เสียงกระดาษรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดที่ถูกปาลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส สะท้อนความเกรี้ยวกราดที่พฤกษ์ไม่อาจควบคุมให้อยู่ในกรอบของนักธุรกิจผู้สุขุมได้อีกต่อไป เอกสารปึกหนานั่นไม่ใช่แค่ตัวเลขขาดทุน แต่เป็นเครื่องมืออันไร้ความปรานีที่เขากำลังใช้บีบคั้น ‘พิริยพงศ์กรุ๊ป’ อาณาจักรธุรกิจที่ครอบครัวของรินรดารักษามาหลายชั่วอายุคน ให้ค่อยๆ ดิ่งลงสู่เหวลึกทีละนิด
ดวงตาคมกริบสีสนิมเหล็กจ้องมองหน้าจอแท็บเล็ต ซึ่งแสดงภาพข่าวพาดหัวหน้าเศรษฐกิจ ระบุถึงการถอนตัวอย่างกะทันหันของกลุ่มทุนใหญ่ที่เคยร่วมมือกับบริษัทของรินรดา รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก
เขากำลังบีบ... บีบให้เธอจนมุม บีบให้ผู้หญิงที่เคยเดินหันหลังให้เขาอย่างเย่อหยิ่ง ต้องกลับมาหาเขาด้วยความจำยอม
"คุณรินรดาคะ... ทางธนาคารโทรมาแจ้งเรื่องสินเชื่อโครงการใหม่ถูกระงับการอนุมัติกะทันหันค่ะ" เลขานุการส่วนตัวเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ขณะก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของรินรดา
หญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มยังคงนั่งนิ่ง ดวงตากลมโตคู่สวยไม่ได้ฉายแววตื่นตระหนกอย่างที่ควรจะเป็น แม้ว่าความกดดันนับร้อยตันกำลังโถมทับลงบนบ่าบอบบางของเธอ นิ้วเรียวสวยวางปากกาหมึกซึมลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับลูกน้องด้วยรอยยิ้มบางเบาที่เปี่ยมด้วยความมั่น
"ปล่อยให้พวกเขาชะลอไปก่อนค่ะ รินจัดการเองได้" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยวเอ่ยขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้ในใจจะรู้ดีว่าเบื้องหลังเกมการเงินที่สกปรกนี้มาจากเงื้อมมือของใคร
พฤกษ์ อัครเดโช... สามีเก่าผู้ไม่เคยเรียนรู้ความหมายของการปล่อยวาง เขาคิดว่าอำนาจเงินและความโหดร้ายจะสามารถสยบหัวใจที่เคยถูกเขาเหยียบย่ำให้แหลکสลายได้อีกครั้งอย่างนั้นหรือ เขาคงประเมินความแค้นและความเจ็บปวดที่เธอได้รับต่ำเกินไปเสียแล้ว
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอเดินไปหยุดยืนอยู่หน้ากระจกใสบาน ใหญ่มองทัศนียภาพของเมืองหลวงเบื้องล่าง ความเงียบสงบในห้องทำงานนี้ตัดกับความวุ่นวายในใจอย่างสิ้นเชิง นึกถึงเหตุผลเดียวที่ทำให้เธอยังคงยืนหยัดอย่างเข้มแข็งได้ในเวลานี้ไม่ใช่เพราะธุรกิจเหล่านี้ แต่มันคือสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ที่กำลังรอเธอกลับไปโอบกอดที่บ้านต่างหาก
เมื่อคิดถึงดวงตากลมโตใสแป๋วและเสียงหัวเราะคิกคักของลูกชายตัวน้อย ความเหนื่อยล้าทั้งหมดก็พลันมลายหายไปสิ้น รินรดายกมือขึ้นสัมผัสสร้อยคอรูปนาฬิกาทรายขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า ความอบอุ่นจากสายใยรักอันบริสุทธิ์ของคนเป็นแม่แผ่ซ่านเข้ามาในอก ทันทีที่เธอเลิกงาน รินรดารีบขับรถกลับคฤหาสน์ส่วนตัวที่อยู่นอกเมืองทันที หลีกหนีความวุ่นวายทั้งหมดเพื่อมาพบกับ "โลกทั้งใบ" ของเธอ
ณ คฤหาสน์หลังงาม แสงไฟสีสวลีนวลตาขับให้บรรยากาศภายในอบอุ่นเป็นทวีคูณ ทันทีที่เสียงเปิดประตูบ้านดังขึ้น ร่างป้อมๆ ของเด็กชายวัยสามขวบเศษก็วิ่งเตาะแตะเข้ามาหาพร้อมเสียงใสแจ๋ว
"คุณแม่ขา! กลับมาแล้วเหรอฮะ น้องวินคิดถึงคุณแม่ที่สุดเลย!"
รินรดาทิ้งความเครียดทั้งหมดจากโลกภายนอกลงทันที เธอย่อตัวลงอ้าแขนรับร่างนุ่มนิ่มนั้นเข้าสู่อ้อมกอด กลิ่นแป้งเด็กหอมกรุ่นปะทะเข้ากับจมูก พร้อมกับอ้อมกอดเล็กๆ ที่คล้องคอเธอไว้แน่น ความตื้นตันใจเอ่อล้นจนขอบตาร้อนผ่าว เธอกอดลูกชายแนบJอก สูดดมความหอมฟอดใหญ่ด้วยความรักที่ล้นปรี่
"คุณแม่ก็คิดถึงน้องวินที่สุดเลยค่ะ คนเก่งของแม่วันนี้ดื้อกับคุณยายหรือเปล่าหึ?" รินรดาถามพลางใช้มือเรียวเกลี่ยเส้นผมนุ่มของลูกชายอย่างอ่อนโยน
"น้องวินเป็นเด็กดีที่สุดในโลกเลยครับ คุณยายให้รางวัลเป็นนมอุ่นๆ ด้วยนะฮะ" เด็กชายตอบด้วยท่าทางอวดดีน่ารัก เรียกเสียงหัวเราะจากรินรดาและมารดาที่เดินตามออกมาจากห้องครัวได้เป็นอย่างดี
ภาพความอบอุ่นภายในครอบครัวเล็กๆ นี้ช่างงดงามและบริสุทธิ์ไร้ซึ่งรอยด่างพร้อย รินรดานั่งทานมื้อค่ำและใช้เวลาเล่นต่อบล็อกไม้กับลูกชายอย่างมีความสุข ความรักความผูกพันของแม่ลูกคือเกราะป้องกันชั้นดีที่ทำให้เธอไม่หวาดหวั่นต่อพายุร้ายที่พฤกษ์กำลังโหมกระหน่ำใส่
ทว่า... ความสงบสุขมักอยู่กับมนุษย์เราได้ไม่นานนัก
ในขณะที่รินรดากำลังกล่อมลูกชายให้นอนหลับอยู่ในห้องนอนสีพาสเทล เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวบนโต๊ะข้างเตียงก็แผดเสียงแกร่งกร้าวทำลายความเงียบขึ้นมา หน้าจอแสดงเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย แต่เธอกลับรู้สึกลึกๆ ว่าปลายสายคือใคร
รินรดากดรับสายด้วยความนิ่งสงบ เดินเลี่ยงออกมาที่ระเบียงห้องนอนปล่อยให้สายลมยามค่ำคืนปะทะใบหน้า
"ผมรู้ว่าคุณกำลังทำเป็นใจแข็ง รินรดา..." เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยเอ่ยลอดผ่านลำโพงด้วยความเย่อหยิ่งและกระกระ산 "แต่คุณฝืนมันไปได้อีกสักกี่น้ำกันเชียว? หุ้นของพิริยพงศ์กำลังจะร่วงติดฟลอร์ในวันพรุ่งนี้ ถ้าคุณไม่อยากเห็นหยาดเหงื่อทั้งหมดของพ่อคุณพังพลายคามือผม พรุ่งนี้เที่ยงตรง... เจอกันที่เพนต์เฮาส์ส่วนตัวของผม ไม่อย่างนั้น... ผมจะถอนทุนคืนให้ราบคาบแบบไม่เหลือซาก"
สายถูกตัดไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้รินรดายืนนิ่งอยู่กับความเงียบ เธอกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ความโกรธเกรี้ยวพวยพุ่งขึ้นมาในอก แต่มันกลับถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หันหลังกลับมองเข้าไปในห้องนอนผ่านกระจกใส ร่างเล็กของลูกชายนอนหลับพริ้มอย่างสบายใจบนเตียงนอน
รินรดาก้าวกลับเข้ามาในห้อง เธอเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานไม้โบราณที่มุมห้อง หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลลับที่เพิ่งได้รับจากทนายความหนุ่มอย่างธันวาเมื่อช่วงบ่ายขึ้นมาพิจารณา เอกสารแผ่นสำคัญที่ถ้าหากพฤกษ์ได้เห็น มันอาจจะทำให้ผู้ชายที่หยิ่งทะนงคนนั้นถึงกับสติแตกและคุกเข่าอ้อนวอนเธอด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย
เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ จากระเบียงด้านหลังห้องนอน ทำให้รินรดาต้องหันไปมองด้วยความตกใจ... และหัวใจของเธอก็ต้องกระตุกวูบ เมื่อเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ยืนอยู่หลังกระจกใส กำลังส่งสายตาดุดันและเต็มไปด้วยเพลิงโทสะมองตรงมายังเธอ ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนนี้
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับห้วงอารมณ์อันลึกซึ้งนี้ด้วยกันนะคะ
นาฬิกาทรายที่ไร้ทราย : รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 6
แผนการร้ายของผู้ชายที่เสียหน้า
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นาฬิกาทรายที่ไร้ทราย : รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!