นาฬิกาทรายที่ไร้ทราย : รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 8

หยดเลือดในคราบน้ำตา

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
"คุณคิดว่าการเอาเศษกระดาษใบเดียวมาฉีกเล่นต่อหน้าฉัน จะทำให้ศักดิ์ศรีที่คุณทำลายไปมันงอกเงยขึ้นมาได้งั้นเหรอคะ คุณพฤกษ์" เสียงหวานใสที่เคยสั่นเครือด้วยหยดน้ำตาในอดีต บัดนี้กลับราบเรียบ เย็นชา และทรงพลังราวกับคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของคนฟังอย่างไร้ความปรานี รินรดาในชุดสูทเข้ารูปสีเพิร์ลเกรย์นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานหรูหราในอาคารกระจกใจกลางย่านธุรกิจ แววตาของเธอนิ่งสนิทจนน่ากลัว ตรงหน้าเธอคือเอกสารสัญญาความร่วมมือทางธุรกิจมูลค่าหลายพันล้านบาท—สัญญาระหว่าง "พิริยพงศ์ กรุ๊ป" ในนามผู้บริหารหญิงคนใหม่ กับ "บริษัทคู่แข่งคนสำคัญ" ที่พฤกษ์เพิ่งประกาศสงครามการค้าด้วยเมื่อสัปดาห์ก่อน พฤกษ์ อัครเดโช ยืนนิ่งสนิทอยู่กลางห้องทำงาน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง ภายใต้ชุดสูทราคาแพง ร่างสูงใหญ่ของเขากำลังสั่นเทาด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนยากจะควบคุม กลิ่นอายความเย่อหยิ่งและเย็นชาที่เคยเป็นเกราะกำบังให้เขามาตลอดพังทลายลงไม่เป็นท่า เมื่อตระหนักว่าอดีตภรรยาที่เขาเคยคิดว่าไม่มีวันบินหนีจากกรงทองแห่งนี้ได้ บัดนี้ได้กางปีกบินออกไป และกำลังใช้กรงเล็บแหลมคมจิกกัดรากฐานอาณาจักรของเขาอย่างเลือดเย็น "ริน... เธอรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาอย่างยากลำบาก เส้นเลือดที่ขมับของชายหนุ่มปูดโปนด้วยความโกรธและ... ความหวาดกลัวที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รู้สึก "บริษัทนั้นมันจ้องจะฮุบอัครเดโช กรุ๊ป มานานแล้ว การที่เธอเอาชื่อเสียงและหยาดเหงื่อของตัวเองไปผูกไว้กับมัน เท่ากับเธอกำลังประกาศสงครามกับฉันอย่างเต็มตัว!" "แล้วคิดว่าตลอดสามปีที่คุณเหยียบย่ำฉันในฐานะภรรยาไร้ค่า มันคืออะไรล่ะคะ?" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของอดีตสามี "สงครามของคุณมันเพิ่งเริ่มต้น แต่สำหรับฉัน... มันคือการทวงคืนทุกลมหายใจที่ฉันเคยสูญเสียไปต่างหาก" ก้าวเรียวในรองเท้าส้นสูงสีนู้ดเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่ถึงคืบ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความเย้ายวนลึกล้ำที่พฤกษ์คุ้นเคยดีลอยแตะจมูก มันเคยเป็นกลิ่นที่ทำให้เขาปรารถนาจะกักandขังเธอไว้ในอ้อมกอด แต่ในเวลานี้ กลิ่นหอมนั้นกลับกลายเป็นอาวุธที่ทิ่มแทงหัวใจเขาให้แหลกละเอียด พฤกษ์ยื่นมือหนาออกไปหมายจะคว้าข้อมือเล็กเพื่อดึงรั้งเธอเข้าหาตัวตามสัญชาตญาณของการเป็นผู้ครอบครอง ทว่ารินรดาไวกว่า เธอปัดมือเขาออกอย่างไม่ไยดี แรงปะทะนั้นเบาหวิวแต่กลับสร้างรอยแผลลึกในความรู้สึกของชายหนุ่มยิ่งกว่าการถูกตบด้วยซ้ำ "อย่าแตะต้องฉัน!" เธอตวาดเสียงกร้าว ดวงตาคู่สวยฉายแววรังเกียจอย่างชัดเจน "คุณไม่มีสิทธิ์นั้นอีกต่อไปแล้ว คุณพฤกษ์... จำใส่ สมองของคุณเอาไว้ด้วยว่า ผู้หญิงที่คุณเคยเขี่ยทิ้งอย่างไร้ค่าในวันนั้น วันนี้เธอคือคนที่ถือชะตากรรมทางธุรกิจที่คุณรักนักรักหนาเอาไว้ในกำมือ" ความคับแค้นใจผสมผสานกับความปรารถนาอันบ้าคลั่งที่ถูกกดทับไว้เนิ่นนานระเบิดออกในอกของพฤกษ์ ความโกรธเกรี้ยวทำให้เขาหมดสิ้นความอดทน มือหนาพุ่งไปควחוเอวบางของเธอไว้แน่นก่อนจะรวบร่างอรชญเข้าประชิดตัวด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า รินรดาอุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อแผ่นหลังของเธอถูกดันจนแนบชิดกับบานประตูห้องทำงานที่ปิดสนิท "ปล่อยนะ! คุณบ้าไปแล้วรึไง!" เธอทุบกำปั้นลงบนอกกว้างอย่างแรง แต่พฤกษ์กลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย "ใช่... ฉันมันบ้า!" เขาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มแน่นด้วยความโกรธ ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน "ฉันบ้าเพราะคิดถึงเธอ บ้าเพราะทนเห็นเธอไปยืนเคียงข้างไอ้สารเลวธันวาไม่ได้! รินรดา... เธอคิดว่าการเอาตัวไปประชดฉัน จะทำให้ฉันเจ็บปวดทรมานมากนักใช่ไหม งั้นก็ลองบอกฉันซิ ว่าไอ้ความแค้นที่เธอกำลังทำอยู่นี้... มันทำให้เธอลืมสัมผัสระหว่างเราได้จริงๆ หรือเปล่า!" สิ้นคำพูด รินรดาก็เบิกตากว้างเมื่อริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี การจูบครั้งนี้ไม่ใช่ความอ่อนโยนหรือการวอนขอ แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าIเข้าครองอย่างดิบเถื่อนและเร่าร้อนราวกับสัตว์ป่าที่กำลังหิวกระหาย ลมหายใจของเธอถูกสูบหายไปในพริบตา ความโกรธเกรี้ยว ความเจ็บปวดในอดีต และความโหยหาที่ถูกซ่อนไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจถูกปลุกเร้าให้ตื่นขึ้นมาพร้อมๆ กัน เรียวปากหนาขบเม้มริมฝีปากนุ่มของเธออย่างเอาแต่ใจ รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีและกัดฟันขัดขืน แต่พฤกษ์กลับใช้มืออีกข้างตรึงท้ายทอยของเธอไว้บังคับให้รับองศาจูบที่ลึกซึ้งและดุดันยิ่งขึ้น ลิ้นร้อนชื้นรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างไม่รู้จักพอ รสชาติของความเค็มปร่าจากหยดน้ำตาที่รินรดาเผลอหลั่งออกมาผสมปนเปไปกับรสจูบอันเร่าร้อน ทำให้มันกลายเป็นความเจ็บปวดที่หอมหวานและทรมานจนแทบขาดใจ มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าของสะโพกกลมกลึงภายใต้ชุดสูทรัดรูป ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแทรกซึมผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนทำให้ร่างกายของหญิงสาวสั่นสะท้าน แม้จิตใต้สำนึกจะร่ำร้องให้ผลักไส แต่สรีระที่ตอบสนองต่อสัมผัสคุ้นเคยกลับทรยศเธอ ความรู้สึกวาบหวามที่เคยผูกพันกันมานานแรมปีไหลเวียนกลับเข้ามาในกระแสเลือดอย่างรวดเร็ว พฤกษ์ถอนริมฝีปากออกมาชั่วครู่เพื่อให้เธอได้หายใจ แต่ดวงตาคมกริบของเขากลับเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาที่ลุกโชน หน้าอกแกร่งกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจหอบกระชั้น มือข้างหนึ่งเลิกชายเสื้อสูทของเธอขึ้นสัมผัสผิวเนียนนุ่มที่ร้อนผ่าว นิ้วมือแข็งแรงลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเปลือยเปล่าจนรินรดาส่งเสียงครางแผ่วเบาออกมาจากลำคออย่างไม่ตั้งใจ "คุณมัน... คนสารเลว..." เธอกระซิบเสียงพร่ามัว หยาดน้ำตาใสไหลอาบแก้มขณะที่มือเล็กยังคงจิกอยู่บนปกเสื้อสูทของเขา แม้ปากจะต่อว่า แต่สะโพกกลับแอ่นรับสัมผัสวาบหวามที่เขาจงใจปรนเปรอให้อย่างลืมตัว "ใช่ ฉันมันเลว... แต่เธอก็เกลียดฉันไม่ลงหรอก รินรดา" พฤกษ์กระซิบชิดใบหูขาวผ่อง พร้อมกับขบเม้มติ่งหูเบาๆ จนหญิงสาวสะع้านเฮือก "ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ร่างกายของเธอก็ยังเป็นของฉัน... เป็นของพฤกษ์คนนี้คนเดียวเท่านั้น" บรรยากาศในห้องทำงานหรูหราอบ3อวลไปด้วยกลิ่นอายของความเสน่หาและดราม่าที่เชือดเฉือนอารมณ์ รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งความพินาศ เธอรู้ดีว่าการยอมจำนนต่ออ้อมกอดนี้จะทำให้เธอกลับไปพ่ายแพ้ให้กับเขาอีกครั้ง แต่ในขณะเดียวกัน ความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ก็กำลังแผดเผาจนเธอแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงจะต้านทาน ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของพฤกษ์กำลังจะโน้มลงมาประทับรอยจูบอันร้อนแรงลงบนซอกคอหอมกรุ่นอีกครั้ง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต "คุณรินรดาครับ เอกสารสำหรับเซ็นต์ชื่อชุดต่อไป—" ธันวา ทนายความหนุ่มรูปหล่อผู้ก้าวเข้ามาใหม่หยุดชะงักกึก ดวงตาหลังกรอบแว่นสายตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นเจ้านายสาวของเขากำลังถูกอดีตสามีผู้ทรงอิทธิพลตรึงร่างไว้กับบานประตู ในสภาพเสื้อผ้าที่ยุ่งเหยิงและลมหายใจหอบกระชั้น พฤกษ์ชะงักค้าง เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากซอกคอของอดีตภรรยา ดวงตากลมดุจเหยี่ยวหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาวาวโรจน์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ บรรยากาศในห้องพลิกผันจากความวาบหวามกลายเป็นความตึงเครียดระดับจุดเดือดในพริบตา รินรดารีบผลักอกพฤกษ์ออกสุดแรงด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ เธอกระชับเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปสบตากับธันวาที่กำลังกำมือแน่นด้วยความโกรธ พฤกษ์แค่นหัวเราะในลำคออย่างเยียบเย็น เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ใช้ปลายนิ้วปาดคราบน้ำตาที่แก้มเนียนของรินรดาออกเบาๆ ด้วยท่าทีแสดงความเป็นเจ้าของอย่างจงใจ ก่อนจะหันไปมองทนายความหนุ่มแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "เข้ามาได้จังหวะพอดีนี่คุณธันวา..." พฤกษ์ยิ้มหยันที่มุมปาก ดวงตาสีเข้มจ้องมองคู่แข่งหัวใจนิ่ง "ช่วยบอกเจ้านายคุณที... ว่าต่อให้เธอจะพยายามหาข้ออ้างร่วมงานกับใครมากแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้ว... บนเตียงของเธอก็ยังมีร่องรอยของผมประทับอยู่ดี!" รินรดาหน้าซีดเผือดด้วยความโกรธจัด เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ทว่าก่อนที่เธอจะได้กล่าวตอกกลับอะไรออกไป พฤกษ์ก็คว้าซองเอกสารลับฉบับหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของเธอขึ้นมาเปิดดูอย่างไร้มารยาท และวินาทีต่อมา... รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าหล่อเหลาก็แข็งค้าง ดวงตาคู่คมเบิกกว้างราวกับไม่เชื่อสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า เมื่อเอกสารแผ่นแรกที่หลุดร่วงลงมาคือ... **ผลตรวจครรภ์และอัลตราซาวด์อายุครรภ์สามเดือน พร้อมชื่อของมารดาคือ 'รินรดา พิริยพงศ์'** รินรดากลั้นหายใจ หน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นซองเอกสารนั้นอยู่ในมือของอดีตสามี ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับตัวละครของเข็มฉายานิศนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นาฬิกาทรายที่ไร้ทราย : รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%