วิศวกรเลือดร้อนกับนางเอกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว•ตอนที่ 19

รอยแค้นที่หลงเหลือ

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
กลิ่นควันบุหรี่ราคาถูกลอยอวลผสมกับกลิ่นเหล้าบลูเบอร์รีหมักเก่าเก็บในห้องทำงานทึบแสง แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดกระทบสันกรามคมคายที่เต็มไปด้วยไรหนวดเคราของศิลา เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำตัวใหญ่ ร่างกายกำยำแฝงพละกำลังดุจเสือร้ายในยามค่ำคืนกำลังแผ่ไอความเยือกเย็นออกมาจนบรรยากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง ตรงหน้าเขา ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว เพียงขวัญยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืด ชุดสูทเข้ารูปยับยู่ยี่เล็กน้อยจากการเผชิญหน้าอันดุเดือดเมื่อครู่ ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองเขาด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งหวาดหวั่นต่อออร่าคุกคาม และอยากค้นหาความจริงที่ถูกฝังกลบไว้ใต้รอยแผลเป็นบนแผ่นหลังกว้างนั้น "อยากรู้มากนักใช่ไหม ว่าทำไมฉันถึงเกลียดไอ้พวกเวรนั่นเข้ากระดูกดำ" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามในลำคอของศิลาดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ศิลาไม่ได้รอให้เธอเอ่ยปากถาม เขายกแก้ววิสกี้ขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด กลิ่นแอลกอฮอล์เข้มข้นยิ่งขับเน้นความดิบเถื่อนในตัวเขาให้เด่นชัดขึ้น ดวงตาสนิมเหล็กคู่นั้นทอดมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกที่สะท้อนภาพไร่อ้อยสุดลูกหูลูกตา ไร่อ้อยที่เขาต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ คราบน้ำตา และ... คราบเลือด "เมื่อสิบปีก่อน ที่นี่ไม่ใช่ดินแดนแห่งความสงบสุขแบบนี้" ศิลาเริ่มเล่า น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง ทว่าแฝงไว้ด้วยคลื่นใต้น้ำที่พร้อมจะซัดถล่มทุกอย่างให้ราบคาบ "มันเป็นดินแดนเถื่อนที่กฎหมายเอื้อมไม่ถึง พ่อฉันเคยเป็นเจ้าของที่ดินผืนนี้... จนกระทั่งเพื่อนรักหักหลัง หักหลังแม้กระทั่งลมหายใจของคนที่เรียกมันว่าพี่น้อง" เพียงขวัญเม้มริมฝีปากแน่น เผลอก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว ความแข็งกร้าวในแววตาของเธอแปรเปลี่ยนเป็นความเห็นอกเห็นใจชั่วขณะ เมื่อเห็นเงาความเจ็บปวดพาดผ่านดวงตาของชายหนุ่มผู้ที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร "มันฆ่าพ่อฉัน... เผาบ้านหลังเก่าจนเหลือแต่ขี้เถ้า และปล่อยให้ฉันกับน้องสาวต้องดิ้นรนกินเศษดินเศษทรายเพื่อเอาชีวิตรอดในนรกคอกสัตว์" ศิลาหัวroเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข เต็มไปด้วยความเดือดดาลและแรงแค้นที่ถูกสุมไฟไว้นานนับทศวรรษ "แล้ววันนี้... ไอ้สุนัขตัวเดิมที่เคยคาบข่าวไปบอกศัตรู ดันโผล่หัวกลับมาเหยียบไร่ของฉันอีกครั้ง แกคิดว่าฉันควรต้อนรับมันด้วยอะไรดีล่ะ เพียงขวัญ?" คำถามนั้นไม่ใช่คำถามที่ต้องการคำตอบ แต่มันคือการประกาศิตแห่งความตาย ศิลากวาดตามองร่างบางที่ยืนสั่นเทาด้วยแรงอารมณ์ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งจนเพียงขวัญต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ร่างหนาเคลื่อนกายเข้ามาประชิดในเสี้ยววินาที กลิ่นกายบุหรี่จางๆ ผสมกับความร้อนรุ่มจากตัวเขาห้อมล้อมเธอไว้ทุกทิศทาง ศิลาใช้มือข้างหนึ่งยันกำแพงกักขังเธอไว้ตรงกลาง ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอสบตา "นายมัน... บ้าอำนาจ ศิลา" เพียงขวัญพยายามเค้นเสียงแข็งขู่กลับ ทั้งที่หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก "นายใช้ความแค้นมาเป็นข้ออ้างในการทำลายทุกอย่าง รวมถึงชีวิตคนอื่นด้วย!" "ใช่... ฉันมันบ้า" ศោilaโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่เหนือริมฝีปากอิ่ม "และตอนนี้ความบ้าของฉันมันกำลังต้องการที่ระบาย... กับเธอ" สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านลากไล้จากคางมนลงมาตามลำคอระหง เพียงขวัญสะท้านเฮือก ขนลุกชันไปทั่วร่าง แรงดึงดูดระหว่างพวกเขารุนแรงเสียจนต้านทานไม่ไหว เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่ดวงตาคู่คมของวิศวกรหนุ่มฉายแววปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความแค้น ไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดออกมาอีก มีเพียงเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดขึ้น ศิลาประกบเรียวปากลงมาอย่างไร้ความปรานี จุมพิตแรกดุดัน เร่าร้อน และตักตวงทุกหยาดหยดความเย่อหยิ่งของเธอให้แหลกสลายคิมือ รสชาติของวิสกี้และกลิ่นอายความดาร์กของเขาทำให้เพียงขวัญมึนงง สมองขาวโพลน มือเรียวที่เคยพยายามผลักไส ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวท่ามกลางพายุอารมณ์ที่เขากำลังโหมกระหน่ำใส่ ความโกรธ ความแค้น และความต้องการหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวในความมืดมิดของค่ำคืนนี้ ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ศิลาตวัดอ้อมแขนรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนเธอแทบจะลอยขึ้นจากพื้น ความเร่าร้อนแผ่ซ่านไปทุกอณูผิว เรี่ยวแรงที่เคยมีมลายหายสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่ตอบสนองต่อสัมผัสอันทรงพลังและเอาแต่ใจของเขา มือหนาปลดกระดุมเสื้อสูทของเธอออกทีละเม็ดอย่างใจร้อน ผิวเนียนนุ่มสัมผัสกับอากาศเย็นในห้อง แต่ไม่นานนัก ความหนาวเย็นก็ถูกแทนที่ด้วยความร้อนระอุจากฝ่ามือและริมฝีปากของเขาที่ซุกไซร้ไล้ลงมาตามซอกคอขาวผ่อง เพียงขวัญแอ่นกายรับสัมผัสวาบหวามนั้นโดยไม่รู้ตัว เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบ ยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณความเป็นนักล่าในตัวศิลาให้พุ่งทะยานถึงขีดสุด "จำไว้... ว่าเธอเป็นของฉัน เพียงขวัญ" เสียงกระซิบพร่าฮ่าข้างใบหูร้อนผ่าว พร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่รวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย บ่งบอกถึงความเหนือกว่าในทุกๆ ด้าน ขณะที่ริมฝีปากของเขาประทับจูบซับความหวานล้ำไปทั่วลาดไหล่เปลือยเปล่า ท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนแรงจนแทบหลอมละลาย ทว่า... ในวินาทีที่ความสัมพันธ์กำลังดำดิ่งสู่ห้วงเสน่หาอันลึกซึ้งอย่างไร้ทางหนี เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นดังขึ้นอย่างรุนแรงจากด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนกระหึ่มที่ทำให้ทั้งคู่ต้องหยุดชะงัก "นายหัว! แย่แล้วครับ! ไอ้พวกมันบุกเข้ามาทางด้านหลัง... และมันจับตัวคนสำคัญของเราไปแล้ว!" ศิลาชะงักกึก สันกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่นขึ้นมาอีกครั้ง แววตาดุดันฉายประกายอำมหิตระเบิดความเดือดดาลยิ่งกว่าเก่า เขาลุกขึ้นจากร่างบางอย่างรวดเร็ว คว้าปืนพกสั้นขึ้นมาปลดเซฟเสียงดังคลิก ก่อนจะหันมามองเพียงขวัญด้วยสายตาที่เด็ดขาดและเย็นยะเยือกถึงขั้วหัวใจ "ล็อคห้องนี้ไว้... ถ้าฉันไม่กลับมา ห้ามเปิดให้ใครเด็ดขาด" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความดิบเถื่อนเร่าร้อนนี้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเลือดร้อนกับนางเอกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%