นาฬิกาทรายที่ไร้ทราย : รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 11

การเผชิญหน้าในงานกาล่า

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
เสียงดนตรีคลาสสิกจากวงออร์เคสตราสดที่บรรเลงอยู่เบื้องล่างโถงจัดงานกาล่าการกุศลประจำปี ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัว พฤกษ์ อัครเดโช ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... ไวน์แดงรสเลิศราคาแพงระยับในแก้วเจียระไนทรงสูงกลับขมปร่าในโพรงปาก ราวกับมันถูกกลั่นกรองมาจากความกระวนกระวายที่สุมแน่นอยู่ในทรวงอกของเขาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องโถงกว้างใหญ่ที่ประดับประดาด้วยคริสตัลระยิบระยับ ทว่าไม่มีสิ่งใดดึงดูดสายตาของเขาได้เลย จนกระทั่งบานประตูไม้สักแกะสลักบานใหญ่เบื้องหน้าเปิดออก เสียงฮือฮาเบาๆ ที่ดังขึ้นรอบตัว ไม่ได้ทำให้พฤกษ์ละสายตาไปจากร่างระหงที่ก้าวเข้ามาใหม่ได้เลย รินรดา พิริยพงศ์ ปรากฏกายในชุดราตรีเกาะอกสีดำสนิทที่ตัดกับผิวเนียนละเอียดราวกับไข่มุก เนื้อผ้าแนบเนื้ออวดส่วนโค้งเว้าวับชวนมอง ทว่าสิ่งที่บาดตาบาดใจที่สุด ไม่ใช่ความงดงามที่ทวีความเย้ายวนขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว หากแต่เป็นมือเรียวหนาของชายหนุ่มอีกคนที่โอบประคองอยู่ที่ช่วงเอวคอดก้นของเธออย่างสนิทสนม ธันวา... ทนายความหนุ่มอนาคตไกลที่เคยเป็นเพียงแค่ก้างชิ้นเล็กๆ ในสายตาของเขา บัดนี้กลับยืนเคียงข้างอดีตภรรยาของเขาในฐานะ ‘ผู้ชายคนใหม่’ อย่างเต็มภาคภูมิ พฤกษ์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นเป็นริ้ว ความหึงหวงที่แผดเผาพุ่งพล่านขึ้นมาจนแทบจะแผดเผาทุกอย่างรอบตัวให้เป็นจุล รินรดายิ้ม... รอยยิ้มที่ไม่ได้ส่งมาให้เขา แต่มันช่างเจิดจ้าและทรงพลังเสียจนเขารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรงท่ามกลางผู้คนนับร้อย เธอก้าวเดินเข้ามาในงานด้วยท่าทีสง่างาม ไม่มีความหวาดหวั่น ไร้ซึ่งความเปราะบางที่เขาเคยคุ้นชินเมื่อครั้งที่เธอยังเป็น ‘นางนกน้อยในกรงทอง’ ของเขา นี่น่ะหรือคือสิ่งที่เธอเติบโตขึ้นหลังจากหลุดพ้นจากเงื้อมมือของเขา... รินรดาในเวอร์ชันที่แข็งแกร่ง เย็นชา และพร้อมจะเหยียบย่ำหัวใจของเขาให้แหลกคาเท้า "ดูเหมือนว่าคุณรินรดาจะไม่ได้มาคนเดียวนะคะท่านประธานพฤกษ์" เสียงกระซิบจากนักธุรกิจร่วมโต๊ะดังขึ้นเบาๆ แต่พฤกษ์เลือกที่จะเมินเฉย เขาวางแก้วไไวน์ในมือลงบนถาดของบริกรด้วยแรงที่มากพอจะทำให้ของเหลวสีแดงกระฉอก แล้วก้าวยาวๆ ตรงดิ่งไปยังทิศทางที่เป้าหมายยืนอยู่ทันที โดยไม่สนสายตาใครต่อใครที่หันมามอง ฝ่าเท้าของเขาเหยียบย่างไปบนพรมหนานุ่มด้วยจังหวะที่หนักหน่วง ทว่าหัวใจข้างในกลับเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกที่เขาไม่ยอมรับกับตัวเอง เมื่อเดินเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคย—กลิ่นกุหลาบผสมวานิลลาที่เคยคลอเคลียอยู่บนเตียงนอนของเขากลับกลายเป็นกลิ่นอายของอิสรภาพที่ไร้ซึ่งเงาของเขา—พฤกษ์ก็เอ่ยปากเรียกชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและสั่นเทาเล็กน้อย "ริน..." ร่างบางชะงักฝีเท้าเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววตัดพ้อและเจ็บปวด บัดนี้กลับราบเรียบ ราวกับมองเห็นเขาเป็นเพียงธาตุอากาศที่ไร้ตัวตน "อ้าว... คุณพฤกษ์" รินรดาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสุภาพตามมารยาททางสังคม แต่ห่างเหินและเยียบเย็นจนน่าใจหาย "ยินดีด้วยนะคะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของคุณยังคงไปได้สวย ถึงแม้ว่าเรื่องส่วนตัวจะ... ค่อนข้างยุ่งเหยิงไปหน่อยก็ตามที" ประโยคสั้นๆ ที่จี้ถูกจุดดำมืดในใจ ทำให้พฤกษ์ถึงกับพูดไม่ออก เขากวาดสายตามองธันวาที่ขยับตัวเข้ามาบังรินรดาไว้เล็กน้อยด้วยท่าทีปกป้อง ท่าทางนั้นกระตุ้นต่อมความโกรธของพฤกษ์ให้ระเบิดออก "ถอยไป ธันวา... ฉันมีเรื่องต้องคุยกับ ‘ภรรยา’ ของฉัน" พฤกษ์เน้นเสียงคำว่าภรรยาด้วยความดุดัน แม้ในทางกฎหมายพวกเขากล่าวคำว่าหย่าขาดกันไปนานแล้วก็ตาม "อดีตภรรยาต่างหากล่ะครับคุณพฤกษ์" ธันวายิ้มรับอย่างเยือกเย็น ไม่มีความเกรงกลัวต่อออร่าคุกคามของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลเลยแม้แต่น้อย "และตอนนี้รินเขาก็มีสิทธิ์100% ที่จะเลือกยืนอยู่กับใคร หรือไปไหนมาไหนกับใครก็ได้ โดยที่ไม่ต้องมารับฟังคำสั่งจากคนที่เคยทอดทิ้งเธอไปหรอกนะครับ" คำพูดนั้นแทงเข้าที่กลางใจดำของพฤกษ์อย่างจัง ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดลงชั่วขณะ เขารู้ดีว่าตนเองเป็นฝ่ายทำลายทุกอย่างด้วยมือของตัวเอง ความเย่อหยิ่งและอีโก้ที่สูงลิ่วในอดีต ทำให้เขาผลักไสผู้หญิงคนนี้ออกไปอย่างไม่ใยดี จนกระทั่งวันที่เธอเดินจากไป... เขากลับพบว่าชีวิตที่ไม่มีรินรดามันว่างเปล่าและพังทลายลงแค่ไหน พฤกษ์หันไปมองรินรดา ดวงตาคมแดงก่ำด้วยความอัดอั้น "ริน... กลับบ้านเรากันเถอะนะ ให้โอกาสฉัน..." "บ้าน?" รินรดาทวนคำนั้นพร้อมกับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่บาดลึกยิ่งกว่าการถูกกรีดด้วยมีด "คุณพฤกษ์คะ... ที่ที่คุณเรียกว่าบ้าน สำหรับฉันมันคือห้องขังที่เต็มไปด้วยหยดน้ำตาและความโดดเดี่ยวต่างหากล่ะคะ และตอนนี้... ฉันก็เป็นอิสระจากกรงของคุณมานานแล้วด้วย" เธอยกมือขึ้นแตะแขนของธันวาเบาๆ เป็นสัญญาณเชิงบอกให้รู้ว่าเธอไม่อยากเสียเวลากับผู้ชายตรงหน้าอีกต่อไป "ไปกันเถอะค่ะธันวา ตรงนี้อากาศเริ่มไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เหมือนจะมีกลิ่นความเน่าเฟะของอดีตลอยอบอวลอยู่แถวนี้จนน่าสะอิดสะเอียน" ภาพของรินรดาที่กำลังจะหมุนตัวเดินจากไปพร้อมกับผู้ชายคนอื่น ทำให้พฤกษ์สติหลุดกระเจิง เขาพุ่งเข้าไปคว้าข้อแขนเรียวเล็กของเธอไว้ทันทีด้วยแรงที่มากพอจะทำให้เธอเจ็บ "ปล่อยฉันนะ!" รินรดาตวัดสายตากลับมามองด้วยความโกรธเกรี้ยว ความอดทนที่เธอสะสมมานานเริ่มสั่นคลอน "ไม่! ฉันไม่ปล่อย!" พฤกษ์คำรามต่ำในลำคอ ความหึงหวงและความเจ็บปวดตีรวนจนเขาควบคุมตัวเองไม่อยู่ "เธอเป็นของฉัน รินรดา! ต่อให้เราหย่ากันแล้ว แต่รอยแผลที่คุณทิ้งไว้ในใจฉันมันไม่มีทางหายไปไหน! คุณไม่มีสิทธิ์ไปซบผู้ชายคนอื่น!" "ผู้ชายเห็นแก่ตัว!" รินรดาสวนกลับทันควัน นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความคับแค้นใจ "คุณทำลายทุกอย่างเอง! คุณเหยียบย่ำความรู้สึกของฉันเอง! แล้วทำไมตอนนี้ถึงทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของนักล่ะคะ? หรือเพราะคุณทนไม่ได้ที่เห็นฉันมีความสุขกับคนอื่น ที่เขารักและเห็นค่าในตัวฉัน มากกว่าที่คุณเคยทำ!" บรรยากาศรอบตัวเริ่มตกอยู่ในความเงียบงวด ผู้คนในงานเริ่มหันมามองความวุ่นวายที่เกิดขึ้นบริเวณมุมห้อง ทว่าพฤกษ์ไม่สนใจสิ่งรอบตัวอีกต่อไปแล้ว ความเร่าร้อนบ้าคลั่งในอกผลักดันให้เขาโน้มใบหน้าลงไปหาเธอ หมายจะใช้ริมฝีปากของตนเองปิดกั้นคำพูดตัดพ้อเหล่านั้นด้วยจูบที่ดุดันและเอาแต่ใจเหมือนดั่งในอดีต รินรดาเบี่ยงหลบได้ทัน ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาจึงเฉียดผ่านแก้มเนียนไปอย่างหวุดหวิด ก่อนที่ธันวาจะพุ่งเข้ามาผลักอกพฤกษ์ให้ออกห่างจากเธอนับก้าว "อย่ามาแตะต้องเธออีก! ถ้าคุณยังไม่อยากอับอายขายหน้าไปมากกว่านี้" ธันวาประกาศกร้าว ร่างสูงกางแขนบังรินรดาไว้มิดชิด พฤกษ์ยืนหอบหายใจหนักหน่วง อกกระเพื่อมไหวด้วยความโกรธเกรี้ยวและอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนถึงขีดสุด เขารู้สึกเหมือนคนใกล้บ้าที่กำลังจะสูญเสียทุกสิ่งไปตลอดกาล ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะพุ่งเข้าไปซัดหน้าไอ้ทนายความหน้าโง่นั่นให้หมอบคากลุ่มคนดู เด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สองขวบเศษ ในชุดสูทตัวจิ๋วที่หน้าตาถอดแบบมาจากเขาประหนึ่งพิมพ์เดียวกัน ก็วิ่งเตาะแตะเข้ามาจากโซนสวนด้านนอก พร้อมกับเรียกชื่อรินรดาด้วยเสียงใสแจ๋ว "มัมมี่ฮะ... น้องซันง่วงนอนแล้ว..." พฤกษ์ชะงักกึก ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อม ท่าทางและใบหน้านั้น... ดวงตากลมโต คิ้วเข้ม และสันจมูกโด่งรั้น ที่สะท้อนอยู่ในสายตาของเขา มันคือตัวเขาเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับตัวละครของเข็มฉายานิศนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นาฬิกาทรายที่ไร้ทราย : รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%