นาฬิกาทรายที่ไร้ทราย : รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 20

เปลวไฟที่เผาไหม้ในความเงียบ

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
เสียงเคาะประตูที่รัวเร็วด้านนอกห้องทำงานส่วนตัวของรินรดา ไม่ได้สร้างความตกใจให้เธอเท่ากับน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านเนื้อไม้เข้ามา—*ธันวา* รินรดากลืนก้อนสะอื้นที่ติดอยู่ลำคอลงไปอย่างยากลำบาก เธอยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่เพื่อจัดระเบียบเสื้อผ้าและรอยยับย่นที่เกิดจากการปะทะคารม—หรืออาจจะมากกว่านั้น—กับพฤกษ์ อัครเดโช อดีตสามีผู้ซึ่งตอนนี้กำลังยืนประชิดอยู่เบื้องหลังเงียบๆ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขายังคงเป่ารดต้นคอระหง ทว่าความดุดันเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งงันราวกับเสือร้ายที่กำลังใช้ความคิด "คุณรินรดาครับ... คุณอยู่ในนั้นหรือเปล่า ผมธันวาเองครับ พอดีผมมีเอกสารสำคัญด่วนที่สุดที่ต้องให้คุณเซ็นตอนนี้เลย!" เสียงของธันวาเต็มไปด้วยความร้อนรนและกังวลอย่างเห็นได้ชัด เพราะนี่คือคฤหาสน์ของพฤกษ์ สถานที่ที่เปรียบเสมือนกรงขังอันตรายสำหรับหญิงสาว การที่ทนายหนุ่มบุกเข้ามาถึงหน้าห้องได้ย่อมหมายความว่าเขาใช้สิทธิ์และสถานะทั้งหมดที่มีพังกำแพงความปลอดภัยเข้ามาแล้ว พฤกษ์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ดวงตาคมกริบสีนิลมองสะท้อนภาพของรินรดาผ่านกระจกเงา มือหนายังคงโอบกอดเอวบางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือเพียงนิด หญิงสาวจะหลุดลอยหายไป "ดูเหมือนสุนัขรับใช้ของคุณจะภักดีเสียเหลือเกินนะ รินรดา" พฤกษ์กระซิบชิดใบหู น้ำเสียงเจือความหึงหวงและกรุ่นโกรธที่พยายามควบคุมไว้อย่างยากเย็น "มันร้อนใจอยากจะเข้ามาช่วยคุณจากผมเสียจริง... อยากให้มันเห็นไหมล่ะ ว่าตอนนี้อดีตภรรยาของผมกำลังอยู่ในสภาพไหน" "ปล่อยฉันค่ะ คุณพฤกษ์!" รินรดาตวัดสายตาดุด่าใส่เขาผ่านกระจก มือเรียวพยายามแกะมือแกร่งที่พันธนาการเธอไว้ออก "ถ้าคุณไม่อยากให้เรื่องมันอัปลักษณ์ไปมากกว่านี้ ก็ถอยไป!" "ทำไมล่ะ กลัวชู้รักของคุณจะเข้าใจผิด หรือกลัวว่าเขาจะรู้ว่าคุณไม่ได้สูงส่งอย่างที่เขาคิด?" พกษ์ขยับกายเข้าแนบชิดยิ่งขึ้น กลิ่นกายหอมกรุ่นของเขาผสมผสานกับความเร่าร้อนจากบทสนทนาก่อนหน้า ทำให้รินรดารู้สึกใจสั่นอย่างน่าสมเพช กำแพงในใจที่เธอใช้เวลาแรมปีสร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองจากผู้ชายคนนี้ กำลังถูกความใกล้ชิดและการสัมผัสเพียงน้อยนิดสั่นคลอนจนแทบพังทลาย ความโหยหาในอดีตกับความเจ็บปวดที่ถูกฝังกลบไว้กำลังตีรันกันจนเธอหายใจไม่ออก "คุณรินรดา! ได้ยินผมไหมครับ!" เสียงทุบประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ตามมาด้วยเสียงบิดลูกบิดที่พยายามจะเปิดเข้ามา "รินรดา..." พฤกษ์กดเสียงต่ำลง ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากบวมเจ่อจากการจູບเมื่อครู่ด้วยความหลงใหลที่ไม่อาจซ่อนเร้น "อย่าไป... อย่าออกไปหามัน" รินรดาใจกระตุกวูบ ความอ่อนแอชั่วขณะทำให้เธอนิ่งงัดไป แต่วินาทีถัดมา สัญชาตญาณแห่งการเอาตัวรอดและความแค้นก็ตบหน้าเธอฉาดใหญ่ เธอไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่ยอมจำนนต่ออารมณ์ของเขาอีกต่อไปแล้ว หญิงสาวรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมด ศកอกกระแทกเข้าที่ชายโครงของพฤกษ์อย่างแรงจนชายหนุ่มต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความจุก รินรดาไม่รอช้า เธอคว้าเสื้อสูทมาคลุมไหล่ จัดการตัวเองให้เรียบร้อยที่สุดในเวลาเสี้ยววินาที ก่อนจะเดินตรงไปปลดล็อกและเปิดประตูห้องออกกว้าง ธันวาชะงักค้าง มือที่กำลังจะเคาะซ้ำลดลงข้างลำตัวทันที สีหน้าของทนายหนุ่มเต็มไปด้วยความตกใจระคนเป็นห่วง เมื่อกวาดสายตามองเห็นสภาพของรินรดาที่ผมเผ้าและเสื้อผ้าดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย แถมยังมีพฤกษ์ยืนกอดอกใบหน้าถมึงทึงอยู่ด้านหลัง "คุณรินรดา... เกิดอะไรขึ้นครับ?" ธันวาถามเสียงเข้ม ขยับตัวเข้ามาบังรินรดาไว้ครึ่งหนึ่งราวกับต้องการปกป้อง สายตาคมกริบมองสบกับพฤกษ์อย่างไม่เกรงกลัว "คุณพฤกษ์... คุณทำอะไรเธอ?" "ผมไม่ได้ทำอะไร... *ภรรยาเก่า* ของผมต่างหาก ที่เรียกร้องให้ผมเข้ามาคุยเคลียร์เรื่องส่วนตัว" พฤกษ์เน้นเสียงคำว่าภรรยาเก่าด้วยความกระด้าง ดวงตาดำมืดมองธันวาด้วยความเกลียดชังที่พุ่งพล่าน "ส่วนคุณ... เป็นแค่ทนาย ทำไมถึงล้ำเส้นเข้ามาถึงเขตหวงห้ามของบ้านหลังนี้ได้ หรือว่าเจ้านายของคุณไม่ได้สอนมารยาท?" "ผมมาเพราะหน้าที่ และเพราะผมเป็นห่วงคุณรินรดา" ธันวาตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "ในเมื่อคุยกันไม่รู้เรื่อง และคุณรินรดาแสดงชัดเจนว่าต้องการความเป็นส่วนตัว ผมคิดว่าเราควรกลับกันได้แล้วครับ คุณรินรดา" ธันวาเอื้อมมือไปแตะข้อศอกเรียวของรินรดาน้อยๆ เป็นเชิงชวน ทว่าในจังหวะนั้นเอง พฤกษ์ที่ทนเห็นภาพบาดตานี้ไม่ไหวก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อมืออีกข้างของหญิงสาวไว้ทันที แรงบิดมหาศาลทำให้รินรดานิ่วหน้าด้วยความเจ็บ "ปล่อยฉันนะ!" รินรดาตวาดเสียงกร้าว สะบัดแขนออกจากการเกาะกุม "อย่ามาแตะต้องตัวฉันทั้งคู่!" บรรยากาศในโถงทางเดินหน้าห้องทำงานคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด สายตาของชายหนุ่มทั้งสองปะทะกันราวกับมีประกายไฟแลบแปล๊บ พฤกษ์หายใจหอบถี่ด้วยความโมโหหึงที่กัดกินหัวใจจนแทบคลุ้มคลั่ง ส่วนธันวายืนหยัดด้วยความนิ่งสงบแต่มั่นคง ทั้งสองฝ่ายต่างรู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างรินรดากับพฤกษ์ไม่ใช่เรื่องของสามีภรรยาเก่าธรรมดา แต่มันคือปมปัญหาที่ยังค้างคาและพร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ "คุณธันวาคะ..." รินรดาลูบข้อมือตัวเองที่ขึ้นรอยแดงจากการบีบ พยายามปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเพื่อยุติศึกย่อมๆ นี้ "เอกสารที่คุณถือมา... ไหนคะ เอามาให้ฉันดูสิ" ธันวาละสายตาจากพฤกษ์อย่างไม่เต็มใจนัก เขายื่นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลให้รินรดา พร้อมกับปรายตามองอดีตสามีด้วยแววตาสมเพชระคนท้าทาย "นี่ครับ เป็นสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนสุดท้ายตามที่คุณต้องการ... ทุกอย่างเรียบร้อยดี เหลือแค่ลายเซ็นของคุณ" รินรด้ารับแฟ้มมาเปิดดู ครู่ใหญ่ที่เธอพยายามใช้สматиจดจ่ออยู่กับตัวอักษรบนกระดาษ โดยพยายามไม่สนใจสายตาร้อนผ่าวของพฤกษ์ที่จ้องมองมาทางเธอและธันวาไม่วางตา ความใกล้ชิดเมื่อครู่ยังคงทิ้งร่องรอยความวาบหวามไว้ในความรู้สึก แต่มันถูกกลบด้วยความเย็นชาที่เธอจงใจสร้างขึ้นมาใหม่ "ดีค่ะ... งั้นฉันเซ็นตรงนี้เลย" รินรดาหยิบปากกาออกจากกระเป๋าเสื้อ บรรจงจรดปลายปากกาลงบนกระดาษอย่างมั่นคง พฤกษ์มองการกระทำนั้นด้วยหัวใจที่กระหน่ำรัว ความรู้สึกเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นมาในอก การที่เธอยอมรับเอกสารและเซ็นมันต่อหน้าผู้ชายอีกคน เปรียบเสมือนการตัดขาดเยื่อใยครั้งสุดท้ายที่เขายังหลงเหลืออยู่ ความเย่อหยิ่งทระนงที่เคยมีพังทลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี เขาก้าวเข้าไปใกล้รินรดาอีกครั้งด้วยความสิ้นหวังระคนดุดัน หมายจะคว้าข้อมือเธอกลับมา แต่ทว่า... ในวินาทีที่รินรดากำลังจะเซ็นชื่อเสร็จสิ้น เสียงฝีเท้าเล็กๆ พร้อมกับเสียงใสแจ๋วก็ดังขึ้นจากมุมบันไดวนด้านปลายทางเดิน ทำเอาทุกคนในที่นั้นต้องชะงักค้างไปพร้อมกัน "ม้ามี๊จ๋า... น้องรันหิวน้ำจังเลย ทำไมม้ามี๊มาคุยธุระนานจังอ่า" ร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยราวๆ สามขวบ ในชุดนอนลายการ์ตูนน่ารักวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาหา โดยมีพี่เลี้ยงวิ่งตามมาด้วยใบหน้าซีดเผือดเพราะตามคุณหนูตัวน้อยไม่ทัน ดวงตากลมโตสุกใส จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะโครงหน้าถอดแบบมาจากใครบางคนอย่างชัดเจน ทำให้พฤกษ์ถึงกับเบิกตากว้าง ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอทันทีที่ได้เห็นเด็กชายคนนั้นเต็มตา รินรดาหน้าถอดสี มือที่ถือปากกาหล่นร่วงลงบนพื้นพรมเสียงดังสนั่น หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นาฬิกาทรายที่ไร้ทราย : รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%