากับวัตถุบางอย่างที่ตกอยู่ใกล้กับกองเอกสารของเพียงขวัญที่หล่นกระจายบนพื้น
มันคือ "สมุดบันทึกหนังสีดำ" เล่มคุ้นตา—สมุดบัญชีลับที่ระบุรายชื่อผู้มีอิทธิพลทั้งหมดที่ร่วมมือกันทำลายไร่อ้อยแห่งนี้ และหนึ่งในลายเซ็นหน้าสุดท้ายที่ปรากฏชัดเจนด้วยหมึกสีน้ำเงิน... คือลายมือของคนสนิทที่ยืนตะโกนเรียกเขาอยู่หน้าเรือนเมื่อครู่!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในดินแดนอันร้อนระอุนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรเลือดร้อนกับนางเอกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว•ตอนที่ 12
กับดักความใคร่
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเลือดร้อนกับนางเอกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!