เศษกระดาษชิ้นสุดท้ายในมือของเพียงขวัญปลิวว่อนราวกับใบไม้แห้งที่ถูกลมพายุพัดกระโชกเข้าใส่กองไฟ สีหน้าของเธอซีดเผือด ดวงตาคู่คมที่เคยฉายแววทระนงและเด็ดเดี่ยวบัดนี้เบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง เอกสารบัญชีลับ สัญญาเงินกู้สีเทา และหลักฐานการทุจริตยักยอกทรัพย์ในไร่อ้อยแห่งนี้ ซึ่งเธอใช้เวลาแรมเดือนในการเสี่ยงตายรวบรวมมา บัดนี้กำลังมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านสีดำสนิทต่อหน้าต่อตาในเตาผิงกลางห้องทำงานของศิลา
กลิ่นควันไฟจางๆ คลุ้งผสมกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นกายอันคุ้นเคยของบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในดินแดนแถบนี้ ศิลายืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานไม้สักทอง สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองดูผลงานการทำลายล้างของตนเองด้วยความเย็นชา ใบหน้าคร่าครึด้วยหนวดเคราจางๆ และกรามที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน บ่งบอกถึงความเด็ดขาดที่ไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาสั่นคลอนอำนาจของเขาได้
"มองหาอะไรอยู่หรือครับ คนสวย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความเย้ยหยัน รอยยิ้มมุมปากของเขามันช่างบาดลึกและแฝงไว้ด้วยความอันตราย "หลักฐานมัดตัวฉันอย่างนั้นหรือ... น่าเสียดายจังนะที่มันกลายเป็นควันลอยหายไปในอากาศเสียแล้ว"
เพียงขวัญตัวสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยว ความรู้สึกอัดอั้นตันใจระเบิดขึ้นจนหน้าอกกระเพื่อมไหว เธอพุ่งตัวเข้าหาชายหนุ่มหมายจะประชิดตัวและต่อว่าให้สาสมกับความหยิ่งผยองของเขา แต่ศิลากลับเร็วกว่า เขารวบข้อมือเรียวทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือข้างเดียวได้อย่างง่ายดาย แรงบีบที่ข้อมือนั้นหนักหน่วงและเด็ดขาด ราวกับคีมเหล็กที่ไร้ความปรานี ก่อนจะกระชากร่างบางเข้าหาตัวจนแผ่นอกแนบชิดกับแผงอกกำยำของเขา
"ปล่อยฉันนะศิลา! นายมันคนสารเลว!" เพียงขวัญตวาดลั่น ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำ
ะความคับแค้นใจ แต่มันกลับซ่อนความอ่อนแอไว้เบื้องหลังอย่างน่าเวทนา
"สารเลวอย่างฉันคนนี้แหละ ที่เธอพยายามจะโค่นล้ม" ศิลาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนเธอกายสั่นสะท้าน "จำใส่สมองอันชาญฉลาดของเธอเอาไว้ให้ดี เพียงขวัญ... ไม่มีอะไรในอาณาจักรแห่งนี้ที่จะรอดพ้นไปจากเงื้อมมือของฉันได้ แม้กระทั่งตัวของเธอเอง"
บรรยากาศในห้องทำงานมืดทึบลงเมื่อแสงอาทิตย์ยามเย็นเริ่มลาลับขอบฟ้า เงาของคนทั้งสองทาบทับกันบนพื้นห้อง ความตึงเครียดพุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก แรงดึงดูดอันมืดมนและเร่าร้อนระหว่างพวกเขากลับปะทุขึ้นท่ามกลางความพ่ายแพ้ของฝ่ายหญิง ศิลาไม่เพียงแต่ทำลายหลักฐาน แต่เขากำลังทำลายทิฐิและศักดิ์ศรีทั้งหมดที่เธอยึดถือ
มือหนาเลื่อนจากการพันธนาการข้อมือ มาโอบกระชับเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น สัมผัสนั้นแฝงไว้ด้วยความดุดันและเร่าร้อนเกินกว่าจะต้านทาน เพียงขวัญพยายามเบือนหน้าหนีและขัดขืน แต่ศิลาไม่เปิดโอกาสให้เธอได้หายใจ ริมฝีปากหยักลึกประกบทาบทับลงมาอย่างเร่าร้อน บังคับให้เธอน้อมรับรสจูบอันเอาแต่ใจและดิบเถื่อน
รสจูบในครานี้ไม่มีความอ่อนหวาน มีเพียงแต่ความโหยหา อำนาจ และการประกาศความเป็นเจ้าIเข้าครอบครอง เพียงขวัญพยายามเม้มริมฝีปากแน่น แต่ความช่ำชองและแรงบีบที่คางทำให้เธอต้องเผยอปากออกรับสัมผัสวาบหวามที่เขาป้อนให้อย่างไร้ทางหนี ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ ร่างกายของเธออ่อนยวบลงในอ้อมแขนของเขา ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความสั่นสะท้านทางอารมณ์ที่ยากจะควบคุม
ศิลาอุ้มร่างบางขึ้นโดยที่ริมฝีปากยังไม่ยอมถอนออก เพียงขวัญต้องใช้เรียวแขนโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้ตามสัญชาตญาณ เพื่อไม่ให้ตัวเองร่วงหล่นลงไป เขาก้าวเดินไปที่โซฟาหนังตัวยาวกลางห้อง ก่อนจะวางร่างระหงลงไปอย่างไม่เบามือนัก แต่ก็เต็มไปด้วยความปรารถนาอันรุนแรงที่แผดเผาทุกอณูผิว
"นายมัน... เผด็จการ..." เธอหอบหายใจรัว แววตาฉายแววตัดพ้อขณะที่มือใหญ่วางทาบทับลงบนสะโพกกลมกลึง
"ใช่... และฉันก็ครอบครองเธอได้ทั้งตัวและหัวใจ โดยที่เธอไม่มีวันปฏิเสธได้" ศิลาคุกเข่าลงคร่อมร่างของเธอไว้ สายตาคมกริบมองสำรวจเรือนร่างอรชรที่สั่นเทาใต้ร่างของเขาด้วยความหลงใหลระคนกระหาย
เสื้อผ้าเนื้อบางถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นท่ามกลางแสงไฟสลัวจากตะเกียงน้ำมันบนโต๊ะทำงาน ความเงียบงันภายในห้องถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและเสียงหัวใจที่เต้นรำไปพร้อมกับความเร่าร้อน ศิลาปรนเปรอสัมผัสอันช่ำชองไปทั่วเรือนร่างขาวผ่อง ผิวเนียนนุ่มร้อนผ่าวใต้ปลายนิ้วหยาบกร้านของวิศวกรหนุ่ม เสียงครางหวานเล็ดลอดริมฝีปากของเพียงขวัญออกมาอย่างไม่รู้ตัว เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาไล้ลงตามซอกคอ ไหปลาร้า และยอดอกอวบอิ่ม สัมผัสทั้งดิบเถื่อนและนุ่มนวลหลอมรวมกันเป็นคลื่นอารมณ์ที่ซัดสาดจนเธอบิดเร้าด้วยความรัญจวน
ความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยแรงปะทะและทิฐิ ดำดิ่งลงสู่ห้วงแห่งเสน่หาที่ไร้ทางออก การสอดประสานดำเนินไปอย่างเร่าร้อนและลึกซึ้ง ทุกจังหวะเน้นย้ำถึงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ความเจ็บปวดจากการสูญหายของหลักฐานถูกแทนที่ด้วยความสุขสมทางกายที่แผดเผาจนสติกระเจิง เพียงขวัญจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่าน ขณะที่ศิลากระซิบคำรามข้างหูด้วยเสียงแหบพร่า ประกาศกร้าวถึงพันธนาการที่ไม่มีวันหลุดพ้น
เนิ่นนานกว่าพายุแห่งอารมณ์จะสงบลง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจระรัวในความมืด
ศิลานอนตะแคงกอดกระหวัดร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวไว้แนบอก มือหนาลูบไล้เส้นผมยาวสลวยอย่างเบามือ ทว่าแววตาของเขากลับมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกด้วยความครุ่นคิด ราวกับกำลังรอคอยบางสิ่งบางอย่างที่จะเกิดขึ้นในยามวิกาลนี้
เพียงขวัญซบหน้าลงกับแผงอกอุ่น แม้ร่างกายจะอ่อนล้าจนแทบขยับไม่ได้ แต่สมองของเธอยังคงทำงานอย่างหนักหน่วง เธอยังมีความหวัง... เอกสารชุดนั้นไม่ใช่ชุดเดียวที่มีอยู่
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นจากระเบียงด้านนอกห้องทำงาน ตามด้วยเสียงเคาะประตูปึกใหญ่ที่ทำให้ศิลาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ
"นายใหญ่ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงลูกน้องคนสนิทตะโกนละลานตามาจากหน้าห้อง "มีคนแอบส่งพัสดุชิ้นใหม่มาที่หน้าไร่... จ่าหน้าซองถึงคุณเพียงขวัญโดยเฉพาะครับ!"
ศิลาชะงักกึก ก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขนที่พลันเบิกตากว้างขึ้นด้วยประกายความหวังที่จุดประกายขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดและเปลวไฟแห่งเสน่หานี้ไปด้วยกันนะครับ
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามผลงานของธานินทร์แดนเถื่อนเสมอมาครับ
วิศวกรเลือดร้อนกับนางเอกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว•ตอนที่ 21
เพียงขวัญผู้สูญเสีย
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเลือดร้อนกับนางเอกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!