นาฬิกาทรายที่ไร้ทราย : รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 9

เมื่อความแค้นเป็นแรงผลักดัน

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
เพชรน้ำงามเม็ดนั้นไม่ได้ถูกเจียระไนด้วยความปรานีของโชคชะตา หากแต่สลักเสลาขึ้นด้วยคมมีดแห่งความเจ็บปวด และหล่อหลอมจากน้ำตาที่ถูกกลืนกลับลงคอจนแห้งผาก เสียงกริ๊งเบาๆ ของกระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูบานไม้สักทองหนานุ่ม แทบจะไม่กลบเสียงหัวใจเต้นระรัวของใครบางคนที่ยืนอยู่หลังบานกระจกฝ้า—รินรดา พิริยพงศ์ ในชุดสูทเข้ารูปสีชาแนลคลาสสิก ขับเน้นรูปร่างระหงที่เคยถูกมองข้ามและเหยียบย่ำให้จมดิน บัดนี้ ทุกย่างก้าวของเธอมั่นคง ราวกับราชนีผู้ถือครองราชบัลลังก์ที่สร้างขึ้นจากซากปรักหักพังของชีวิตแต่งงานที่เคยล่มสลาย "คอลเลกชัน 'Tears of Phoenix' ของคุณรินรดา ถูกกวาดเรียบภายในเวลาไม่ถึงสามนาทีหลังเปิดพรีออเดอร์ค่ะคุณริน... ตอนนี้บรรดานิตยสารแฟชั่นชั้นนำและเศรษฐินีตระกูลดังต่างแย่งกันติดต่อขอคิวเอ็กซ์คลูซีฟกันให้วุ่น" เสียงกระซิบอย่างตื่นเต้นของเลขาฯ สาวคู่ใจไม่ได้ทำให้รอยยิ้มเยือกเย็นบนเรียวปากสีเบอร์กันดีของรินรดากระดืบบิดเบี้ยวไปแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนนิ่ง ปลายนิ้วเรียวยาวไล้ไปตามขอบตู้จัดแสดงอัญมณีที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ขับเน้นแหวนเพชรน้ำร้อยที่ดีไซน์เป็นรูปเปลวเพลิงอันดุดันแต่สง่างาม—มันคือสัญลักษณ์แห่งการเกิดใหม่ และมันคือประกาศิตที่ดังพอจะสั่นคลอนหัวใจของใครบางคนให้ร้าวราน ในห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยโทนสีเข้ม พฤกษ์ อัครเดโช กำลังจ้องมองภาพถ่ายหน้าปกนิตยสารธุรกิจชื่อดังในมือจนแทบจะทะลุเป็นรู ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าและไฟโทสะที่แผดเผาตัวเอง นิ้วแกร่งกำกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนยับยู่ยี่ ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาจางๆ ในคฤหาสน์หินอ่อน... ผู้หญิงคนที่เขาเคยผลักไสอย่างไร้เยื่อใย บัดนี้ก้าวขึ้นมาอยู่บนจุดสูงสุดที่แม้แต่เขายังต้องแหงนมอง "คุณรินรดา... เป็นคนออกแบบอัญมณีเซ็ตนี้ทั้งหมดหรือครับท่านประธาน" ผู้ช่วยหนุ่มเอ่ยถามเสียงเบาอย่างระมัดระวัง "เงียบไป!" พฤกษ์คำรามต่ำในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความอัดอั้นที่ระบายไม่ออก ภาพรอยยิ้มเย้ยหยันในแววตาของรินรดาจากงานประมูลการกุศลเมื่อสัปดาห์ก่อนยังคงหลอกหลอนเขาไม่ต่างจากเงาปีศาจ ทุกครั้งที่เธอเฉิดฉายท่ามกลางแสงแฟลช เคียงข้างด้วยทนายความหนุ่มหน้าตาดีอย่างธันวา หัวใจที่ด้านชาของเขากลับถูกบีบอัดด้วยความหึงหวงและความสำนึกผิดที่สายเกินแก้จนแทบหายใจไม่ออก คืนนั้น ภายในห้องประชุมลับของแกลเลอรีอัญมณีชื่อดัง รินรดากำลังตรวจความเรียบร้อยของชิ้นงานชิ้นสุดท้ายก่อนส่งมอบให้ลูกค้า VIP แสงไฟสลัวจากโคมไฟคริสตัลสาดส่องลงบนลาดไหล่เนียนนุ่มที่โผล่พ้นชุดเดรสผ้าไหมสีดำสนิท ความเงียบงันภายในห้องถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคย—ฝีเท้าที่เธอจดจำได้แม่นยำยิ่งกว่าเสียงหัวใจตัวเอง ประตูกระจกนิรภัยถูกผลักเปิดออก ร่างสูงใหญ่ของพฤกษ์ก้าวเข้ามาด้วยลมหายใจที่หอบกระชั้น แววตาของเขาแดงก่ำและเต็มไปด้วยความรauร้าวที่พยายามสะกดกลั้น "คุณเข้ามาได้อย่างไร นี่มันพื้นที่ส่วนตัว" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นชา ไร้ซึ่งความสะทกสะท้าน แม้หัวใจจะกระตุกวูบยามเมื่อกลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยโชยเข้าปะทะนาสิก "ผมต้องคุยกับคุณ ริน..." พฤกษ์ก้าวเข้าไปประชิดอย่างรวดเร็ว มือหนาเอื้อมหมายจะคว้าข้อมือเล็ก แต่รินรดาเบี่ยงหลบได้อย่างรวดเร็ว ราวกับรังเกียจสัมผัสของเขาเสียเต็มประดา "อย่ามาแตะต้องฉันค่ะ คุณพฤกษ์... สถานะระหว่างเรามันจบลงไปนานแล้ว ตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหยอกล้อกับความรู้สึกของฉันอย่างไร้ค่าบนโต๊ะทำงานตัวนั้น" ดวงตากลมโตตวัดมองเขาด้วยประกายคมกริบ ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความเหินห่างที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ผมขอโทษ..." คำพูดสั้นๆ ที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายที่หยิ่งทะนงที่สุดในวงการธุรกิจ มันสั่นเครือและเปราะบางเสียจนน่าสมเพช พฤกษ์ก้าวเข้าประชิดอีกก้าว บังคับให้แผ่นหลังบางแนบติดกับชั้นกระจกจัดแสดงอัญมณีโดยมีร่างแกร่งกักตัวเธอไว้ในอ้อมแขน "ผมรู้ว่าผมมันเลว ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำกับคุณมันให้อภัยไม่ได้... แต่ได้โปรด มองหน้าผม ริน... มองดูคนที่กำลังจะตายเพราะความคิดถึงคุณสิ!" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและเจ็บปวดระคนกัน เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้ แต่มันกลับไร้ผลเมื่อพฤกษ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับซอกคอขาวผ่อง ทำให้ขนลุกชันไปทั่วร่าง "ความคิดถึงงั้นหรือคะ? น่าขันสิ้นดี..." เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาดุดันและท้าทาย "ตอนที่คุณปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียวในคฤหาสน์หลังนั้น ตอนที่คุณมองฉันเป็นแค่อากาศธาตุ คุณเคยคิดถึงความรู้สึกของฉันบ้างไหมคะ? หรือตอนนี้... แค่เห็นฉันยืนด้วยลำแข้งตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเศษเงินจากคุณ อีโก้ของคุณมันถึงได้สั่นคลอนจนทนไม่ได้กันแน่!" "ไม่ใช่แค่ออีโก้!" พฤกษ์คำรามลั่น ดวงตาคมเข้มฉายแววปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้เนิ่นนาน "แต่มันคือหัวใจของผม... หัวใจที่มันพังทลายลงไปพร้อมกับวันที่คุณเดินจากไป! ริน... ผมต้องการคุณ ได้โปรด..." ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้การ The คำเตือน ความโหยหา ความเจ็บปวด และความต้องการที่อัดอั้นมาแรมปีถูกระบายผ่านรสจูบที่ทั้งดุดันและเรียกร้อง รินรดาสะท้านเฮือก เผลอเผยริมฝีปากออกด้วยความตกใจ เปิดทางให้ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานล้ำที่เขาโหยหามาเนิ่นนาน มือหนาช้อนท้ายทอยเธอไว้แน่น ไม่ยอมให้หนีหายไปไหน ขณะที่มืออีกข้างโอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวจนแนบสนิท ไม่มีช่องว่างระหว่างกัน รสจูบจากความแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวาม ร่างกายที่เคยปฏิเสธกลับตอบสนองต่อสัมผัสคุ้นเคยอย่างน่าละอาย กลิ่นกายหอมกรุ่นผสมผสานกับความเร่าร้อนของผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ ทำให้ห้องทำงานทั้งห้องแทบจะลุกเป็นไฟ พฤกษ์ขบเม้มริมฝีปากอิ่มด้วยความเร่าร้อน ดึงทึ้งสติสัมปชัญญะของเธอให้หลุดลอยไปทีละน้อย เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังประสานกันในความเงียบงัน มือเรียวที่เคยผลักไส บัดนี้เปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นอย่างไร้ทางสู้ท่ามกลางความสับสนและเร่าร้อนที่แผดเผา แต่แล้ว... ท่ามกลางห้วงอารมณ์ที่กำลังดิ่งลึกและพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ สายตาดุดันของพฤกษ์ที่เหลือบไปเห็นกระเป๋าเอกสารหนังสีดำบนโต๊ะทำงานของเธอ ซึ่งเปิดอ้าไว้ครึ่งหนึ่ง... เอกสารแผ่นหนึ่งที่โผล่พ้นซองน้ำตาลทำให้จังหวะการหายใจของเขาชะงักกะทันหัน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเมื่อกวาดสายตาไปเห็นตัวอักษรหัวกระดาษที่เด่นหรา—*ใบรับรองการตรวจยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือด (DNA Test)* และภาพถ่ายเอกซเรย์เด็กน้อยวัยกำลังน่ารักผู้มีดวงตากลมโตถอดแบบมาจากเขาไม่มีเพี้ยน! หัวใจของพฤกษ์หยุดเต้นไปชั่วขณะ ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อมในค่ำคืนที่พายุอารมณ์กำลังโหมกระหน่ำ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับตัวละครของเข็มฉายานิศนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นาฬิกาทรายที่ไร้ทราย : รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%