เสียงเอกสารปึกใหญ่ที่ถูกฟาดลงบนโต๊ะไม้สักทองดังสนั่น ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในห้องทำงานส่วน
ตัวของไร่อفيف ศิลาไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังสีเข้ม แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวทะเลทรายจดจ้องไปยังชายวัยกลางคนตรงหน้า—นายจmนทร์ หัวหน้าฝ่ายบัญชีผู้รับใช้ตระกูลนี้มานานนับทศวรรษ ใบหน้าของจmนทร์อาบชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ มือที่ประสานกันสั่นเทาจนเห็นได้ชัด
"แกกล้ามากนะจmนทร์..." เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน กลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนากำยำจนบรรยากาศในห้องรอบตัวเหมือนลดต่ำลงจนจุดเยือกแข็ง "เงินในบัญชีงวดส่งออกล็อตล่าสุดหายไปสามล้าน... และลายเซ็นที่อนุมัติเบิกจ่าย มันคือลายเซ็นของแก"
เพียงขวัญยืนนิ่งอยู่ข้างโต๊ะทำงาน หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองศึก เอกสารบัญชีที่เธอตรวจสอบตลอดทั้งคืนถูกกางออกประจานความโลภของมนุษย์ ภัยร้ายที่เธอกลัวไม่ได้มาจากภายนอก แต่เป็นหนอนบ่อนไส้ที่กัดกินรากฐานของไร่อفيفจากข้างใน
จmนทร์หน้าซีดเผือด ทรุดเข่าลงคุกเข่ากับพื้นห้อง เสียงสะอื้นไห้และคำแก้ตัวดังละล่ำละลัก "นายครับ... ผมไม่ได้ตั้งใจ! ไอ้นเรศมันบังคับผม! มันบอกว่าถ้าผมไม่เซ็น มันจะเอาเรื่องที่ผมติดหนี้พนันไปบอกนาย..."
ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างที่สั่นเทาบนพื้นช้าๆ รองเท้าบูทหนังกระทบพื้นไม้เกิดเสียงหนักแน่นทุ้มต่ำ เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ใช้มือหนากระชากคอเสื้อของจmนทร์ขึ้นมาจนใบหน้าของอีกฝ่ายลอยเหนือพื้น สายตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่หวาดกลัว
"ไอ้นเรศมันเป็นแค่ลูกน้องกระจอก... แต่แกคือคนที่ฉันไว้ใจที่สุด จmนทร์" ศิลาเอ่ยเสียงกระซิบเย็นเยียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนคนฟังแทบสิ้นสติ "การหักหลังในไร่นี้ มีราคาที่ต้องจ่ายด้วยเลือด... และแกเลือกทางเดินนั้นเอง"
เพียงขวัญมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกซับซ้อน ร่างหนาของศิลามีพลังดึงดูดดิบเถื่อนที่ทำให้เธอทั้งหวาดกลัวและใจเต้นแรงไปพร้อมกัน ความเด็ดขาดและอำนาจเผด็จการของเขาหลอมรวมกับความเจ็บปวดจากการถูกทรยศ กลายเป็นแรงระเบิดทางอารมณ์ที่รุนแรงจนอากาศรอบตัวแทบเจือจาง
ศิลาสะบัดมือทิ้งร่างของจmนทร์ลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ความปรานี ก่อนจะหันมาสบตากับเพียงขวัญที่ยืนนิ่งอยู่ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดเป็นประกายระอุร้อนในชั่วพริบตา เขาก้าวเข้าไปหาเธออย่างรวดเร็ว ร่างสูงใหญ่บีบบังคับให้เธอถอยหลังจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับชั้นหนังสือไม้สักอย่างจัง
"นายศิลา..." เพียงขวัญกระซิบเสียงสั่น เมื่อวงแขนแข็งแรงยกขึ้นกักขังเธอไว้ระหว่างชั้นหนังสือกับลำตัวหนาของเขา กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมกับเหงื่อกาฬและกลิ่นกายบุรุษเพศอันร้อนรุ่มโชยปะทะนาสิกจนสติกระเจิดกระเจิง
"เธอเก่งมาก... เพียงขวัญ" ศิลาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่แถวใบหูขาวสะอาด น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงขับทางอารมณ์ที่อัดอั้น "ขุดคุ้ยเก่งนักนะ... รู้ไหมว่าความอยากรู้อยากเห็นของเธอกำลังทำให้ฉันคลั่ง"
"ฉันแค่... ทำหน้าที่..." เพียงขวัญพยายามเบือนหน้าหนี แต่รวดเร็วเกินกว่าที่ปลายนิ้วแข็งแกร่งจะคว้าคางอิ่มไว้ได้ ศิลาบังคับให้เธอกลับมาสบตา ประกายตาคมกريบสะท้อนภาพความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ไร้การปิดบัง
"หน้าที่เหรอ?" ศิลาแค่นยิ้มมุมปาก ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้จนเกือบชิด "งั้นมาดูซิว่า คนที่กล้าท้าทายอำนาจฉันอย่างเธอ... จะมีสิทธิ์ปฏิเสธบทลงโทษนี้ไหม"
สัมผัสแรกจากริมฝีปากหนาร้อนรุ่มทาบทับลงมาอย่างอุกอาจและเอาแต่ใจ เพียงขวัญเผยอปากจะประท้วง แต่กลับเปิดโอกาสให้เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานล้ำอย่างไม่ยอมให้ตั้งตัว แรงจูบดุดัน รุนแรง แต่เปี่ยมไปด้วยเสน่หาที่ร้อนระอุราวกับไฟป่า ร่างบางสั่นสะท้าน มือเล็กที่พยายามดันอกแผงอกกว้างแปรเปลี่ยนเป็นกำเสื้อผ้าของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัวเมื่อความซาบซ่านแล่นริ้วไปทั่วร่าง
ศิลาไม่ปล่อยให้เธอมีโอกาสหายใจ มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบชิดอย่างไร้ช่องว่าง สัมผัสจากฝ่ามือหยาบกร้านลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าภายใต้เนื้อผ้าปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเขาให้ตื่นเต็มที่ ความตึงเครียดจากเหตุการณ์หักหลังเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงสวาทที่เผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างในห้องทำงานนั้น
เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังเคล้าคลอไปกับเสียงครางประท้วงในลำคอของหญิงสาว ศิลาผริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เพียงขวัญได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่สายตาคมกริบยังคงจดจ้องริมฝีปากบวมเจ่อและแดงก่ำของเธอด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่ง
"จำไว้... เพียงขวัญ" เขากระسิบเสียงพร่าชิดริมฝีปาก นัยน์ตาสีเข้มวับวาวด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนา "ไม่มีใครในไร่นี้ที่หนีพ้นเงื้อมมือฉัน... และเธอ ก็เป็นของฉันตั้งแต่ก้าวเข้ามาที่นี่แล้ว"
ยังไม่ทันที่เพียงขวัญจะได้เอื้อนเอ่ยคำใดโต้แย้ง เสียงเคาะประตูดังรัวเร็วด้านนอกก็ทำลายความเงียบงันลงอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของสมุนคนสนิทที่ผลักประตูเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนกจนเสียอาการ
"นายครับ! แย่แล้วครับ... โกดังเก็บอ้อยโซน C เกิดไฟไหม้ขึ้นพร้อมกันสามจุด! และ... และคนของเราที่เฝ้าอยู่ ถูกยิงตายคาที่ครับ!"
ศิลาชะงักกึก ร่างหนาผละออกจากเพียงขวัญช้าๆ แววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงสวาทเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมเยียบเย็นดุจน้ำแข็งในเสี้ยววินาที ความโลภและการหักหลังไม่ได้มีแค่จmนทร์คนเดียว... สงครามล้างบางเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในดินแดนอันร้อนระอุนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรเลือดร้อนกับนางเอกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว•ตอนที่ 26
ภาพสะท้อนแห่งความโลภ
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเลือดร้อนกับนางเอกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!