เสียงกระจกสั่นสะเทือนจากแรงกระแทกเบาๆ แตกกระจายกลายเป็นความเงียบงันที่กดทับหัวใจ รินรดาก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคู่สวยสั่นไหวเมื่อบานประตูระเบียงถูกผลักเข้ามาด้วยความแรงจนมันกระแทกเข้ากับผนังห้อง
ร่างสูงใหญ่ของพฤกษ์ในชุดสูทสีเข้มที่หลุดลุ่ย ไทร์เส้นหรูถูกปลดออกจนดูรุงรัง ทว่ากลิ่นอายของแอลกอฮอล์จางๆ ที่มาพร้อมกับสายตาคมกริบดุจมีดโกนนั้นกลับทำให้เธอกลั้นหายใจ
“คิดว่าจะหนีพ้นงั้นหรือ... รินรดา” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากดดันจนน่ากลัว เขาย่างสามขุมเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว กลิ่นกายของผู้ชายที่เธอเคยคุ้นชิน แต่บัดนี้กลับเต็มไปด้วยแรงปะทะของโทสะที่ไม่ยอมดับมอด
“คุณเข้ามาในห้องฉันทำไม พฤกษ์! นี่มันมารยาทของคนที่เรียกตัวเองว่าสุภาพบุรุษหรือคะ?” รินรดาเชิดหน้าขึ้น แม้ในใจจะเต้นรัวเหมือนกลองรบ แต่เธอจะไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็นเป็นอันขาด
พฤกษ์หยุดลงตรงหน้าเธอ ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้เธอสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของเขา มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของเธอแรงๆ ก่อนจะกระชากเธอเข้าไปหาตัว จนแผ่นอกของเธอปะทะเข้ากับกล้ามเนื้อแกร่งใต้เสื้อเชิ้ต
“สุภาพบุรุษ? คำนั้นมันหมดความหมายไปตั้งแต่วินาทีที่เธอเอาตัวเองไปซุกอยู่ในอกของทนายความหน้าโง่นั่นแล้ว!” พฤกษ์คำรามพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “ฉันเป็นสามีของเธอ... ถึงแม้ในทะเบียนสมรสเราจะหย่าขาดกันไปแล้ว แต่ในฐานะของ ‘เจ้าของ’ ชีวิตที่เธอพยายามจะชิงกลับคืนมา... เธอยังเป็นของฉัน”
“คุณไม่มีสิทธิ์! เราจบกันแล้ว!” เธอพยายามสะบัดมือออก แต่เขากลับเปลี่ยนมาตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว พฤกษ์กดร่างของเธอเข้ากับกำแพงห้องทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารสำคัญ
สัมผัสที่เขามอบให้ไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่มันคือการประกาศอาณานิคมที่บ้าคลั่ง ริมฝีปากหนาบดขยี้ลงมาบนกลีบปากของเธออย่างรุนแรงและป่าเถื่อน กลิ่นแอลกอฮอล์ระคนกับความเย็นชาของเขาทำให้เธอตื่นตระหนก แต่ความโหยหาในส่วนลึกที่เธอพยายามฝังกลบกลับตื่นขึ้นมาตอบสนองอย่างทรยศ
รินรดาพยายามขัดขืนด้วยการเม้มปากแน่น แต่พฤกษ์กลับใช้ความเก๋าเกมกดนวดจนเธอต้องยอมเผยอริมฝีปากออก ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาตักตวงความหวานที่เขาเคยเป็นเจ้าของเพียงผู้เดียวอย่างดุดัน มืออีกข้างของเขาเลื่อนลงมาบีบเค้นเอวคอดก่อนจะสอดมือเข้าไปใต้ชายเสื้อผ้าไหมชุดนอน ลูบไล้ผิวเนียนนุ่มจนเธอสั่นสะท้าน
“อื้อ...” เสียงครางประท้วงในลำคอของเธอถูกกลืนกินหายไป พฤกษ์ไม่อาจอดกลั้นความต้องการที่สั่งสมมานาน เขาอุ้มเธอขึ้นจนเท้าลอยจากพื้นแล้วเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่เขาใช้ตัดสินความเป็นความตายของบริษัทมานับครั้งไม่ถ้วน ก่อนจะเหวี่ยงเธอลงบนโต๊ะจนเอกสารกระจัดกระจาย
เขาแทรกกายเข้ามาตรงกลางหว่างขาของเธอ สายตาที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับลุกโชนด้วยเพลิงราคะที่ยากจะควบคุม
“ดูสิว่าไอ้ทนายคนนั้นมันจะดูแลเธอได้ดีเหมือนที่ฉันทำไหม...” พฤกษ์กระซิบชิดใบหู ขณะที่มือหนาปลดกระดุมชุดนอนของเธอออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น ทว่าสายตายังคงจับจ้องที่ดวงตาของเธอไม่วางตา เขาต้องการเห็นความพ่ายแพ้ในนั้น เขาต้องการเห็นความปรารถนาที่เธอมีให้เขาเพียงคนเดียว
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง ยามเมื่อฝ่ามือหยาบกร้านของเขาเริ่มปรนเปรอจุดอ่อนไหวท่ามกลางความหนาวเหน็บของห้องทำงาน เธอพยายามจะผลักเขาออกแต่ร่างกายกลับตอบสนองต่อสัมผัสของเขาอย่างน่ารังเกียจ
“พฤกษ์... หยุด... อย่าทำแบบนี้” เธอร้องขอ เสียงสั่นพร่า
“คำสั่งของเธอไม่มีผลกับฉันรินรดา...” เขาตอบก่อนจะซุกหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มจนเกิดรอยแดงประทับตราความเป็นเจ้าของ มือที่ว่างอยู่ลากไล้ไปตามสรีระที่เขาจดจำได้ทุกตารางนิ้ว ทุกสัมผัสของเขาคือการรุกรานที่ทำให้เธอแทบขาดใจ ทั้งเจ็บปวด ทั้งวาบหวาม จนน้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อล้น
ในห้องทำงานที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนสองคน การร่วมรักที่เต็มไปด้วยโทสะและการแก้แค้นดำเนินไปอย่างร้อนแรงและป่าเถื่อน ทุกแรงกระแทกกระทั้นคือการระบายความช้ำใจที่ถูกสะสมมาตลอดหลายปี
กระทั่งเมื่อพายุอารมณ์สงบลง รินรดานอนหอบหายใจอยู่บนโต๊ะทำงาน สภาพร่างที่กึ่งเปลือยทำให้เธอรู้สึกสมเพชตัวเอง พฤกษ์ยืนจัดเสื้อผ้าอยู่ข้างๆ สายตาเขายังคงจ้องมองเธอด้วยความสับสนและความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยยอมรับ
ในขณะที่พฤกษ์กำลังจะก้าวเดินออกไปจากห้องนั้น ร่างสูงก็ชะงักฝีเท้า สายตาของเขาสะดุดเข้ากับซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่บนเก้าอี้ข้างโต๊ะทำงานของเธอ—เอกสารที่เธอเพิ่งได้รับมาเมื่อช่วงบ่าย
เขาสังเกตเห็นมุมซองที่ฉีกขาดและรูปถ่ายใบหนึ่งที่โผล่พ้นออกมา... มันเป็นภาพเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบที่มีดวงตาเหมือนกับเขาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน—ดวงตาที่เป็นเอกลักษณ์ของตระกูลอัครเดโช... ดวงตาที่เขาไม่เคยลืมเลือน
พฤกษ์หยิบรูปใบนั้นขึ้นมาดู มือของเขาเริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาหันขวับกลับมามองรินรดาที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนโต๊ะทำงานด้วยความตกใจสุดขีด
“ริน... เด็กคนนี้... ลูกของใคร?”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับตัวละครของเข็มฉายานิศนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
นาฬิกาทรายที่ไร้ทราย : รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 7
พันธนาการที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นาฬิกาทรายที่ไร้ทราย : รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!