เสียงปืนนัดสุดท้ายที่คำรามก้องท่ามกลางความมืดมิดของโกดังร้าง ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปลิดชีพชายชุดดำผู้บุกรุก แต่มันคือการประกาศสงครามครั้งใหม่ระหว่างศิลากับอำนาจมืดที่พยายามจะกลืนกินไร่อ้อยแห่งนี้ เศษฝุ่นและควันปืนยังไม่ทันจางหาย หยาดฝนห่าใหญ่ก็กระหน่ำซัดสาดลงมาใส่หลังคาสังกะสีราวกับฟ้าถور เสียงคำรามของพายุภายนอกสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท แต่สิ่งที่รุนแรงและบ้าคลั่งยิ่งกว่าสภาพอากาศข้างนอก กลับเป็นแรงอารมณ์ที่กำลังปะทุขึ้นระหว่างวิศวกรหนุ่มสายดาร์กกับทนายสาวผู้ถือดี
เพียงขวัญยืนตัวสั่นอยู่เบื้องหลังแผ่นไม้ลังเก่า ร่างระหงเปียกปอนไปด้วยหยาดเหงื่อและความตึงเครียด แววตาของเธอไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวต่อความตายที่เฉียดฉิวเมื่อครู่ แต่กลับจ้องมองไปยังแผ่นหลังกว้างของศิลาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"คุณบ้าไปแล้วหรือไงศิลา!" เสียงหวานตวาดก้องแข่งกับเสียงฟ้าผ่า ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกลากเข้ามาเสี่ยงตาย "คุณคิดจะทำอะไรกันแน่! ปิดบังอะไรไว้ ทำไมพวกมันถึงตามล่าคุณถึงขนาดนี้!"
ศิลาไม่ได้หันกลับมาทันที เขาลดกระบอกปืนในมือลงช้าๆ กลิ่นดินปืนผสมผสานกับกลิ่นไอน้ำฝนที่พัดโชยเข้ามาทางหน้าต่างแตกๆ ทำให้บรรยากาศรอบตัวดิบเถื่อนและอันตรายยิ่งขึ้น วิศวกรหนุ่มค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีจดจ้องมองเรือนร่างอรชรที่แนบชิดติดผนัง เสื้อผ้าเนื้อบางเปียกชุ่มจนแนบไปกับสัดส่วนอ้อนแอ้น เปิดเผยความงามเย้ายวนที่เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจจะอวด สายตานั้นร้อนแรงและดุดันเสียจนเพียงขวัญต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่าโลกใบนี้มันสกปรกเกินกว่าที่คุณจะเอาหัวน้อยๆ เข้ามาเสี่ยง" ศิลาสาวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม "แต่คุณก็ยังดึงดันจะขุดคุ้ย จะหาความจริง... อยากรู้มากใช่ไหมว่าผมซ่อนอะไรไว้?"
"ใช่! ในฐานะทนายและผู้ตรวจสอบ ฉันมีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าคุณกำลังทำผิดกฎหมายอะไรอยู่บ้าง!" เพียงขวัญเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ขาของเธอจะเริ่มหมดแรงเมื่อร่างหนาของเขาย่างกรายเข้ามาประชิด พื้นที่รอบตัวแคบลงจนแทบไม่มีอากาศหายใจ
ศิลาไม่ตอบคำถามนั้น มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่นด้วยแรงบีบที่แสดงออกถึงความหงุดหงิดระคนความปรารถนาอันดิบเถื่อน เขากระชากเธอเข้าหาร่างหนาจนหน้าอกแนบชิดกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและรอยแผลเป็นจากสนามชีวิต เพียงขวัญอุทานออกมาด้วยความตกใจ มืออีกข้างพยายามดันกายเขาออก แต่แรงของเธอกลับเปรียบเสมือนสายลมที่พัดผ่านต้นไม้ใหญ่
"อยากรู้ความจริงนักใช่ไหม... งั้นก็มารับมันไปสิครับ" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริก
แรงดึงดูดระหว่างคนทั้งสองระเบิดออกราวกับถ่านไฟเก่าที่ถูกราดด้วยน้ำมัน ศิลาประกบปากลงบนเรียวปากนุ่มนวลอย่างเอาแต่ใจ จูบในคราแรกดุดัน เกรี้ยวกราด และเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจที่สั่งสมมานาน แต่เพียงขวัญก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมจำนนโดยง่าย เธอใช้ฟันคมกัดลงที่ริมฝีปากหนาจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ รสชาติเข้มข้นนั้นยิ่งปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวชายหนุ่มให้พุ่งพล่านขึ้นไปอีกขั้น
แทนที่จะผละออก ศิลากลับหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ มือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นไปสอดเข้ากับกลุ่มผมเปียกชื้น บังคับให้เธอแหงนเงยรับรสจูบที่ล้ำลึกและเร่าร้อนยิ่งขึ้น ปลายลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ มืออีกข้างรวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนไร้ช่องว่าง หยาดฝนที่สาดซัดเข้ามาทางช่องลมทำให้บรรยากาศรอบตัวหนาวเหน็บ แต่สัมผัสจากผิวกายของทั้งคู่กลับร้อนระอุราวกับมีไฟกองใหญ่แผดเผา
เพียงขวัญส่งเสียงครางประท้วงในลำคอ แรงต่อต้านทั้งหมดเริ่มละลายหายไปกับรสจูบที่เปี่ยมไปด้วยเสน่หาอันรุนแรง มือเรียวที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตชุ่มน้ำของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว ร่างกายของเธออ่อนยวบราวกับไร้กระดูกเมื่อฝ่ามือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังโค้งเว้า ภายใต้ร่มเงาแห่งพายุฝนและควันปืน ทั้งสองคนปล่อยให้สัญชาตญาณดิบเถื่อนนำพาข้ามผ่านเขตแดนแห่งความถูกต้องและศีลธรรม
ศอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกโดยไม่ปล่อยให้ริมฝีปากเป็นอิสระ เพียงขวัญส่งเสียงร้องด้วยความตกใจก่อนจะเกาะเกี่ยวลำคอแกร่งไว้แน่น เรียวขาเนียนเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาโดยอัตโนมัติ ร่างสูงเดินตรงไปยังมุมห้องด้านในที่มีลังไม้เก่าและกองฟางหนานุ่มรองรับ แรงกระแทกเบาๆ เมื่อแผ่นหลังของเธอล้มลงบนกองผ้าใบและฟางแห้ง ทำให้ลมหายใจขาดห้วง
วิศวกรหนุ่มตามทาบทับลงมาทันที น้ำหนักตัวที่สมส่วนกดทับแต่กลับเต็มไปด้วยความทะนุถนอมในแบบฉบับของเขา ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่แดงก่ำและหอบสะั่น หยาดน้ำฝนที่เกาะพราวตามเส้นผมและผิวเนียนยิ่งทำให้เธอดูลึกล้ำและเย้ายวนใจเกินกว่าจะหักห้ามใจ
"คุณมันดื้อด้านที่สุด เพียงขวัญ..." ศิลาพึมพำชิดใบหู ขณะที่มือใหญ่เริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่ไม่มีวันมอดดับ
"และคุณมันก็เผด็จการที่สุด..." เพียงขวัญสวนกลับด้วยเสียงหอบกระเส่า แม้ริมฝีปากจะต่อต้าน แต่มือเรียวกลับเอื้อมไปโอบรอบลำคอของเขา ดึงรั้งให้ใบหน้าคมคายโน้มลงมาหาอีกครั้ง
ค่ำคืนนั้น เสียงคำรามของฟ้าผ่าและสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดกลกลืนไปกับเสียงหอบหายใจและบทเพลงรักอันร้อนแรงบนกองฟาง ศิลาไม่ได้เป็นเพียงแค่วิศวกรผู้เยือกเย็นอีกต่อไป แต่เขาคือเปลวเพลิงที่แผดเผาทุกความลังเลในใจของหญิงสาว ส่วนเพียงขวัญก็ยอมจำนนต่อห้วงเหวแห่งเสน่หาที่เขาขุดล่อไว้อย่างเต็มใจ ร่างกายแนบสนิท ประสานเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางพายุร้ายที่โหมกระหน่ำภายนอก จนแทบไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่
จนกระทั่งลมหายใจของทั้งคู่เริ่มกลับมาสม่ำเสมอ ศิลานอนตะแคงกอดร่างนุ่มนิ่มที่นอนซบอยู่บนอกแกร่ง มือหนาลูบไล้เส้นผมยาวสลวยที่เปียกชื้นอย่างเบามือ ความเงียบงันกลับมาเยือนโกดังร้างอีกครั้ง มีเพียงเสียงหยดน้ำฝนที่กระทบพื้นสังกะสีเป็นจังหวะ
ทว่า... ความสงบสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน
เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่ย่ำเข้ามาใกล้ประตูโกดัง พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องผ่านรอยแตกของผนังไม้เข้ามา ทำให้ศิลากระชากตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณนักสู้ตื่นตัวขึ้นในเสี้ยววินาที
เพียงขวัญสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ รีบคว้าเสื้อผ้ามาคลุมกาย ดวงตาเบิกกว้างเมื่อมองไปยังประตูด้านนอก
"ศิลา... เสียงนั่นใคร?" เธอกระซิบถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า
ศิลาไม่ได้ตอบ เขารีบหยิบปืนที่ตกอยู่ขึ้นมาตรวจสอบกระสุน ดวงตาคมกริบหันไปมองเงาดำที่ทาบทับอยู่หน้าประตูโกดัง ก่อนที่เสียงเคาะประตูเหล็กจะดังขึ้นสามครั้ง พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยที่เอ่ยเรียกชื่อเขาจากด้านนอก
"ไอ้ศิลา... กูรู้ว่ามึงอยู่ในนั้น ออกมามอบตัวซะ ถ้าไม่อยากให้ผู้หญิงของมึงต้องตายคาที่"
ศิลาขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้น แววตาดุดันฉายประกายอำมหิตขึ้นมาทันที เมื่อตระหนักว่าคนที่มาเยือนไม่ใช่แค่สมุนกระจอก แต่เป็น "มัน" ศัตรูเก่าที่เขาตามล่ามาตลอดชีวิต
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเร่าร้อนนี้ร่วมกันนะครับ
วิศวกรเลือดร้อนกับนางเอกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว•ตอนที่ 18
ไฟที่ไม่มีวันมอด
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเลือดร้อนกับนางเอกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!