เสียงหัวเราะทุ้มนุ่มของธันวายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของรินรดา ทว่ามันกลับถูกกระชากให้ขาดหายไปอย่างรุนแรง เมื่อเรียวแขนแกร่งดั่งคีมเหล็กพุ่งเข้าคว้าข้อมือของเธอ ท่ามกลางความมืดสลัวของมุมอับสายตาหลังเสาหินอ่อนสลักลวดลายวิจิตรภายในงานเลี้ยงการกุศล
แรงกระชากนั้นไร้ความปรานี ร่างบางปลิวตามแรงเหวี่ยงด้วยความตกใจ ก่อนแผ่นหลังนุ่มจะปะทะเข้ากับผนังหินเย็นเฉียบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ และความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านออกมาจากเรือนร่างของคนที่ยืนประชิดตัว ทำให้รินรดาไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็รู้ทันทีว่าเป็นใคร... พฤกษ์ อัครเดโช
"ปล่อยฉันนะคะคุณพฤกษ์!" รินรดาตวัดเสียงขึ้นทันที นัยน์ตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ในแววตาคู่นั้นอีกต่อไป มีเพียงความรังเกียจเดียดฉันท์ที่พฤกษ์สัมผัสได้ชัดเจนจนหัวใจกระตุกวูบ
"ทำไมล่ะริน... กับมัน เธอยิ้มให้ หัวเราะให้ได้อย่างง่ายดาย แต่พอกับสามีเก่า... อ้อ สามีที่เธอยังไม่ได้หย่าขาดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เธอทำท่าเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อฉันอย่างนั้นแหละ"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและหึงหวงจนน่ากลัว นัยน์ตาคมกริบของพฤกษ์แดงก่ำยามจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เพิ่งแย้มยิ้มให้กับชายอื่น เขาสะกดกลั้นความบ้าคลั่งนี้มานานเกินไปแล้ว นับตั้งแต่วินาทีที่เห็นธันวาโน้มตัวเข้าใกล้เธอ ท่าทีสนิทสนมและสายตาที่ทนายความหนุ่มมองเธอมันกรีดแทะความอดทนของเขาจนมอดไหม้
"สามีเก่าเหรอคะ? คุณเพิ่งใช้คำว่า 'เก่า' ออกมาจากปากตัวเองแท้ๆ แล้วมีสิทธิ์อะไรมาลากฉันมาที่นี่ มีสิทธิ์อะไรมาแสดงอาการน่าสมเพชแบบนี้!" รินรดาย้อนถามเสียงกร้าว เชิดหน้าขึ้นท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจดวงน้อยจะเต้นรัวเร็วดด้วยความหวาดหวั่นต่ออารมณ์ดิบเถื่อนที่กำลังปะทุในตัวเขา
"สิทธิ์ที่ฉันเป็นผัวเธอไงรินรดา!"
พฤกษ์คำรามต่ำในลำคอ ก่อนจะใช้มืออีกข้างตรึงคางมนไว้แน่น บีบเค้นเบาๆ ให้เธอต้องเผยริมฝีปากออกด้วยความเจ็บปวด ดวงตาคมเข้มดุจพญาอินทรีย์กวาดมองใบหน้าหวานที่ยิ่งโตยิ่งงดงามสะคราญตา งดงามจนเขาแทบคลั่งยามคิดว่าผู้ชายคนอื่นกำลังหมายปองดอกไม้ที่เคยเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว
"คุณไม่มีสิทธิ์นั้นมานานแล้วค่ะ ตั้งแต่วันที่คุณเลือกจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน ตั้งแต่วันที่คุณพาผู้หญิงคนอื่นเข้ามาเหยียบบ้านของเรา จำไม่ได้แล้วหรือคะ คุณพฤกษ์"
คำพูดเชือดเฉือนนั้นเปรียบเสมือนใบมีดที่กรีดลงบนแผลเก่าของพฤกษ์ รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อนที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง ย้อนกลับมาตบหน้าเขาอย่างเจ็บแสบ พฤกษ์เจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก แต่ความเจ็บปวดนั้นกลับยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนและความปรารถนาอันป่าเถื่อนให้โหมกระพือ
"ใช่... ฉันมันเลว ฉันมันโง่เง่าที่ปล่อยมือเธอไป!" พฤกษ์กัดฟันกรอด ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียน "แต่ต่อให้เธอกลเกลียดฉันแค่ไหน เธอก็ไม่มีวันหลุดพ้นจากเงื้อมมือฉันไปได้หรอกริน... และต่อให้ไอ้หน้าอ่อนนั่นมันจะเป็นทนายฝีมือดีแค่ไหน มันก็ไม่มีวันแย่งเธอไปจากอกฉันได้!"
สิ้นคำพูดนั้น พฤกษ์ก็ก้มลงปิดริมฝีปากอิ่มทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ทันตั้งตัว
รสจูบครั้งนี้ไม่ใช่ความนุ่มนวลหรือการวิงวอนขอการอภัย แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างดุดัน ป่าเถื่อน และเต็มไปด้วยความหึงหวงที่แผดเผา รินรดาทุบตีอกแกร่งด้วยความโกรธเกรี้ยว มือเรียวพยายามผลักไสแผงอกกว้างที่บดAเบียดเข้ามา แต่นั่นกลับยิ่งทำให้พฤกษ์ฮึกเหิม เขาตวัดแขนรวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบชิดไร้ช่องว่าง ลิ้มรสความหวานล้ำที่เขาโหยหามาแรมปีด้วยความตะกละตะกลาม
เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานอย่างไร้ความปรานี บดขยี้ริมฝีปากนุ่มจนบวมเจ่อ รินรดาพยายามเม้มปากแน่นเพื่อขัดขืน แต่แรงอารมณ์ที่อัดแน่นอยู่ในตัวของพฤกษ์กลับทรงพลังเกินกว่าที่เธอจะต้านทานไหว ความคับแค้นในอดีตผสานเข้ากับสัมผัสวาบหวามที่คุ้นเคย ก่อเกิดเป็นกระแสไฟประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง ร่างกายที่เคยปฏิเสธกลับเริ่มอ่อนปวกเปียกด้วยฤทธิ์จูบอันเร่าร้อนที่พฤกษ์ตั้งใจจะหลอมละลายทิฐิของเธอให้สิ้นซาก
มือหนาเลื่อนต่ำลงมาลูบไล้แผ่นหลังเนียนผ่านเนื้อผ้าชุดราตรีราคาสแพง ลากไล้ส่วนโค้งเว้าอย่างอาจหาญ ปลุกเร้าอารมณ์สวาทที่ซ่อนเร้นภายใต้ความเกลียดชังให้ตื่นขึ้นมาทีละน้อย ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้น เสียงครางประท้วงในลำคอของหญิงสาวถูกกลืนหายไปกับริมฝีปากของชายหนุ่มที่ยังคงมอบจูบอันดุดันและลึกซึ้งให้ไม่หยุดหย่อน
พฤกษ์ผละริมฝีปากออกเพียงนิดเพื่อให้เธอได้สูบฉีดอากาศเข้าปอด ทว่าดวงตาคมกราบกรานคู่นั้นกลับฉายแววปรารถนารุนแรงจนน่ากลัว ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้แก้มเนียนที่แดงก่ำด้วยความโกรธและอารมณ์สวาทที่ตีรวน
"จำเอาไว้ริน... ว่าเธอเป็นของฉัน ร่างกายนี้ จิตใจนี้ แม้แต่ความเกลียดชังของเธอก็ต้องเป็นของฉันคนเดียว!" พฤกษ์กระซิบชิดริมฝีปาก เสียงพร่าสั่นด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด
รินรดาหอบหายใจตัวโยน นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความเจ็บใจที่ร่างกายของเธอยทรยศต่อความตั้งใจ แต่มุมปากอิ่มกลับแย้มยิ้มหยันออกมาอย่างท้าทาย ท่ามกลางความมืดมิดและเสียงเพลงบรรเลงจากงานเลี้ยงด้านนอกที่ลอยแว่วเข้ามา
"คุณอาจจะได้ตัวฉันไป... แต่ไม่มีวันได้หัวใจของฉันคืนหรอกค่ะ, คุณพฤกษ์" เธอเอ่ยเสียงกระซิบเยือกเย็น แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตสามี "เพราะมันถูกฝังกลบไปพร้อมกับความรักโง่ๆ ที่ฉันเคยมีให้คุณ... ตั้งแต่วันที่คุณทำลายมันลงแล้ว!"
คำประกาศิตนั้นดั่งสายฟ้าฟาดลงกลางใจพฤกษ์ ทำให้ร่างสูงชะงักงันไปชั่วขณะ ความหึงหวงและอารมณ์ดิบเถื่อนถูกแทนที่ด้วยความเจ็บปวดร้าวรานที่กัดกินลึกถึงขั้วหัวใจ ทว่าก่อนที่พฤกษ์จะได้เอื้อนเอยคำใดออกมาแก้ตัว หรือดึงรั้งเธอไว้ด้วยความคลุ้มคลั่งอีกครั้ง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเรียกชื่อของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ
"คุณรินรดาครับ... คุณรินรดาอยู่แถวนี้หรือเปล่าครับ"
เสียงทุ้มของธันวาที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทำให้พฤกษ์หน้าตึงเครียดขึ้นมาทันที นัยน์ตาดุดันตวัดมองไปทางต้นเสียงด้วยความเกลียดชังที่พุ่งพล่านยิ่งกว่าเดิม ขณะที่รินรดาฉายแววยินดีออกมาอย่างไม่ปิดบัง เธอใช้แรงเฮือกสุดท้ายผลักอกพฤกษ์ให้ออกห่าง ก่อนจะจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว
"ปล่อยค่ะ... ทนายธันวามาตามฉันแล้ว" รินรดากระซิบเสียงเยียบเย็น ยิ้มเยาะใส่หน้าเขา
พฤกษ์ขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน มือหนากำหมัดเข้าหากันอย่างสะกดกลั้นอารมณ์เดือดดาลที่ตีรวนอยู่ในอก ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวเข้าไปคว้าตัวเธอกลับมาอีกครั้ง สายตาคมกริบก็บังเอิญเหลือบไปเห็นกระเป๋าคลัชใบเล็กของรินรดาที่หล่นอยู่บนพื้นหญ้าใกล้กับเสาหิน และเมื่อเขาเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาเพื่อจะคืนให้ สิ่งของชิ้นหนึ่งที่ร่วงหล่นออกมาจากกระเป๋ากลับทำให้ลมหายใจของนักธุรกิจหนุ่มผู้เย่อหยิ่งถึงกับสะดุดกึก
มันคือภาพถ่ายขนาดเล็กของเด็กชายวัยประมาณสามขวบ... เด็กน้อยที่มีดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับพิมพ์บล็อกเดียวกัน พร้อมกับใบรับรองแพทย์และผลตรวจสุขภาพครรภ์ที่ลงวันที่ย้อนหลังไปเมื่อหลายปีก่อน... ช่วงเวลาที่รินรดาหายตัวไปจากคฤหาสน์ของเขาอย่างไร้ร่องรอย!
พฤกษ์ยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน สายตาจดจ้องภาพถ่ายในมือด้วยความรู้สึกที่ตีรวนระคนกันจนแยกไม่ออก ทั้งตกใจ ช็อกระทึก และหัวใจที่แทบหยุดเต้นรัวเร็วดั่งกลองเพล
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับตัวละครของเข็มฉายานิศนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
นาฬิกาทรายที่ไร้ทราย : รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 12
ความหึงหวงที่ป่าเถื่อน
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นาฬิกาทรายที่ไร้ทราย : รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!