“อย่ามาแตะต้องตัวฉันด้วยมือที่เปื้อนคราบของผู้หญิงคนอื่น...พฤกษ์!”
เสียงของรินรดาเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องสมุดส่วนตัวของคฤหาสน์อัครเดโช กลิ่นอายของวิสกี้ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นกายกำยำของผู้ชายที่คุ้นเคยกำลังคุกคามพื้นที่ส่วนตัวของเธอ พฤกษ์ไม่ได้ถอยห่าง ตรงกันข้าม เขากลับก้าวเข้ามาจนแผ่นหลังบอบบางของเธอแนบชิดกับบานประตูไม้โอ๊กที่ปิดตาย
“รอยแค้นในใจคุณมันลึกจนมองไม่เห็นความต้องการของตัวเองแล้วหรือไง ริน” เสียงทุ้มต่ำของเขาแหบพร่า ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยแรงปรารถนาที่ยากจะสะกด “คุณปากแข็งได้แค่ไหนกันเชียว ในเมื่อร่างกายคุณมันทรยศปากของคุณไปนานแล้ว”
พฤกษ์รวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว แรงกดดันจากร่างกายที่ใหญ่โตกว่าถาโถมเข้าใส่จนรินรดาแทบลืมหายใจ ความเกลียดชังที่เธอสั่งสมมาตลอดสามปีที่ถูกทอดทิ้งบัดนี้กำลังปะทะกับกระแสไฟฟ้าที่แล่นปราดไปทั่วร่างเพียงเพราะสัมผัสของเขา ร่างกายของเธอยังคงจำจังหวะการเคลื่อนไหวของเขาได้แม่นยำ... จำความรุ่มร้อนที่เคยแผดเผาให้เธอมอดไหม้ได้เป็นอย่างดี
“คุณมันก็แค่คนเห็นแก่ตัว” เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามสะบัดหน้าหนีจากปลายจมูกโด่งที่ไล้ไปตามซอกคอหอมกรุ่น “ที่ทำอยู่ตอนนี้... คุณแค่ต้องการเอาชนะธันวา ใช่ไหม? คุณแค่รับไม่ได้ที่เห็นฉันมีความสุขกับผู้ชายคนอื่น”
พฤกษ์ชะงัก ลมหายใจอุ่นจัดรดรินอยู่ข้างใบหู ก่อนที่เขาจะขบเม้มติ่งหูของเธอเบาๆ อย่างยั่วยวน “ธันวาให้คุณได้แค่ความอบอุ่นที่จืดชืด... แต่ผม จะทำให้คุณเห็นว่านรกที่มีความสุขมันเป็นยังไง”
ริมฝีปากหนาประกบลงบนกลีบปากของเธออย่างหิวกระหาย ไม่ใช่การจูบที่ถนอมกล่อมเกลียว แต่เป็นการบดขยี้เพื่อประกาศอาณาเขต รินรดาพยายามขัดขืนแต่กลับถูกลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานล้ำภายในอย่างถือดี มือหนาเลื่อนลงไปปลดกระดุมเสื้อผ้าของเธออย่างรวดเร็ว ปลดเปลื้องอาภรณ์ที่เป็นดั่งเกราะกำบังออกไปทีละชิ้นจนร่างเปลือยเปล่าสัมผัสกับเนื้อผ้าเย็นเฉียบของโซฟาตัวยาวที่เขาผลักเธอลงไป
บรรยากาศในห้องร้อนระอุด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่าน รินรดาหอบหายใจถี่กระชั้นเมื่อมือของพฤกษ์ลูบไล้ไปตามสัดส่วนที่เขาเคยครอบครอง ความแค้นที่ขมขื่นกลายเป็นน้ำมันชั้นดีที่ราดลงบนกองไฟแห่งความปรารถนา เธอจิกเล็บลงบนไหล่หนาของเขาแน่น พยายามทำร้ายเพื่อเตือนสติ แต่เขากลับมองว่านั่นคือการโต้ตอบที่ยั่วยวนใจที่สุด
เขาครอบครองเธอด้วยความดุดันและเร่าร้อน ราวกับจะกักขังวิญญาณของเธอไว้ใต้ร่างนี้ตลอดกาล ทุกจังหวะการขยับไหวคือความเจ็บปวดที่แฝงไปด้วยความหวานล้ำที่เธอปฏิเสธไม่ได้ พฤกษ์โน้มตัวลงมาสบตาเธอ สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความกระหายที่รุนแรงจนน่ากลัว
“จำไว้ว่ารินรดา... ต่อให้คุณจะหนีไปสุดขอบโลก แต่ทุกครั้งที่ถูกสัมผัส... คนที่คุณจะนึกถึงจะมีแค่ผมคนเดียว”
คำพูดของเขาตอกย้ำความพ่ายแพ้ในใจของเธอ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านภายใต้อาณัติของเขา แรงอารมณ์ที่สอดประสานเข้าหากันมันรุนแรงเสียจนเธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลาย ความแค้นที่พยายามก่อตัวเป็นกำแพงสูงชัน บัดนี้ถูกทำลายลงด้วยสัมผัสที่คุ้นเคยและรสชาติที่โหยหาอย่างน่าละอาย
เมื่อพายุอารมณ์สงบลง ทิ้งไว้เพียงเสียงหอบหายใจของคนสองคนที่นอนแนบชิดกันบนโซฟาตัวเดิม รินรดาพยายามจะผละตัวออก แต่พฤกษ์กลับกอดรัดเธอไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือเพียงนิดเดียว เธอจะหายลับไปจากสายตา
“ผมจะไม่มีวันปล่อยคุณไปอีก... ต่อให้คุณต้องเกลียดผมไปจนวันตายก็ตาม” เขากระซิบเสียงพร่า พร้อมกับจูบลงบนกลุ่มผมของเธออย่างอ่อนโยนขัดกับความป่าเถื่อนเมื่อครู่
ทว่าในจังหวะที่รินรดากำลังจะผลักเขาออกด้วยความเหนื่อยล้า เสียงเคาะประตูห้องสมุดก็ดังขึ้นอย่างรัวเร็ว ตามด้วยเสียงของแม่บ้านที่ดูตื่นตระหนก
“คุณพฤกษ์คะ! ขอโทษที่ต้องรบกวนค่ะ... แต่เด็กผู้ชายคนหนึ่ง... เขาหลุดเข้ามาในคฤหาสน์แล้วบอกว่าเขามารับคุณแม่กลับบ้านค่ะ!”
พฤกษ์ชะงักกึก ความมืดมิดในดวงตาฉายชัดถึงความประหลาดใจ เขาผละจากรินรดาแล้วคว้าเสื้อคลุมมาสวมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า
รินรดารีบจัดเสื้อผ้าอย่างลนลาน หัวใจของเธอเต้นรัวแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก เมื่อเธอก้าวตามออกไปที่โถงทางเดิน สิ่งที่เห็นทำเอาลมหายใจของเธอแทบหยุดชะงัก
เด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบที่มีดวงตากลมโตและเค้าโครงหน้าที่ถอดแบบมาจากพฤกษ์อย่างไม่ผิดเพี้ยน กำลังยืนกอดตุ๊กตาสิงโตแน่น สายตาของเด็กน้อยจ้องมองมาที่พฤกษ์ด้วยแววตาที่เย็นชาอย่างประหลาด ก่อนจะเอ่ยชื่อที่ทำให้ทั้งคฤหาสน์ตกอยู่ในความเงียบงันราวกับถูกแช่แข็ง
“คุณพ่อ... ทำไมถึงปล่อยให้คุณแม่ร้องไห้อยู่ข้างในคนเดียวล่ะครับ?”
พฤกษ์ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป สายตาของเขาสลับระหว่างเด็กชายกับรินรดาที่ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด ก่อนที่มือของเขาจะสั่นเทาขณะยื่นออกไปหาเด็กน้อยคนนั้น
รินรดารู้ดีว่า... ความลับที่เธอปิดตายไว้ตลอดห้าปี บัดนี้ได้พังทลายลงพร้อมกับรอยร้าวที่ไม่มีวันประสานได้อีกต่อไป
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับตัวละครของเข็มฉายานิศนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
นาฬิกาทรายที่ไร้ทราย : รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 13
ค่ำคืนที่ความต้องการครอบงำ
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นาฬิกาทรายที่ไร้ทราย : รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!