กระดาษแผ่นบางในมือของรินรดาสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะความเดือดดาลที่ถูกกดทับไว้ใต้ท่าทีอันนิ่งสงบ ทนายความสาวส่งยิ้มบางเบาให้เธออย่างเห็นอกเห็นใจ ทว่าข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอมือถือของรินรดาในวินาทีต่อมา กลับทำให้บรรยากาศในร้านกาแฟหรูใจกลางเมืองเย็นเยียบลงทันตา
*“คุณไม่มีวันได้ใบหย่า รินรดา… และถ้าคุณยังดื้อดึงจะก้าวเท้าออกจากตระกูลอัครเดโช เตรียมตัวรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับคนรอบตัวคุณได้เลย”*
ข้อความจากสามีทางนิตินัย—พฤกษ์ อัครเดโช ชายผู้ไม่เคยชายตามองเธอตลอดสามปีเต็ม บัดนี้กลับแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอย่างน่าสะอิดสะเอียน เพียงเพราะศักดิ์ศรีและหน้าตาทางสังคมของเขาค้ำคออยู่
“เขาว่าอย่างไรบ้างคะ ริน” เสียงทุ้มนุ่มของธันวาเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ ดวงตาคมคายภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแววห่วงใยอย่างปิดไม่มิด มือหนาเอื้อมมาแตะหลังมือของเธอเบาๆ เพื่อถ่ายทอดความอบอุ่น
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก ริมฝีปากสีพีชระเรื่อเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเพื่อนสนิทและที่ปรึกษาคนสำคัญ “เขาปฏิเสธค่ะ… พี่พฤกษ์ไม่ยอมหย่า แถมยังส่งสัญญาณเตือนมาแล้วด้วยว่า เขาจะใช้ทุกวิถีทางในการบีบฉันให้จนมุม”
“เขาช่างเห็นแก่ตัวไม่เปลี่ยนเลยสินะครับ” ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบไหววูบด้วยความขุ่นเคือง “คิดว่าเงินและอำนาจจะซื้อได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งอิสรภาพของคนอื่นงั้นเหรอครับ”
“เขาคงคิดว่าฉันยังเป็นรินรดาคนเดิม คนที่ยอมก้มหน้าอดทนให้เขาเหยียบย่ำหัวใจเล่นในคฤหาสน์หลังนั้นล่ะมั้งคะ” รินรดาแค่นยิ้มหยันให้กับตัวเอง ความเจ็บปวดในอดีตที่เคยกรีดลึกจนเลือดโชก บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นความด้านชาและเข้มแข็ง เธอดึงมือกลับจากการกุมมือของธันวาอย่างสุภาพ แต่ยังคงทิ้งรอยยิ้มจริงใจไว้ให้ “ขอบคุณนะคะพี่ธันวา สำหรับทุกอย่าง ถ้ารinไม่มีพี่คอยช่วยเหลือ ป่านนี้ฉันคงไม่กล้าแม้แต่จะก้าวออกมาจากขุมนรกนั่น”
“เพื่อริน… พี่เต็มใจเสมอครับ” ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สายตาที่เขามองเธอนั้นเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าพี่น้อง ทว่าในยามนี้ รินรดายังไม่พร้อมจะมอบหัวใจให้ใครทั้งสิ้น สิ่งเดียวที่เธอต้องการคือ ‘อิสรภาพ’ และการทวงคืนศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบยละ
ทว่า… พฤกษ์ อัครเดโช หาใช่คนที่จะยอมแพ้ง่ายๆ ไม่
เพียงแค่ข้ามวัน ข่าวลืออันเสื่อมเสียเกี่ยวกับรินรดาก็แพร่สะพัดไปทั่วแวดวงสังคมไฮโซ สื่อบันเทิงและคอลัมนซุบซิบต่างพากันตีพิมพ์เรื่องราวบิดเบือนว่าเธอนั้นเป็นภรรยาผู้ทะเยอทะยาน แอบลักลอบคบชู้กับทนายความหนุ่มเพื่อหวังฮุบสมบัติของตระกูลอัครเดโช ภาพถ่ายที่เธอทานกาแฟกับธันวาถูกนำมาตัดต่อและตีความไปในทางเสื่อมเสีย แรงกดดันจากสังคมรอบข้างเริ่มถาโถมเข้าใส่บิดามารดาของเธอ รวมถึงบริษัทเล็กๆ ที่ครอบครัวของเธอร่วมหุ้นอยู่ ก็ถูกกลุ่มทุนปริศนาเข้ากว้านซื้อหุ้นและถอนทุนคืนจนเกือบล้มละลาย
นี่คือมาตรการบีบคั้นทางสังคมที่พฤกษ์จงใจหยิบยื่นให้ เพื่อบีบให้เธียรต้องคลานกลับไปคุกเข่าขอร้องเขาถึงที่
คฤหาสน์หินอ่อนหลังใหญ่โตโอ่อ่าในยามค่ำคืนเงียบสงบราวกับป่าช้า รินรดาก้าวเท้าเข้ามาในตัวบ้านด้วยความเด็ดเดี่ยว ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ในแววตาคู่สวยอีกต่อไป ประตูบานใหญ่เปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปรดของพฤกษ์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคาแพง แสงไฟสลัวสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายที่ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคมกริบคู่นั้นจ้องมองมาที่เธอดุจพญาอินทรีที่กำลังมองเหยื่อในกรงเล็บ
“กล้ามากนะที่หายหัวไปสามวันเต็ม รินรดา” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความเยือกเย็น แฝงไปด้วยความกรรโชกและโทสะที่ถูกสะกดกลั้นไว้ “คิดว่าไปซุกหัวอยู่ที่ไหนกับไอ้ทนายหน้าจืดคนนั้นแล้วฉันจะไม่รู้เรื่องงั้นเหรอ?”
รินรดาปรายตามองสามีตามพฤตินัยด้วยความรู้สึกสมเพช เธอก้าวเข้าไปใกล้เขาอย่างไม่เกรงกลัว ส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวาน “พี่พฤกษ์ต่างหากที่เล่นสกปรก เอาเรื่องส่วนตัวไปประจานให้สังคมรับรู้ แค่เพราะผู้หญิงคนหนึ่งอยากขอหย่า เพื่อหลุดพ้นจากชีวิตแต่งงานที่ไร้ความหมาย มันทำให้ศักดิ์ศรีมหาเศรษฐีของคุณมันสั่นคลอนขนาดนั้นเลยเหรอคะ?”
พฤกษ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว กลิ่นกายหรูหราเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ลอยเข้าแตะนาสิก ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา จนแทบทำให้รอบกายขาดอากาศหายใจ
“ใช่… ศักดิ์ศรีของฉันมันค้ำคออยู่ และฉันไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาหย่ากับฉันตามอำเภอใจ!” พฤกษ์กระชากเสียงต่ำ มือหนาเอื้อมมาบีบปลายคางมนของเธอไว้แน่นด้วยแรงอารมณ์ “เธอคิดเหรอว่าแค่เกาะชายกระโปรงไอ้ทนายกระจอกนั่นแล้วเธอจะรอดพ้นเงื้อมมือฉันไปได้? เธอก็เป็นได้แค่ผู้หญิงไร้ค่าที่ฉันจะเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ต่างหาก รินรดา!”
ความเจ็บร้าวที่คางไม่ได้ทำให้รินรดาน้ำตาคลอเบ้าเหมือนในอดีตอีกต่อไป เธอกลับหัวიหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนเรียวปากสวย “ถ้าฉันมันไร้ค่าในสายตาคุณนัก… ทำไมคุณถึงต้องดิ้นรนรั้งฉันไว้ด้วยล่ะคะพี่พฤกษ์? หรือจริงๆ แล้ว… คนที่กลัวการสูญเสีย ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นคุณกันแน่?”
คำพูดนั้นราวกับลูกศิษย์ปักเข้ากลางใจดำ พฤกษ์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจปนโทสะ ความโกรธเกรี้ยวที่พลุ่งพล่านในอกผสมปนเปเข้ากับความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่เขาพยายามกดทับมาตลอดหลายวัน ร่างสูงก้มลงประกบเรียวปากลงมาบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างรุนแรงและเอาแต่ใจ ไม่มีแม้ความอ่อนโยน มีเพียงรสจูบที่เต็มไปด้วยการลงทัณฑ์ ความหึงหวง และความกระหายที่ต้องการจะประกาศความเป็นเจ้าของ
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอพยายามขัดขืนและเบือนหน้าหนี ทว่ามือหนากลับตรท้ายทอยเธอไว้มั่น บังคับให้เธอน้อมรับสัมผัสอันเร่าร้อนและป่าเถื่อนนี้ รสจูบที่ทั้งดุดันและวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันทำให้หัวใจที่ด้านชาเริ่มสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ พฤกษ์บดขยี้เรียวปากเธอบางเบาก่อนจะแทรกเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในอย่างไร้ความปรานี ร่างกายของเขาร้อนผ่าว แนบชิดจนแทบหลอมละลายไปกับตัวเธอ สัญชาตญาณความเป็นชายและสัญชาตญาณการครอบครองพุ่งพล่านถึงขีดสุด มือหนาปัดป่ายไปตามเรียวแขนและสะโพกคอดกิ่ว บีบเคล้นอย่างหนักหน่วงจนเธอต้องส่งเสียงครางประท้วงในลำคอด้วยความวาบหวามและเจ็บแปลบในคราเดียวกัน
มันเป็นความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย ร้อนแรง ดิบเถื่อน และเปี่ยมไปด้วยแรงแค้นที่พร้อมจะแผดเผาทั้งคู่ให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน
ทว่า… ในวินาทีที่พฤกษ์กำลังจะผละกายออกจากริมฝีปากเธอลมหายใจหอบกระชั้น สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานใกล้ตัว
ซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกเปิดอ้างว้าง และภาพถ่ายใบหนึ่งที่หลุดร่วงออกมาคว่ำหน้าอยู่
พฤกษ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย เขาผละออกจากร่างบางอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะก้าวเข้าไปหยิบภาพถ่ายใบนั้นขึ้นมาดูด้วยความรวดเร็ว
ดวงตาสีนิลของนักธุรกิจหนุ่มผู้เย่อหยิ่งเบิกกว้างขึ้นสุดขีด ลมหายใจของเขาติดขัดในลำคอ ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจในยามวิกาล
ในภาพถ่ายนั้น… คือเด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สองขวบ ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นถอดแบบมาจากตัวเขาอย่างไร้ที่ติ กำลังส่งยิ้มกว้างให้กล้องอย่างสดใส และที่มุมภาพ มีสำเนาสูติบัตรระบุชื่อมารดาอย่างชัดเจนว่าเป็นชื่อของ ‘รินรดา’ โดยที่ช่องชื่อบิดา… ถูกเว้นว่างไว้
พฤกษ์หันขวับกลับมามองหน้าภรรยาของตนเอง ร่างสูงสั่นเทาเล็กน้อย ความโกรธเกรี้ยวก่อนหน้ามลายหายไปสิ้น กลายเป็นความช็อกระคนไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น
“นี่มัน… หมายความว่ายังไง รินรดา?” เสียงของเขาแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำจ้องมองภาพเด็กน้อยสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของภรรยา “เด็กคนนี้… เป็นใคร?!”
— เข็มฉายานิศ —
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดอันหอมหวานนี้ด้วยกันนะคะ
นาฬิกาทรายที่ไร้ทราย : รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 2
อิสรภาพที่แลกด้วยลมหายใจ
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นาฬิกาทรายที่ไร้ทราย : รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!