เสียงก้านคริสตัลกระทบกับผิวโต๊ะหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลีดังขึ้นแผ่วเบา ทว่ามันกลับบาดลึกเข้าไปในความเงียบงันที่โรยตัวปกคลุมห้องอาหารหรูใจกลางเพนต์เฮาส์ราคาเก้าร้อยล้าน
บนโต๊ะอาหารยาวเหยียดที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยฝีมือเชฟมิชลินสตาร์ อาหารคอร์สใหญ่ยังคงตั้งตระหง่านไร้รอยแตะต้อง ราวกับมันเป็นเพียงเครื่องประดับราคาแพงชิ้นหนึ่งในค่ำคืนครบรอบแต่งงานปีที่สาม—ปีที่กลายสภาพเป็นกรงขังอันหนצוดเหน็บสำหรับรินรดา
พฤกษ์ อัครเดโช เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอไอפาดธุรกิจ แววตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติฉายแววหงุดหงิดระคนเย็นชาอย่างปิดไม่มิด เขากวาดสายตามองภรรยาในชุดราตรีผ้าไหมสีมรกตเข้ารูป ซึ่งนั่งนิ่งสงบอยู่ที่ปลายโต๊ะอีกด้าน หล่อนดูงดงามราวกับภาพวาดชั้นครู แต่ความงดงามนั้นกลับว่างเปล่าในสายตาของเขา
"คุณจะนั่งเงียบเป็นหุ่นปั้นไปถึงไหน รินรดา" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะรำคาญเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "ผมมีประชุมทางไกลกับนิวยอร์กอีกครึ่งชั่วโมง ถ้าคุณไม่มีเรื่องอะไรจะพูด เราควรจบดินเนอร์น่าเบื่อพรรค์นี้เสียที"
ดินเนอร์น่าเบื่อ... คำพูดที่ถูกตอกย้ำราวกับมีดกรีดซ้ำลงบนรอยแผลเป็นที่ตกสะเก็ดมานาน
รินรดาไม่โกรธ หล่อนไม่แม้แต่จะกะพริบตา ความเจ็บปวดร้าวรานตลอดสามปีที่ผ่านมาถูกหลอมรวมจนกลายเป็นความด้านชาที่แข็งแกร่ง หญิงสาวค่อยๆ วางช้อนเงินลงบนจานกระเบื้องเคลือบ เสียงนั้นกังวานก้องในความเงียบ ก่อนที่เรียวปากสีพีชอิ่มเอิบจะคลี่ยิ้มบางเบາ รอยยิ้มที่ทำให้พฤกษ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก
หล่อนไม่ได้เอ่ยคำตัดพ้อ ไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายเหมือนภรรยาขี้แพ้ในอดีต
มือเรียวบางเลื่อนแฟ้มเอกสารสีครีมหนาที่วางซ่อนอยู่ใต้กระดาษทิชชูเนื้อดีขึ้นมาบนโต๊ะ แล้วดันมันข้ามผ่านพื้นหินอ่อนมันวาวไปเบื้องหน้าสามีผู้เย่อหยิ่ง
พฤกษ์มองเอกสารแผ่นนั้นด้วยหางตา ริมฝีปากหยักลึกกระตุกยิ้มเยาะ "อะไรอีก ริน... ของขวัญวันครบรอบงี่เง่าอะไรของคุณอีกล่ะ หุ้นบริษัทพ่อคุณ หรือว่าโฉนดที่ดินแปลงไหนอีก ถึงได้ทำหน้าจริงจังนัก"
"ไม่ใช่ของขวัญค่ะพฤกษ์..." เสียงหวานใสทว่าราบเรียบราวกระจกเงาสะท้อนความจริง เอ่ยออกมาทีละคำอย่างชัดเจน "แต่มันคืออิสรภาพ... ของเราทั้งคู่"
พฤกษ์ชะงัก นิ้วเรียวยาวที่กำลังจะแตะหน้าจอไอแพดหยุดนิ่ง เขาปรายตามองเอกสารแผ่นนั้นอีกครั้ง และคราวนี้ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอกลับกระตุกวูบอย่างแรง เมื่อตัวอักษรขนาดใหญ่บนหัวกระดาษสะท้อนเข้าสู่เรตินา
*‘ใบคำร้องขอหย่าโดยความยินยอม’*
ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง ทว่ามันไม่ใช่ความเงียบที่น่าเบื่อหน่าย หากแต่เป็นความกดดันระดับสูงสุดที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อสิ่งใด พฤกษ์เงยหน้าขึ้นจ้องมองภรรยาด้วยดวงตาคมกริบที่วาวโรจน์ขึ้นทีละน้อย เส้นเลือดบริเวณขมับปูดโปนเล็กน้อยบ่งบอกถึงโทสะที่กำลังก่อตัว
"คุณว่าอะไรนะ..." น้ำเสียงของเขาต่ำจนแทบจะกลายเป็นคำราม "หย่า? รินรดา คุณเสียสติไปแล้วหรือไง ถึงได้เอาเรื่องไร้สาระแบบนี้มาล้อเล่นในวันครบรอบของเรา!"
"ฉันไม่ได้ล้อเล่นค่ะพฤกษ์ และฉันก็มีสติดีครบถ้วนมากกว่าตอนที่ยอมก้าวเท้าเข้าบ้านหลังนี้เมื่อสามปีก่อนเสียอีก"
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสง่างามและเด็ดเดี่ยวฉายชัดในทุกอากัปกิริยา หล่อนเดินอ้อมโต๊ะอาหารยาวมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าสามี ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง
"ตลอดสามปีที่ผ่านมา คุณให้เกียรติฉันแค่ในนาม ให้สถานะภรรยาที่ต้องนั่งรอคุณในห้องนอนมืดๆ ทุกคืน พร้อมกับข้อความอ้างงานประชุมอันไม่มีที่สิ้นสุด... คุณเหยียบย่ำความรู้สึกของฉัน ทำลายหัวใจฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนมันไม่เหลือชิ้นดี" เสียงของหล่อนสั่นพร่าเล็กน้อยด้วยเศษเสี้ยวของความทรงจำอันเจ็บปวด แต่กระนั้นมันก็ยังคงหนักแน่น "พอเสียทีค่ะพฤกษ์ ฉันเหนื่อยเกินกว่าจะวิ่งไล่เงาของสามีที่ไม่เคยมีตัวตนคนนี้อีกต่อไปแล้ว"
พฤกษ์ผุดลุกขึ้นยืนตาม แรงกดดันจากส่วนสูงและรัศมีอันน่าเกรงขามแผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบตัวแทบจะขาดออกเป็น
เขากระชากแขนเรียวของหล่อนเข้าหาตัวอย่างแรงด้วยความลืมตัว แรงปะทะทำให้ร่างบางเซถลาเข้าไปแนบชิดกับอกแกร่ง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปนกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่คุ้นเคยโชยเข้าแตะนาสิก พฤกษ์ก้มลงมองหน้าภรรยา ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและอีโก้ที่ถูกท้าทาย
"คุณกล้าดียังไงมาขอหย่ากับผม! รินรดา!" เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน แขนแกร่งรัดตรึงเอวบางไว้แน่นราวกับต้องการจะบดขยี้ให้แหลกคามือ "จำไม่ได้หรือไงว่าตระกูลพิริยพงศ์ของคุณเกือบจะล้มละลายเมื่อสามปีก่อน ใครที่เป็นคนยื่นมือเข้าไปช่วยพยุงบริษัทพ่อคุณไว้! ถ้าไม่มีผม ป่านนี้พวกคุณคงไปเร่ร่อนข้างถนนแล้ว!"
คำพูดเชือดเฉือนที่มักใช้กดขี่ข่มเหงกันเสมอถูกพ่นออกมาอีกครั้ง แต่วันนี้... มันไม่ได้ผลกับรินรดาอีกต่อไปแล้ว
หญิงสาวแหงนหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของหล่อน เป็นรอยยิ้มที่พฤกษ์ไม่เคยเห็นมาก่อน มันทั้งงดงาม เย็นชา และทรงพลังจนน่ากลัว
"จำได้สคะ... จำได้แม่นยำเลยล่ะค่ะ" หล่อนเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบาริมฝีปากของเขา ลลมหายใจร้อนผ่าวปะทะกันจนรับรู้ถึงรสชาติของความร้าวราน "เพราะบุญคุณก้อนนั้นไม่ใช่หรือคะ ที่ทำให้ฉันต้องทนก้มหัวให้ผู้ชายใจร้ายอย่างไร้หัวใจอย่างคุณมาตลอดสามปี... แต่ตอนนี้ ชำระหนี้หมดแล้วค่ะพฤกษ์ ทั้งเงินต้น ทั้งดอกเบี้ย... และที่สำคัญที่สุด คือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ฉันเอามาคืนให้คุณหมดแล้วในแฟ้มนั้น"
"ริน!" พฤกษ์คำรามลั่นด้วยความคลุ้มคลั่ง มือหนาบีบต้นแขนหล่อนแน่นขึ้นจนผิวเนื้อเนียนละเอียดขึ้นรอยแดงช้ำ
ความโกรธ ความหงุดหงิด และความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอกจนหายใจไม่ออก มันผลักดันให้เขาอยากจะทำลายความเข้มแข็งปลอมๆ ของผู้หญิงตรงหน้าให้แหลกคามือ พฤกษ์ก้มลงประกบเรียวปากหยักเข้ากับริมฝีปากอิ่มของหล่อนทันทีโดยไม่ให้ตั้งตัว เป็นจูบที่ไร้ซึ่งความอ่อนโยน เต็มไปด้วยความดุดัน โกรธเกรี้ยว และการลงทัณฑ์ เพื่อจะประกาศให้รู้ว่าหล่อนไม่มีวันหนีเงื้อมมือเขาพ้น
รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ รสสัมผัสที่คุ้นเคยแต่แฝงไว้ด้วยความป่าเถื่อนทำให้หัวใจกระตุกวูบ รสจูบที่รุกไล่ ลมหายใจที่ร้อนระอุ และสัมผัสจากฝ่ามือใหญ่ที่เริ่มลูบไล้ไปตามสรีระโค้งเว้าภายใต้ชุดราตรีผ้าไหม มันปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนและไฟปรารถนาที่มอดไหม้มานานให้ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง
แม้สมองจะร่ำร้องให้ผลักไส แต่มารยาแห่งร่างกายกลับทรยศ รินรดาแอ่นอกรับสัมผัสอันเร่าร้อนนั้นอย่างไม่ตั้งใจ ริมฝีปากที่เคยปฏิเสธค่อยๆ เผยอรับเรียวลิ้นร้อนที่รุกรานเข้ามาอย่างเอาแต่ใจ มือบางที่เคยทุบตีอกแกร่งเปลี่ยนเป็นกำสาบเสื้อสูทของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว ความหอมหวานและเจ็บปวดผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก ลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ประสานเสียงก้องในความเงียบงัน
พฤกษ์ผละริมฝีปากออกช้าๆ หน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ดวงตาคมกริบฉายแววปรารถนาและตื่นตะลึงเมื่อเห็นริมฝีปากบวมเจ่อและดวงตาฉ่ำน้ำของภรรยา หล่อนดูเย้ายวนและน่าหลงใหลเสียจนเขาเกือบจะหลอมละลายไปกับสัมผัสเมื่อครู่
"เห็นไหม..." พฤกษ์กระซิบเสียงพร่าชิดริมใบหู ลมหายใจร้อนรดรินซอกคอขาวผ่อง "ร่างกายของคุณมันบอกความจริง... คุณเป็นของผม รินรดา ไม่มีวันหย่า!"
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมา หล่อนใช้สองมือดันอกแกร่งให้ออกห่างอย่างเด็ดเดี่ยว แม้หัวใจจะเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอกก็ตาม
หล่อนเหยียดยิ้มเย็นชา หยิบเอกสารใบหย่าขึ้นมาถือไว้ในมือ แล้วฉีกมันต่อหน้าต่อตาเขาเป็นชิ้นๆ ทีละแผ่น... ทีละแผ่น... จนร่วงหล่นลงสู่พื้นหินอ่อนราวกับเศษกระดาษไร้ค่า
พฤกษ์เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ทำท่าจะก้าวเข้าไปคว้าตัวหล่อนไว้
ทว่า เสียงกริ่งประตูหน้าเพนต์เฮาส์กลับดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดเสียก่อน!
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
พฤกษ์ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ ใครกันที่กล้ามาเยือนในยามวิกาลเช่นนี้ รินรดาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่แววตาคู่สวยจะเปลี่ยนเป็นประกายความหวังบางอย่างที่ซ่อนเร้นไว้ หล่อนหันหลังเดินไปเปิดประตูด้วยตนเอง โดยไม่รอให้สามีอนุญาต
ประตูบานใหญ่เปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของทนายความหนุ่มรูปหล่อ "ธันวา" ที่อยู่ในชุดสูทลำลองเรียบร้อย ในมือของเขาถือเอกสารชุดใหม่ และข้างกายนั้น... มีร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยประมาณสองขวบครึ่ง หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ดวงตากลมโตและจมูกโด่งรั้นถอดแบบมาจากพฤกษ์ราวกับพิมพ์เดียวกันกำลังกอดคอธันวาอยู่!
"ขอโทษที่มาดึกครับคุณริน พอดีน้องนะโม งอแงอยากเจอคุณแม่ครับ..." ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับส่งยิ้มให้รินรดา
รินรดารีบก้มลงรับร่างเด็กน้อยเข้ามาสู่อ้อมกอดทันที หล่อนกดจูบลงที่แก้มยุ้ยๆ นั้นอย่างรักใคร่ "คุณแม่มาแล้วค่ะคนดี ไม่ร้องนะลูก..."
พฤกษ์ที่เดินตามมาหยุดชะงักกึกอยู่กับที่ ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อม ร่างสูงแข็งทื่อราวกับหินสลัก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างจนแทบถลน จ้องมองเด็กชายตัวน้อยในอ้อมแขนภรรยา สลับกับใบหน้าของธันวา และย้อนกลับมาที่ใบหน้าของเด็กน้อยคนนั้นอีกครั้ง...
เด็กหน้าตาเหมือนเขากับรินรดาไม่มีผิดเพี้ยน... แต่อายุของเด็กคนนี้มันบอกชัดเจนว่า...
เขากวาดสายตามองหน้าภรรยาด้วยความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มทลายลงมาตรงหน้า คำพูดติดอยู่ที่ลำคอ สมองว่างเปล่าขาวโพลนไปหมด
"นี่... นี่มันเรื่องอะไรกัน..." พฤกษ์เค้นเสียงถามออกมาราวกับคนเสียสติ เมื่อรินรดายกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า แล้วเอ่ยประโยคที่ทำลายเขาจนไม่เหลือชิ้นดี
"แนะนำให้รู้จักนะคะพฤกษ์... ลูกชายของฉันกับคุณธันวาค่ะ"
— *เข็มฉายานิศ* —
นาฬิกาทรายที่ไร้ทราย : รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 1
หยดน้ำตาสุดท้ายบนโต๊ะอาหาร
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นาฬิกาทรายที่ไร้ทราย : รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!