วิศวกรเลือดร้อนกับนางเอกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว•ตอนที่ 20

คำเตือนจากความหวังดี

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
เสียงกุญแจเหล็กกระทบกันในความเงียบงั้นยามวิกาลดังขึ้นราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย ศิลายืนนิ่งอยู่หน้าบานประตูไม้สักหนาหนักในเขตปีกตะวันตกของเรือนใหญ่ แสงไฟสีส้มสลัวจากตะเกียงน้ำมันส่องกระทบใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยเคราครึ้มและแววตาดุดันราวกับพญาเสือโคร่งที่กำลังซุ่มมองเหยื่อในอาณาจักรของมัน ความตึงเครียดในอากาศหนาแน่นจนแทบจะใช้มีดกรีดให้ขาดได้ ลมค่ำพัดกลิ่นอายดินชื้นและกลิ่นใบอ้อยไหม้ไฟลอยอวลเข้ามาทางช่องหน้าต่าง ปลุกสัญชาตญาณดิบเถื่อนในกายชายหนุ่มให้ตื่นตัวถึงขีดสุด คำสั่งเด็ดขาดที่เขาทิ้งไว้ก่อนก้าวออกไปเมื่อหลายชั่วโมงก่อนยังคงก้องกังวานอยู่ในห้องนั้น... *“ล็อคห้องนี้ไว้... ถ้าฉันไม่กลับมา ห้ามเปิดให้ใครเด็ดขาด”* เพียงขวัญนั่งอยู่บนเตียงกว้างในชุดนอนผ้าแพรเนื้อนุ่มสีเทาเข้ม ร่างระหงของเธอสั่นเทาด้วยความโกรธผสมความหวาดหวั่น ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้แสดงความอ่อนแอออกมาแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความดื้อรั้นและศักดิ์ศรีที่ลุกโชนราวกับกองไฟในพายุ เธอกวาดสายตามองรอบห้องที่ถูกปิดตาย ท่ามกลางความกดดันจากภายนอกที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นเบาๆ สามครั้ง แต่ทว่าชัดเจนในความเงียบสงัด มันไม่ใช่เสียงเคาะของศิลา—ผู้ซึ่งมีก్రేกุญแจและไม่เคยเคาะประตูห้องของตัวเอง หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ เธอขยับกายลงจากเตียงอย่างเงียบเชียบที่สุด ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าก้าวไปหยุดอยู่หลังบานประตูไม้หนา ความเย็นเยียบจากแผ่นไม้ส่งผ่านเข้ามาถึงผิวเนื้อ "ใครคะ..." เพียงขวัญเอ่ยถามออกไป เสียงของเธอแหบพร่าแต่พยายามบังคับไม่ให้สั่น ไร้ซึ่งคำตอบจากบุคคลปริศนาภายนอก มีเพียงเสียงกระซิบแผ่วเบาและเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เคลื่อนไหวอยู่บริเวณระเบียงทางเดิน ก่อนที่เสียงกระซิบอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวจะลอดผ่านรอยแยกของกลอนประตูเข้ามา "คุณผู้หญิง... นายใหญ่ของพวกคุณไม่ได้ใจดีอย่างที่คิดหรอกนะครับ เปิดประตูให้ผมเถอะ... ก่อนที่ท่านจะไม่มีโอกาสได้พูดอะไรอีก" น้ำเสียงนั้นไม่ใช่ของศิลา... มันคือเสียงของ 'เสก' สมุนมือขวาของอิทธิพลท้องถิ่นคู่อริเก่าแก่ที่จ้องจะฮุบไร่อ้อยแห่งนี้มานาน ศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว และพวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่มาเพื่อกวาดล้างทุกอย่างให้ราบคาบ เพียงขวัญกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง หากเธอเปิดประตู เธออาจได้เบาะแสเกี่ยวกับความจริงที่เธอตามหา แต่ถ้าเธอไม่เปิด... ชีวิตของเธอและคนในไร่อาจแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความตาย ในวินาทีที่เธอกำลังจะยื่นมือไปแตะกลอนประตูเพื่อตัดสินใจครั้งใหญ่ แรงกระชากอันรุนแรงจากด้านหลังก็ดึงร่างของเธอเข้าสู่อ้อมอกกว้างที่คุ้นเคย กลิ่นอายบุหรี่ราคาถูกผสมกับกลิ่นเหงื่อและหยาดฝนจางๆ ปะทะเข้ากับนาสิกทันที ศิลากลับมาแล้ว... เขากลับมาเร็วกว่าที่ศัตรูคาดคิด! อ้อมแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กโอบรัดรอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นจนแทบจมหายไปกับแผงอกหนา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอขาวผ่องพร้อมกับเสียงกระซิบต่ำทุบกระชากวิญญาณที่ข้างใบหู "บอกแล้วใช่ไหม... ว่าให้ล็อคให้ดี" น้ำเสียงของศิลานั้นแหบพร่า ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยโทสะที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเยือกเย็น "ทำไมถึงชอบลองดีกับฉันนัก เพียงขวัญ" เพียงขวัญสะดุ้งสุดตัว เธอพยายามบิดตัวหนีสัมผัสเร่าร้อนที่แฝงไปด้วยอำนาจเผด็จการ แต่แรงของเธอมันช่างน้อยนิดเหลือเกินเมื่อเทียบกับวิศวกรหนุ่มผู้มีสัญชาตญาณนักล่าเต็มขั้น "ปล่อยฉันนะศิลา ข้างนอกนั่น..." "ช่างหัวมันสิ!" ศิลาคำรามต่ำในลำคอ มือหนาเอื้อมไปล็อกคางอิ่มของเธอให้หันมาเผชิญหน้า แววตาของเขาในความมืดสาดประกายวับวาวราวกับเสือดาวที่กำลังโกรธเกลียว "พวกมันกล้าสอดเท้าเข้ามาในเขตของฉัน แสดงว่าพวกมันเบื่อชีวิตเต็มที... แต่ก่อนที่ฉันจะออกไปจัดการพวกเศษสวะข้างนอกนั้น ฉันต้องจัดการ 'เด็กดื้อ' อย่างเธอก่อน" ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันในความมืดที่ถูกแต่งแต้มด้วยแสงจันทร์สลัว แรงดึงดูดทางเพศอันรุนแรงและอันตรายพุ่งทะยานขึ้นจนอุณหภูมิในห้องร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็น ร่างกายของทั้งสองเบียดชิดติดกันแนบแน่นจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรำด้วยความตื่นตัวและเร่าร้อน ศิลาไม่รอให้เธอได้เอื้อnคำปฏิเสธใดๆ ริมฝีปากหนาร้อนผ่าวทาบทับกลีบปากนุ่มของเธอทันทีอย่างเอาแต่ใจ การจูบครั้งนี้ไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของ คือการลงทัณฑ์ และคือการสูบ1ฉีดความปรารถนาดิบเถื่อนที่ถูกกักเก็บไว้ให้ระเบิดออก เพียงขวัญครางประท้วงในลำคอ มือเรียวเล็กพยายามทุบตีแผงอกหนาเพื่อระบายความอัดอั้น แต่กลายเป็นการเพิ่มเชื้อเพลิงให้ไฟสวาทในตัวชายหนุ่มลุกโชนยิ่งขึ้น ศิลาใช้มือใหญ่อีกข้างรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะแทกลิ้นร้อนรุกล้ำเข้าไปกวาดความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ รสจูบทั้งดิบเถื่อน หิวกระหาย และลึกซึ้งจนขาของหญิงสาวแทบทรุดลงไปกองกับพื้น สัญชาตญาณดิบเถื่อนของคาวบอยไร่อ้อยหลอมรวมเข้ากับความต้องการอันเร่าร้อน มือหนาเลื่อนลงมาลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดนอนบางเบา ปลายนิ้วหยาบกร้านลากผ่านผิวเนื้อเนียนละเอียดจนเกิดรอยแดงวาบหวาม ความตึงเครียดจากภายนอกห้องถูกแทนที่ด้วยความรัญจวนใจที่บ้าคลั่งจนน่ากลัว เสียงกระซิบและฝีเท้าของสมุนศัตรูที่อยู่ด้านนอกเริ่มดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูที่รุนแรงขึ้นราวกับจะพังมันเข้ามา ทว่า... ภายในห้องนี้ ศิลากลับถอนริมฝีปากออกมาช้าๆ หน้าผากของเขาแนบชิดกับหน้าผากของเพียงขวัญ ลมหายใจหอบกระชั้นรดรินอยู่บนพวงแก้มแดงก่ำ แววตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววสั่นระริก "จำไว้ให้ดี... เพียงขวัญ" ศิลาเอกระซิบเสียงต่ำชิดริมหูเธอ น้ำเสียงนั้นทรงอำนาจและเยือกเย็นจนน่าขนลุก "ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีทางพรากเธอไปจากฉันได้... แม้แต่ความตายก็ไม่มีสิทธิ์" พูดจบ เขาก็ปล่อยข้อมือเธอเป็นอิสระ ก่อนจะคว้าปืนพกสั้นที่เหน็บไว้ด้านหลังขึ้นมาปลดเซฟเสียงดังคลิก ร่างสูงใหญ่ก้าวไปยังประตูห้อง ช1ลอฝีเท้าลงเล็กน้อยก่อนจะกระชากประตูเปิดออกเผชิญหน้ากับความมืดและศัตรูที่รออยู่ด้านนอก โดยไม่หันกลับมามองข้างหลังอีกเลย... แต่ทว่า... ในวินาทีที่บานประตูเปิดออก เงาร่างของใครบางคนที่ยืนรออยู่ตรงนั้นกลับทำให้ลมหายใจของศิลาสะดุดกึก และทำให้รอยยิ้มเยдяือกเย็นบนใบหน้าของเขาแข็งค้างไปชั่วขณะ (โปรดติดตามตอนต่อไป) ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดและเปลวไฟแห่งเสน่หานี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเลือดร้อนกับนางเอกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%