กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอบอวลปะปนอยู่กับบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องรับแขกส่วนตัวของเพนต์เฮาส์หรู
รินรดานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีชาตัวยาว ท่วงท่าของเธอนั้นสง่างามและเยือกเย็นราวกับประติมากรรมชั้นดี ปลายนิ้วเรียวสวยถือแก้วกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตาอย่างมั่นคง สายตาคมกริบทอดมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้า—พฤกษ์ อัครเดโช สามีเก่าผู้เคยใช้อำนาจและความเย็นชาเหยียบย่ามศักดิ์ศรีของเธอจนแหลกสลายในอดีต
บัดนี้ ดวงตาคมกู๊ดที่เคยฉายแววหยิ่งทะนงและเหยียดหยาม คู่นั้นกลับสั่นระริก เจือด้วยความร้าวรานและความกระวนกระวายใจอย่างเห็นได้ชัด
"คุณริน..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจเอמהเอ่ยเรียกชื่อเธอแผ่วเบา ราวกับคนหมดแรงจะต่อรอง "เรื่องในอดีต... ผมรู้ว่าผมทำเลวร้ายกับคุณไว้มากแค่ไหน คำขอโทษนับร้อยครั้งจากปากผมคงเทียบไม่ได้เลยกับหยาดน้ำตาที่คุณต้องเสียให้ผมในบ้านหลังนั้น"
รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา กลับเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและเจ็บปวดที่ตกตะกอนจนกลายเป็นความด้านชา
"คำขอโทษเหรอคะคุณพฤกษ์?" เธอกล่าวทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คุณเพิ่งมานึกสำนึกได้เอาตอนนี้ วันที่คุณผลักไสฉันออกจากชีวิต วันที่คุณเลือกความเย่อหยิ่งและคำครหาของสังคมมากกว่าภรรยาในทะเบียนสมรส... ตอนนั้นคุณอยู่ที่ไหนคะ?"
พฤกษ์ก้าวเข้าไปหาเธอสัญชาตญาณ เขาทรุดกายลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพรมเปอร์เซียราคาแพง มือหนาสั่นเทาเอื้อมหมายจะแตะลงบนหลังมือของเธอที่วางอยู่บนตัก แต่รินรดากลับชักมือหลบอย่างรวดเร็ว ราวกับสัมผัสจากเขาเป็นสิ่งสกปรกที่เธอไม่อาจทนแปดเปื้อน
ความเย็นชาและท่าทีปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยนั้นกรีดแทงหัวใจของพฤกษ์จนปวดแปลบ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอด้วยแววตาเวทนาตนเอง
"ผมบ้าไปเอง... ผมคิดว่าอีโก้และการควบคุมทุกอย่างไว้ในกำมือคือความสำเร็จ จนกระทั่งวันที่ผมตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเตียงนอนฝั่งซ้ายว่างเปล่า ไม่มีเสียงลมหายใจของคุณ ไม่มีแม้แต่เงาของคุณเหลืออยู่... ริน ผมถึงได้รู้ว่าผมได้ทำลายสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตด้วยมือของตัวเองไปแล้ว"
"สายไปแล้วค่ะ" รินรดาก้มมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ "หัวใจของคนเราไม่ใช่ดินน้ำมันนะคะคุณพฤกษ์ ที่พอถูกบดขยี้จนแหลกเหลวแล้วจะปั้นกลับมาเป็นรูปเดิมได้ตามใจชอบ ความเจ็บปวดที่คุณเคยมอบให้ฉัน มันฝังรากลึกจนต่อให้คุณเอาความเสียใจทั้งหมดบนโลกมาแลก มันก็ลบภาพวันที่ฉันต้องอุ้มท้องร้องไห้ลำพังไม่ได้หรอกค่ะ"
คำว่า 'อุ้มท้อง' หลุดออกมาจากปากของเธอ ทำให้แววตาของพฤกษ์เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจและสับสน หัวใจของเขาเต้นรัวระรัวด้วยความรู้สึกบางอย่างที่พยายามประติดประต่อ
"คุณ... หมายความว่ายังไง ริน? วันนั้นที่คุณหนีไป..." พฤกษ์เสียงสั่นพร่า มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "คุณตั้งท้องลูกของเราใช่ไหม? เด็กคนนั้น..."
ก่อนที่พฤกษ์จะได้ถามคำถามที่ค้างคาใจ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงเคาะประตูก็ก้องขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับการปรากฏตัวของธันวา ทนายความหนุ่มรูปงามที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความปกป้องอย่างชัดเจน
ธันวาเดินตรงเข้ามาหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะทำงานขึ้นมาถือไว้ ก่อนจะหันไปมองหน้าพฤกษ์ด้วยรอยยิ้มเยارเยือกเล็กน้อย
"หมดเวลาสำหรับการรื้อฟื้นอดีตแล้วครับคุณพฤกษ์" ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เฉียบขาด "คุณรินรดามาที่นี่เพื่อสะสางเอกสารทางกฎหมายครั้งสุดท้าย ไม่ใช่เพื่อฟังคำสารภาพบาปที่คุณเพิ่งนึกขึ้นได้"
พฤกษ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันและลุกโชนด้วยไฟโทสะยามเมื่อมองเห็นความสนิทสนมและท่าทีปกป้องที่ธันวามีให้ภรรยาเก่าของตน ความหึงหวงและอีโก้ที่ถูกท้าทายพุ่งพล่านจนแทบคลุ้มคลั่ง
"ถอยไปธันวา! นี่มันเรื่องระหว่างฉันกับอดีตภรรยาของฉัน!" พฤกษ์คำรามต่ำในลำคอ ก้าวเข้าไปประชิดตัวทนายความหนุ่มด้วยบรรยากาศคุกกรุ่น
ทว่า รินรดากลับลุกขึ้นยืนช้าๆ เธอจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างใจเย็น ก่อนจะเดินมาหยุดเคียงข้างธันวา และเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของทนายความหนุ่มเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายสงบลง การกระทำนั้นช่างสนิทสนมและเป็นกันเอง จนพฤกษ์รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ด้วยความเจ็บปวด
"อย่าเสียมารยาทกับคุณธันวาเลยค่ะคุณพฤกษ์" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตสามีอย่างไร้ความหวาดกลัว "และที่สำคัญ... ฉันไม่ใช่ภรรยาของคุณมานานแล้ว กรุณาให้เกียรติสถานะปัจจุบันของฉันด้วย"
พฤกษ์กัดกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ความโกรธเกรี้ยวและความเสียใจตีรวนกันจนปั่นป่วนในอก เขาจ้องมองมือเรียวของรินรดายังคงแตะอยู่บนแขนของธันวา ก่อนที่สายตาจะเลื่อนลงไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ร่วงหล่นลงมาจากแฟ้มเอกสารที่ธันวาถืออยู่
มันเป็นภาพถ่ายขนาดโพลาลอยด์ที่คว่ำหน้าอยู่บนพื้นพรม แต่ลมที่พัดผ่านช่องหน้าต่างทำให้ภาพนั้นพลิกหงายขึ้นมาเผยให้เห็นใบหน้าชัดเจน
ดวงตาของพฤกษ์เบิกกว้างขึ้นสุดขีด ลมหายใจสะดุดกレイทันทีเมื่อภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือเด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สองขวบเศษ ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโครงหน้าถอดแบบพิมพ์มาจากเขาชนิดที่ต่อให้ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านี่คือสายเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเองอย่างแท้จริง!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดอันหอมหวานนี้ด้วยกันนะคะ
นาฬิกาทรายที่ไร้ทราย : รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 3
รอยร้าวที่ยากจะประสาน
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นาฬิกาทรายที่ไร้ทราย : รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!