กลิ่นอายของชาเอิร์ลเกรย์ที่เย็นชืดจนไร้ควัน เจือจางอยู่บนโต๊ะทำงานหินอ่อนสีดำสนิท—สีเดียวกับความมืดมิดที่เข้ากัดกินห้องชุดเพนต์เฮาส์หรูใจกลางมหานครแห่งนี้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
พฤกษ์ อัครเดโช ไม่เคยรู้เลยว่า 'ความเงียบ' จะมีน้ำหนักมากถึงเพียงนี้
มันไม่ใช่ความเงียบสงบอันรื่นรมย์ หากแต่มันคือความเงียบที่หนาแน่น หนักอึ้ง และดังกึกก้องเสียยิ่งกว่าเสียงตะโกนใดๆ ในโลกใบนี้ ทุกมุมห้องในคฤหาสน์และคอนโดมิเนียมส่วนตัวต่างสะท้อนภาพเงาของความว่างเปล่า ภาพที่ไม่มีรินรดา ไม่มีเสียงฝีเท้าเบาหวิวบนพรมเปอร์เซีย ไม่มีกลิ่นกายหอมละมุนของดอกไวท์ทีที่เคยลอยวนเวียนอยู่รอบกายเขาอย่างไร้ตัวตนในอดีต
ชายหนุ่มขยับกรอบแว่นสายตาก่อนจะใช้ปลายนิ้วมือนวดขมับที่ตุบเต้นเร้าด้วยความเครียด เอกสารทางธุรกิจมูลค่าหลายพันล้านที่เคยอ่านผ่านตาได้อย่างรวดเร็ว บัดนี้กลับกลายเป็นตัวอักษรที่พร่ามัวและไร้ความหมาย ในหัวของเขามีเพียงภาพดวงตาคู่สวยที่เคยเปี่ยมด้วยหยาดน้ำตาแห่งความน้อยเนื้อต่ำใจ ดวงตาคู่ที่มองมาที่เขาด้วยความผิดหวังครั้งสุดท้าย ก่อนที่เธอจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตของเขาอย่างถาวร
เขาเคยคิดว่าตนเองคือนายเหนือ
เคยคิดว่าการมีภรรยาที่เงียบงบและอ่อนข้อให้เขาเสมอคือความสมบูรณ์แบบของชีวิตแต่งงาน
ทว่าในวันที่คฤหาสน์หลังโตเหลือเพียงความว่างเปล่า พฤกษ์จึงได้ตระหนักอย่างเจ็บปวดว่า... สิ่งที่เขาทำลายลงด้วยความเย่อหยิ่งและอีโก้ที่สูงเสียดฟ้า ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์เปราะบาง แต่มันคือหัวใจดวงเดียวที่เคยรักเขาอย่างหมดหัวใจ
"คุณพฤกษ์คะ..." เสียงเลขานุการสาวดังผ่านอินเตอร์คอมด้วยความเกรงกลัว "เอกสารสัญญาโครงการริเวอร์ไซด์พร้อมให้ท่านเซ็นแล้วค่ะ... และ... มีจดหมายส่งถึงคุณโดยตรงจากสำนักงานกฎหมายพิริยพงศ์ค่ะ"
ชื่อสกุลนั้น... นามสกุลของรินรดา
หัวใจของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลกระตุกวูบอย่างรุนแรง เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอาการมือสั่นระริกขณะที่ลุกขึ้นเดินไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะ เนื้อกระดาษหนาหนักราวกับก้อนหินที่ถ่วงดึงลงสู่ก้นบึ้งของความรู้สึก เมื่อฉีกซองออก สิ่งที่ร่วงหล่นลงมาบนโต๊ะไม่ใช่เอกสารฟ้องหย่าอย่างที่เขาเคยหวาดกลัว แต่เป็น 'ใบทะเบียนสมรส' ที่ถูกฉีกขาดเป็นสองซีกอย่างจงใจ พร้อมด้วยข้อความสั้นๆ ด้วยลายมืออันเป็นระเบียบเรียบร้อยแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
*‘ขอบคุณสำหรับอิสรภาพที่คุณเคยมอบให้ด้วยความเย็นชา บัดนี้รินได้รับมันคืนครบถ้วนแล้ว... และเรา, สิ้นสุดกันแค่นี้ค่ะ’*
เพล้ง!
แก้วกาแฟราคาแพงในมือแกร่งร่วงกระทบพื้นหินอ่อนแตกละเอียด น้ำสีดำสนิทกระเซ็นเปรอะเปื้อนขากางเกงสแลคเนื้อดี แต่พฤกษ์กลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดกายแม้แต่น้อย ความเย็นเฉียบแล่นริ้วจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นสู่สันหลัง ความว่างเปล่าที่เขาเผชิญอยู่ก่อนหน้า ถูกเติมเต็มด้วยความคลุ้มคลั่งและตื่นตระหนกที่พวยพุ่งขึ้นมาจนแทบหายใจไม่ออก
เขาเสียเธอไปแล้วจริงๆ... รินรดาผู้หญิงที่เคยยอมจำนนต่อทุกคำพูดของเขา หายลับไปจากโลกของเขาอย่างไร้ร่องรอย นับตั้งแต่มีทนายหนุ่มรูปหล่ออย่างธันวาเข้ามาพัวพันในชีวิตเธอ เขาก็ยิ่งตระหนักว่าตนเองได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงที่สุดในชีวิต
ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งเดือนก่อน... ค่ำคืนที่พายุฝนกระหน่ำซัดสาดคฤหาสน์อัครเดโช ค่ำคืนที่ความอิจฉาริษยาและความหึงหวงบดบังปัญญาจนทำให้พฤกษ์ล3เมิดเส้นแบ่งความอดทนของภรรยา
*ร่างบางของรินรดาถูกดันแนบชิดกับบานกระจกใสเย็นยะเยือก หยาดน้ำฝนภายนอกสาดกระเซ็นแข่งกับหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอหน่วยตาของเธอ ร่างกายที่สั่นเทาไม่ได้เกิดจากความหนาวเหน็บ หากแต่มาจากความหวาดกลัวและรอยร้าวลึกในความรู้สึกที่พฤกษ์เป็นผู้สร้าง*
*"ปล่อยรินนะคะ... คุณพฤกษ์ ทำไมคุณถึงใจร้ายกับรินนัก..." เสียงหวานสั่นเครือเอื้อnเอ่ยตัดพ้อ*
*"ใจร้ายงั้นเหรอ?" พฤกษ์แค่นหัวเราะด้วยความรู้สึกอัดอั้นที่ประเดประดอนเข้ามาในอก ใบหน้าคมคายโน้มลงต่ำจนลมหายใจร้อนผ่าวปัดป่านพวงแก้มเนียนนุ่มที่เปื้อนคราบน้ำตา "เธอต่างหากที่ใจร้าย... รินรดา กล้าดียังไงถึงเอาสายตาชื่นชมแบบนั้นไปมอบให้ไอ้ทนายหน้าจืดคนนั้น! ทั้งที่เธอเป็นภรรยาของฉัน!"*
*"เราไม่ได้เป็นอะไรกันมากกว่าในนามหรอค่ะ... คุณไม่เคยต้องการริน ไม่เคย!"*
*ความจริงที่ถูกตอกหน้าด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว ทำให้ความโกรธเกรี้ยวในอกของพฤกษ์ระเบิดออกเป็นเปลวไฟแห่งความเร่าร้อน เขาบดริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มสีระเรื่อทันทีอย่างไร้ความปรานี เป็นจูบที่ดุดัน บดขยี้ และเต็มไปด้วยความกระหายที่จะครอบครองเพื่อไม่ให้ใครหน้าไหนกล้าแตะต้องเธออีก*
*รินรดาสะอื้นฮักในลำคอ พยายามเบือนหน้าหนีความวาบหวามและรสชาติเจ็บแปลบที่เขามอบให้ แต่มือแกร่งกลับตรึงท้ายทอยของเธอไว้มั่น ลากไล้ฝ่ามือหยาบกร้านไปตามสัดส่วนเว้าโค้งภายใต้ชุดนอนผ้าไหมเนื้อบางเบา ความโกรธผสมผสานกับความเสน่หาที่ถูกเก็บกดไว้เนิ่นนาน กลายเป็นแรงขับเคลื่อนอันดิบเถื่อนและเร่าร้อน*
*เสื้อผ้าเนื้อดีถูกฉีกทึ้งและร่นกองลงกับพื้นพรมในเวลาอันรวดเร็ว ผิวเนื้อเนียนนุ่มของหญิงสาวสัมผัสกับความเย็นเยียบของอากาศ แต่ภายในอ้อมกอดของสามีกลับร้อนระอุราวกับเตาไฟ พฤกษ์ปรารถนาที่จะลงทัณฑ์เธอให้สาสมกับความหึงหวงที่แผดเผา แต่ทว่า... ทุกสัมผัสที่แนบชิด ทุกการสอดประสานที่ลึกซึ้งและหนักหน่วง กลับกลเป็นการกรีดกรีดหัวใจตัวเองให้หลั่งเลือด*
*ในค่ำคืนนั้น... ท่ามกลางเสียงคำรามของสายฝนและเสียงหอบหายใจกระชั้นชิด รินรดานอนนิ่งสนิทราวกับตุ๊กตาไร้ชีวิต ดวงตาคู่สวยเหม่อมองเพดานโดยไร้ซึ่งหยาดน้ำตา ความยินยอมพร้อมใจของเธอกลายเป็นกุญแจมือที่ล็อกรั้งวิญญาณของพฤกษ์ให้ติดอยู่ในนรกภูมิแห่งความรู้สึกผิด ตั้งแต่วินาทีนั้น... เขาก็สูญเสียเธอไปตลอดกาล*
ปัจจุบัน...
พฤกษ์กำเศษกระดาษใบทะเบียนสมรสในมือแน่นจนยับยู่ยี่ นัยน์ตาคมกริบแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและปวดร้าว เขาจะไม่ยอมปล่อยให้เรื่องราวจบลงเช่นนี้เด็ดขาด รินรดาเป็นของเขา เป็นภรรยาของเขา และต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินตามหา หรือต้องคุกเข่าขอร้องให้เธอกลับมา เขาก็จะทำ!
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานแผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบงัน พฤกษ์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงหอบกระชั้น
"ว่าไง!"
*(คุณพฤกษ์คะ... ดิฉันสืบทราบพิกัดล่าสุดของคุณรินรดาแล้วค่ะ เธอไม่ได้อยู่ที่คอนโดของธันวา... แต่...)* เสียงปลายสายเว้นจังหวะไปชั่วขณะด้วยความลังเลใจ *(เธอเพิ่งเช็คอินเข้าพักที่รีสอร์ทส่วนตัวเกาะกระแสสวรรค์... และรายงานจากสายลับของเราบอกว่า... เธอมิได้เดินทางไปเพียงลำพังค่ะ)*
"หมายความว่ายังไง! เธอไปกับใคร!" พฤกษ์ตะคอกเสียงกร้าว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความหึงหวงที่กลับมาแผดเผาอีกครั้ง
*(เธอไม่ได้ไปกับธันวาค่ะ... แต่มีรายงานว่า... มีเด็กชายวัยประมาณสามขวบหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู เดินทางเคียงข้างเธอตลอดเวลา และเด็กคนนั้น... มีดวงตาและโครงหน้าที่ถอดแบบมาจากคุณราวกับแกะค่ะ)*
โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน
พฤกษ์ปล่อยโทรศัพท์มือถือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังสนั่น ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนต้องทรุดตัวลงพิงกับขอบโต๊ะทำงาน ลลมหายใจสะดุดติดอยู่ที่ลำคอ ภาพเด็กชายตัวน้อยที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายตนเองผุดขึ้นมาในหัวราวกับสายฟ้าฟาด
นี่คือความจริงที่รินรดาซ่อนไว้ตลอดสามปีที่ผ่านมาใช่หรือไม่? เธอกำบังสิ่งมีชีวิตที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาไว้... จากความเย็นชาและความใจร้ายของเขาเอง!
*เขาสั่นเทาไปทั้งร่าง... นี่ไม่ใช่แค่การแก้แค้นธรรมดา แต่คือการตบหน้าเขาอย่างเจ็บแสบที่สุดจากผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอที่สุดในโลก*
--------------------
รบกวนนักอ่านทุกท่านร่วมติดตามและลุ้นระทึกไปกับการเผชิญหน้าครั้งสำคัญที่กำลังจะเปลี่ยนชะตาชีวิตของพวกเขาทั้งสองคนในตอนต่อไปด้วยนะคะ เข็มฉายานิศขอขอบพระคุณจากใจค่ะ
นาฬิกาทรายที่ไร้ทราย : รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 5
ความเงียบที่ดังกว่าเสียงตะโกน
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นาฬิกาทรายที่ไร้ทราย : รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!