กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วหุบผากระดูกทมิฬมิได้ทำให้หลี่เฟยเทียนรู้สึกสะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย บุรุษหนุ่มในอาภรณ์สีขาวเปื้อนฝุ่นควันยกไหสุราขึ้นกระดกอึกใหญ่ น้ำใสสะอาดรสชาติร้อนแรงบาดคอไหลรินผ่านมุมปาก หยดลงบนพื้นดินที่เต็มไปด้วยซากศพของเหล่ามือสังหารพรรคมาร ดวงตาหรี่แคบลงครึ่งหนึ่งคล้ายคนเมามายไร้สติ ทว่าประกายตากลับคมกริบดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งชักออกจากฝัก
เบื้องหน้าของเขาคือเงาร่างมหึมาของ ‘ไป๋หู่’ สมุนเอกแห่งพรรคมารโลหิต ผู้ครอบครองวิชามารโลหิตกลืนกินวิญญาณ ร่างกายของมันสูงใหญ่กำยำ ผิวหนังสีคล้ำราวกับเหล็กกล้าที่ถูกหลอมผ่านไฟโลกันตร์ ในมือถือกระบองหนามยักษ์ที่อาบไปด้วยโลหิตสดๆ ส่งกลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้งชวนคลื่นไส้
"หลี่เฟยเทียน เจ้าคิดว่าสุราในไหของเจ้าจะช่วยต่อชีวิตเจ้าได้อีกสักกี่ลมหายใจกัน?" เสียงคำรามของไป๋หู่ดังก้องสะท้อนไปทั่วหุบผา แรงกดดันจากลมปราณสีโลหิตแผ่พุ่งออกมาเป็นระลอกคลื่น จนพื้นดินรอบกายแตกละเอียดเป็นจุณ
หลี่เฟยเทียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ยกมือขึ้นเช็ดมุมปากลวกๆ "สุราน่ะ... ไม่ได้ช่วยต่อชีวิตหรอก แต่มันช่วยให้ข้าทนดูหน้าพวกสุนัขรับใช้พรรคมารอย่างพวกเจ้าได้นานขึ้นต่างหาก"
คำพูดเย้ยหยันนั้นจุดเพลิงโทสะในใจของไป๋หู่จนลุกโชน มันคำรามลั่นสะท้านฟ้าดิน กระบองหนามยักษ์ในมือตวัดวาดออกอย่างไร้ความปรานี เกิดเป็นพายุหมุนโลหิตพุ่งเข้าใส่ร่างของหลี่เฟยเทียนด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
ท่ามกลางวิกฤตอันตาย ร่างของมู่หรงเสวี่ยพลันเคลื่อนไหว นางประดุจเทพเซียนผู้ลงมาจากสรวงสวรรค์ กระบี่เยือกแข็งในมือเปล่งประกายแสงสีฟ้าครามเจิดจ้า อุณหภูมิโดยรอบลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งในพริบตา
"วิชากระบี่เมฆาพิสุทธิ์... เหมันต์นิรันดร์!"
เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปีเปล่งออกมาเบาๆ หญิงสาวตวัดปลายกระบี่สร้างม่านน้ำแข็งหนาทึบขึ้นขวางกั้นพายุโลหิตเอาไว้ เสียงปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว เศษน้ำแข็งและละอองเลือดกระจายไปทั่วสารทิศ แรงสะท้อนทำให้มู่หรงเสวี่ยถอยหลังไปสามก้าว ใบหน้าขาวเนียนซีดเผือดลงเล็กน้อย ทว่าแววตายังคงแน่วแน่และเย็นชาไร้ความหวาดกลัว
"แม่นางมู่หรง... เจ้าถอยไปก่อนเถอะ การรินสุราให้รสชาติกลมกล่อม จำเป็นต้องใช้สมาธิ เจ้ามายืนบังลมหนาวเช่นนี้ ข้าเกรงว่ารสสุราจะเสียรสชาติหมด" หลี่เฟยเทียนกล่าวด้วยน้ำพักน้ำแรงที่เจือความหยอกล้อ แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใดก็ตาม
"หุบปากของท่านเสีย หลี่เฟยเทียน หากท่านยังเอาแต่เล่นสนุก ข้าเกรงว่าพวกเราคงไม่ได้กลับไปดื่มสุราด้วยกันอีก" มู่หรงเสวี่ยกล่าวตอบเสียงเรียบ แม้ริมฝีปากจะเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นอาการบาดเจ็บภายใน
"ฮ่าๆๆๆ ดี! ในเมื่อแม่นางออกปากเตือนแล้ว ข้าจะรีบจัดการเจ้าโง่นี่ให้จบๆ ไปก็แล้วกัน"
หลี่เฟยเทียนยืดตัวขึ้นตรง รัศมีพลังที่เคยซ่อนเร้นไว้ระเบิดออกมาอย่างฉับพลัน ลมปราณสีทองอร่ามพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เมฆหมอกบนนถือพลันแตกกระเจิง แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ขยายออกไปครอบคลุมรัศมีร้อยลี้ จนแม้แต่ไป๋หู่ยังต้องแสดงสีหน้าตื่นตระหนกออกมาเป็นครั้งแรก
"วิชา... ดรรชนีสะท้านนภาราตรีที่สิบ!"
นิ้วเรียวยาวชี้ออกไปเบื้องหน้าอย่างเรียบง่าย ไม่มีความหวือหวา ไม่มีการตั้งท่าอันซับซ้อน ทว่าอากาศเบื้องหน้ากลับบิดเบี้ยวและแตกสลายกลายเป็นหลุมดำขนาดย่อม ลำแสงสีทองบริสุทธิ์พุ่งแหวกอากาศออกไปด้วยความเร็วที่สายตาไม่อาจติดตาม
ไป๋หู่คำรามลั่นด้วยความหวาดกลัว มันรวบรวมลมปราณโลหิตทั้งหมดที่มีมาไว้ที่กระบองหนามเพื่อต้านรับ ทว่ามันประเมินพลังของหลี่เฟยเทียนต่ำเกินไปเสียแล้ว
*เปรี้ยง!*
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวดุจสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ กระบองหนามเหล็กกล้าแหลกละเอียดเป็นผุยผงในพริบตา ลำแสงสีทองทะลวงผ่านร่างของไป๋หู่ไปอย่างง่ายดายราวกับกระดาษสา ร่างมหึมาหยุดชะงักค้างเติ่ง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ ก่อนที่รอยร้าวสีทองจะแผ่ขยายไปทั่วร่าง และสลายกลายเป็นเถ้าธุลีปลิวไปตามสายลม
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมหุบผากระดูกทมิฬชั่วขณะ
หลี่เฟยเทียนพ่นลมหายใจยาวเหยียด ยื่นมือไปคว้าไหสุราขึ้นมาดื่มอีกอึกใหญ่ สีหน้าดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังจะผ่อนคลายจากศึกหนัก ท้องฟ้าเบื้องบนที่ควรจะกระจ่างใสกลับมืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน เมฆสีดำสนิทก่อตัวขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้าสีม่วงเข้ม
มู่หรงเสวี่ยเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในทันที "นั่นมัน... ค่ายกลพันกระบี่ของสำนักมารโลหิตสวรรค์ เหตุใดพวกมันถึงตามมาเร็วเช่นนี้?"
หลี่เฟยเทียนหรี่ตาลง มองขึ้นไปยังท้องฟ้าที่มีกระบี่นับพันเล่มปรากฏขึ้นล้อมรอบตัวพวกเขาจากทุกทิศทุกทาง ไอสังหารอันเย็นเยียบแผ่ซ่านกดทับลงมาจนลมหายใจติดขัด รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าของเขาเลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่หาได้ยากยิ่ง
"ดูท่าทาง... คืนนี้พวกเราคงไม่ได้นอนหลับพักผ่อนกันง่ายๆเสียแล้วกระมังครับ"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟัน และดื่มด่ำไปกับเรื่องราวอันลึกซึ้งนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
เซียนสุราไร้สติกับยอดหญิงน้ำแข็งหมื่นปี•ตอนที่ 11
ค่ายกลพันกระบี่
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สติกับยอดหญิงน้ำแข็งหมื่นปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!