วิศวกรเลือดร้อนกับนางเอกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว•ตอนที่ 24

จุดเปราะบางในใจเหล็ก

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
กลิ่นดินชื้นหลังฝนตกผสมกับกลิ่นยาสูบจางๆ จากปลายนิ้วของศิลาตลบอบอวลอยู่ในห้องทำงานที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจของผมเองที่เต้นเป็นจังหวะหนักหน่วง ผมมอง 'เพียงขวัญ' ที่ยืนพิงขอบโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ ร่างบางนั้นสั่นสะท้านเล็กน้อยไม่ใช่ออกจากความกลัว แต่เป็นเพราะแรงกดดันจากสายตาของผมที่กวาดมองเธอราวกับจะแผดเผาให้มอดไหม้ "มองอะไรขนาดนั้นคะ คุณศิลา" เธอถาม เสียงของเธอไม่ได้สั่นเหมือนในตอนแรก แต่มันกลับมีความท้าทายเคลือบแฝงอยู่ ผมหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแหบพร่าและดิบเถื่อน ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาร่างใหญ่โตของผมทาบทับลงบนตัวเธอจนมิด ผมใช้มือข้างหนึ่งกดขอบโต๊ะกักขังเธอไว้ระหว่างอ้อมแขน สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากซอกคอขาวเนียนที่เร้าอารมณ์ดิบในกายผมให้ตื่นตัว "มองคนที่ไม่ยอมฟังคำสั่งไงครับ" ผมกระซิบข้างใบหูเธอ ลมหายใจอุ่นจัดรดรินผิวที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อ "ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าให้รอในห้อง... ทำไมต้องดื้อรั้นออกมาให้เห็นตอนที่ผมกำลังจัดการกับพวกเหลือบไรพวกนั้นด้วย" เพียงขวัญเงยหน้าขึ้นสบตาผม ดวงตาคู่นั้นมีความแข็งกร้าวที่น่าหลงใหล "ฉันไม่ใช่สมบัติที่คุณจะเอาไปซ่อนไว้ที่ไหนก็ได้นะคะศิลา ฉันมีหน้าที่ มีสิ่งที่ต้องตรวจสอบ และที่สำคัญ... ฉันไม่ใช่เมียของคุณจริงๆ อย่างที่คุณป่าวประกาศให้ใครต่อใครฟัง" คำปฏิเสธของเธอเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ ผมกระชากข้อมือเล็กนั้นเบาๆ ก่อนจะดึงร่างของเธอเข้ามาปะทะอกแกร่ง ความนุ่มหยุ่นของหน้าอกเธอสัมผัสเข้ากับแผงอกหนาของผมจนเกิดกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วร่าง ผมเชยคางเธอขึ้น บังคับให้เธอรับสัมผัสจากสายตาที่ไร้ความปรานี "อยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมผมถึงเรียกคุณว่าเมีย" ผมก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม "เพราะทุกตารางนิ้วบนตัวคุณ... มันมีรอยประทับของผมอยู่หมดแล้ว เพียงขวัญ" ผมบดจูบลงไปโดยไม่รอคำอนุญาต ความหอมหวานที่คุ้นเคยเปลี่ยนเป็นรสชาติของความคลั่งไคล้ ลิ้นหนาสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาเลื่อนลงไปโอบรัดเอวคอดกิ่วก่อนจะช้อนร่างเธอขึ้นจนลอยละล่อง ผมพาเธอเดินตรงไปยังเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ที่มักใช้บัญชาการไร่ แต่ในวินาทีนี้มันกลับกลายเป็นที่รองรับอารมณ์เสน่หาที่ไร้การควบคุม ผมวางเธอลงบนตัก ถอดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น แม้ดวงตาจะยังจ้องมองดวงตาคู่สวยที่เริ่มฉายแววพร่าเลือนด้วยพิษรัก "อย่า..." เธอทักท้วงเสียงแผ่ว แต่เมื่อผมใช้มือลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าลงไปถึงความนุ่มหยุ่นที่ปรารถนา เธอกลับเชิดหน้าขึ้นและคว้าคอเสื้อผมไว้แน่น ความขัดแย้งในใจเธอคือสิ่งที่ผมโปรดปรานที่สุด ศักดิ์ศรีที่เธอพยายามรักษาไว้กำลังพังทลายลงภายใต้สัมผัสที่ผมมอบให้ "บอกผมสิ... ว่าคุณต้องการอะไร" ผมถาม พลางขบเม้มติ่งหูเธอจนเจ้าตัวสะดุ้ง "ต้องการให้ผมหยุด หรือต้องการให้ผมกระชากวิญญาณคุณออกมาให้รู้แล้วรู้รอด" "คนเลว..." เธอครางออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ ผมกระตุกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะเคลื่อนตัวลงไปซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น สัมผัสถึงชีพจรที่เต้นถี่รัว ราวกับจังหวะของสัตว์ป่าที่กำลังล่าเหยื่อ ผมไม่เคยเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงกับใคร แต่กับผู้หญิงคนนี้... ผมกลับอยากเปลือยเปล่าหัวใจที่ด้านชาให้เธอได้เห็น มือของผมเลื่อนลงไปปลดพันธนาการสุดท้ายที่ขวางกั้นสัมผัสระหว่างเรา ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่ได้เมื่อปลายนิ้วผมสำรวจลึกลงไปในจุดเปราะบางที่เธอพยายามปิดตาย มันไม่ใช่แค่เรื่องของเซ็กส์ แต่เป็นความทรมานที่แสนหวานที่ผมตั้งใจมอบให้ เพื่อทำลายกำแพงแห่งศักดิ์ศรีที่เธอสร้างขึ้น "ขวัญ..." ผมเรียกชื่อเธอเสียงพร่าด้วยความโหยหาที่แท้จริง "โลกภายนอกอาจจะมองว่าผมเป็นแค่คนเถื่อนที่คุมไร่อ้อย... แต่ความจริงคือ ผมเป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่เกือบตายเพราะความไว้ใจ จนกระทั่งได้มาเจอคุณ" เธอหยุดนิ่ง สบตาผมด้วยความประหลาดใจ ผมเห็นความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งกระด้างนั้นในแววตาของเธอ ผมประคองใบหน้าเธอไว้ด้วยสองมือ กดจูบหนักๆ ลงบนริมฝีปากที่เจ่อช้ำจากการกระทำของผม "ผมไม่เคยให้ใครเข้ามาใกล้ถึงตรงนี้... ไม่เคยอนุญาตให้ใครเห็นรอยร้าวในใจผม" ผมกระซิบด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าไปด้วยอารมณ์ที่อัดอั้น "คุณเป็นคนแรก... และจะเป็นคนสุดท้าย" ท่ามกลางความเงียบงันที่แสนจะตึงเครียด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงานของผม เพียงขวัญเบิกตากว้างและพยายามจะลุกขึ้น แต่ผมกลับกดร่างเธอไว้แน่นด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นดุดันดังเดิม "อย่าขยับ" ผมสั่งเสียงเรียบแต่ทรงอำนาจ เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงของลูกน้องคนสนิทที่ฟังดูร้อนรนผิดปกติ "นายครับ... มีจดหมายฉบับหนึ่งส่งมาจาก 'คนที่นั่น' ครับนาย... มันระบุว่าต้องให้คุณขวัญเป็นคนเปิดอ่านด้วยตัวเองเท่านั้น" ร่างของเพียงขวัญในอ้อมแขนผมแข็งทื่อไปทันที เธอหันมามองผมด้วยความหวาดหวั่นที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ในขณะที่ใจผมเองก็ตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เพราะผมรู้ดีว่า 'คนที่นั่น' คือใคร และการที่มันรู้ว่าเพียงขวัญอยู่ที่นี่... หมายความว่าความลับที่ผมพยายามปกป้องไว้ กำลังจะถูกกระชากออกมาเผชิญหน้ากับความตายที่ผมเคยหนีมาตลอดชีวิต ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหุบเหวแห่งเสน่หาไปพร้อมกับผมครับ - ธานินทร์แดนเถื่อน
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเลือดร้อนกับนางเอกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%