เซียนสุราไร้สติกับยอดหญิงน้ำแข็งหมื่นปี•ตอนที่ 12

ศิษย์นอกรีตกับอาจารย์ผู้สูงส่ง

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"ศิษย์นอกรีตผู้ทรยศต่อสำนัก เช่นเจ้า... ยังมีความอาจหาญอันใดกลับเหยียบย่างเข้ามายังแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้อีก!" เสียงตวาดก้องกังวานดั่งอสนีบาตฟาดผ่ากลางฤดูร้อน สะท้อนก้องไปทั่วหุบเขากระบี่เมฆา ปลุกเร้าไอสังหารสีครามที่ปกคลุมสถาปัตยกรรมไม้โบราณนับร้อยปีให้สั่นสะท้าน หลี่เฟยเทียนไม่แม้แต่จะชายตามองเจ้าของเสียงนั้น เขาเพียงยกไหสุราขึ้นกระดื่มอัคคีมายาลงคออย่างไม่ยטורระย้า ปล่อยให้หยาดสุราสีอำพันหยดหนึ่งไหลรินผ่านมุมปากลงสู่คางและสาบเสื้อ หยาดน้ำเมานี้เผาไหม้ลำคอของเขาราวกับลาวา แต่กลับสงบความเดือดดาลในอกที่ถูกกักเก็บมานานนับสิบปีลงได้ชะงัก เบื้องหน้าของเขาคือแผ่นศิลาจารึกนามบูรพajของสำนักเมฆาพิสุทธิ์ รอยสลักอักษรลึกโหลนนั้นยังคงเด่นชัดด้วยร่องรอยของกระบี่ลมปราณ สลักชื่อ "หลี่เฟยเทียน" เอาไว้ในฐานะ... ศิษย์ผู้ถูกขับไล่ออกจากสำนักด้วยความผิดมหันต์เมื่อสิบปีก่อน มู่หรงเสวี่ยยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังเขา ร่างระหงห่อหุ้มด้วยอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวนางพญาหิมะ กระบี่เยือกแข็งในฝักสั่นระริกส่งเสียง "กริ๊ง" แผ่วเบาตอบรับกับความตึงเครียดในอากาศ นางจ้องมองแผ่นหลังของบุรุษผู้มักทำตัวสำมะเลเทเมาผู้นี้ด้วยแววตาที่ซับซ้อนเกินกว่าผู้ใดจะหยั่งถึง ตลอดการเดินทางร่วมกัน นางคิดมาตลอดว่าเขาเป็นเพียงจอมยุทธ์เร่ร่อนผู้มีฝีมือล้ำเลิศและวาจากวนประสาท แต่ยามนี้ เมื่อพวกเขามาถึงใจกลางสำนักเมฆาพิสุทธิ์ แววตาของหลี่เฟยเทียนกลับไร้ซึ่งความระtheระทอน มีเพียงประกายความเจ็บปวดอันล้ำลึกที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้คราบความไร้สติ "ศิษย์พี่ใหญ่... ไม่สิ ข้าควรเรียกว่า 'ท่านนักโทษหนีอาญา' ดีล่ะ?" บุรุษวัยกลางคนในชุดคลุมยาวสีครามเข้ม ปักลายกระบี่ไขว้คู่กับเมฆาเพลิง ก้าวออกมาจากหมู่ตึกหลักด้วยฝีเท้าที่หนักแน่น ไอพลังปราณขอบเขตหลอมรวมวิญญาณแผ่พุ่งออกมาจนบรรยากาศรอบกายบิดเบี้ยว นั่นคือ "เจิ้งเทียนFuu" ผู้อาวุโสฝ่ายกฎเกณฑ์ ผู้เคยเป็นสหายร่วมสำนักของหลี่เฟยเทียนในอดีต ทว่าบัดนี้กลับกล in มาเป็นผู้ถือทัณฑ์อาญา "เจิ้งเทียน... เจ้าแก่ลงไปเยอะนะ" หลี่เฟยเทียนหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้ยหยันแต่แฝงความเศร้าสร้อย "ผมเผ้าขาวโพลนจนแทบจำไม่ได้... เสียดายก็แต่จิตใจของเจ้า ยังคงคับแคบและโง่เขลาเหมือนเดิทไม่เปลี่ยน" "สามหรัม!" เจิ้งเทียนตวาดลั่น ฝ่ามือขวาตบลงบนด้ามกระบี่ข้างกาย กระบี่เหล็กกล้าพุ่งทะยานออกจากฝักด้วยเสียงคำรามแหลมสูง ทว่าหลี่เฟยเทียนยังคงไม่ขยับเขยื้อน ร่างกายผอมเกร็งดูคล้ายคนไร้เรี่ยวแรง แต่นัยน์ตากลับทอประกายคมกริบดั่งกระบี่ที่เพิ่งลับคมจากหินผา *เปรี้ยง!* นิ้วชี้และนิ้วกลางของหลี่เฟยเทียนสะบัดออกไปอย่างไร้ร่องรอย ดรรชนีสายฟ้าสีครามพุ่งแหวกอากาศเข้าปะทะกับคมกระบี่ของเจิ้งเทียนอย่างแม่นยำ แรงปะทะสะท้อนกลับจนเจิ้งเทียนต้องถอยหลังไปสามก้าว ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก เขารู้ว่าอดีตศิษย์น้องผู้นี้มีฝีมือเหนือล้ำ แต่นี่เป็นการปะทะกันโดยปราศจากการเตรียมตัว หลี่เฟยเทียนกลับใช้เพียงดรรชนีเปล่าๆ สยบกระบี่วิญญาณของเขาได้โดยง่าย! "วิชา... ดรรชนีสลายวิญญาณสุรา... เจ้ายังฝึกฝนมันอยู่หรือ?" เจิ้งเทียนกัดฟันกรอด แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด "วิชาที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อและชีวิตของสหายร่วมสำนัก... ข้าจะลืมได้อย่างไร?" หลี่เฟยเทียนทอดถอนหายใจ สายตาทอดมองไปยังตำหนักใหญ่เบื้องบน ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาเคยร่ำเรียนวิชา เคยหัวเราะ และเคยร้องไห้ "สิบปีก่อน สำนักเมฆาพิสุทธิ์ตราหน้าข้าว่าเป็นคนทรยศ เพราะข้าปฏิเสธที่จะใช้ 'คัมภีร์โลหิตสวรรค์' สังหารผู้บริสุทธิ์นับพันเพื่อบรรลุพลัง แต่พวกเจ้ากลับเป็นฝ่ายก้มหัวให้แก่ความมืด... เจิ้งเทียน เจ้ากล้าสบตาข้าแล้วพูดความจริงไหมว่า ใครกันแน่ที่เป็นผู้ทรยศสำนักตัวจริง!" คำพูดประโยคนี้ดังก้องไปทั่วหุบเขา เหล่าศิษย์รุ่นหลังที่รายล้อมอยู่บนระเบียงทางเดินต่างส่งเสียงฮือฮาขึ้นมาทันที ข้อมูลเรื่องอดีตของหลี่เฟยเทียนถูกปิดตายมานานนับทศวรรษ ไม่มีใครในยุคนี้ล่วงรู้เลยว่า ยอดฝีมือผู้สร้างความปั่นป่วนไปทั่ว yuthภพผู้นี้ แท้จริงแล้วคืออดีตศิษย์เอกที่เคยเกือบได้ขึ้นเป็นประมุขสำนักเมฆาพิสุทธิ์ มู่หรงเสวี่ยหันขวับไปมองหลี่เฟยเทียน หัวใจของนางกระตุกวูบ ภาพของบุรุษผู้ไม่เคยยี่หระต่อสิ่งใดในโลกหล้า บัดนี้กลับแบกรับรอยแผลเป็นทางประวัติศาสตร์ที่หนักหน่วงปานนี้ นางก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่นคง "ท่าน... ไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ข้าฟังเลย" "เรื่องน่าอับอายเช่นนี้ เล่าไปก็มีแต่จะทำให้เจ้ารู้สึกสกปรกที่ต้องร่วมเดินทางกับคนเช่นข้า เสวี่ยเอ๋อร์" หลี่เฟยเทียนหันมามองนางด้วยรอยยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่น แต่นัยน์ตากลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด "ข้าเป็นเพียงศิษย์นอกรีตผู้หลงทางในทะเลสุรา เจ้าไม่ควรมาแปดเปื้อนกับโคลนตมแห่งอดีตของข้า" "ข้าไม่ใช่เด็กน้อยที่ต้องให้ท่านมาปกป้องจากความจริง" มู่หรงเสวี่ยกล่าวเสียงแข็ง ดวงตาน้ำแข็งคู่สวยฉายแววดุดัน นางชักกระบี่เยือกแข็งออกจากฝักอย่างช้าๆ ไอความเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกไปจนพื้นหุบเขาเริ่มปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลน "ในเมื่อสำนักเมฆาพิสุทธิ์แห่งนี้มีเรื่องราวที่ยังสะสางไม่จบสิ้น... วันนี้ ข้าในฐานะศิษย์เอก จะขออยู่เคียงข้างท่าน เพื่อทวงคืนความยุติธรรมที่ถูกฝังกลบ!" เจิ้งเทียนเห็นดังนั้นก็แค่นเสียงหัวเราะอย่างเย้ยหยัน "ฮ่าๆๆ! ดี! ดีมาก! มู่หรงเสวี่ย เจ้ากล้าทรยศสำนักเพื่อปกป้องคนบาปเช่นมันกระนั้นรึ? ถ้าเช่นนั้นก็อย่าหาว่าพวกเราไร้ความปรานี!" สิ้นเสียงคำรามของเจิ้งเทียน ท้องน้ายามบ่ายที่เคยสดใสกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีเทาทะมึนอย่างรวดเร็ว สายลมกรรโชกแรงพัดพาเอาคราบเมฆหมอกหนาทึบปกคลุมยอดเขา ระฆังโบราณประจำสำนักที่ไม่ได้ถูกสั่นมานานนับสิบปี กลับส่งเสียง "หง่าง... หง่าง..." ดังสนั่นหวั่นไหวด้วยแรงสะเทือนจากภายใน ร่างเงาสสายสีดำนับสิบสายปรากฏขึ้นบนหลังคาตำหนักใหญ่ ทุกร่างแผ่ไอสังหารระดับขอบเขตราชันย์ยุทธ์ ผู้มาใหม่สวมหน้ากากกระดูกสัตว์และถืออาวุธอาบยาพิษ พวกมันไม่ใช่ผู้อาวุโสของสำนักเมฆาพิสุทธิ์... แต่เป็นยอดฝีมือจากแดนสนธยาที่แอบแฝงตัวเข้ามาควบคุมสำนักแห่งนี้จากเบื้องหลัง! หลี่เฟยเทียนหรี่ตาลง รอยยิ้มกวนประสาทหายวับไปจากใบหน้า แทนที่ด้วยความเย็นชาดุจมัจจุราช "ดูท่า... สิบปีที่ข้าไม่อยู่ หมาป่ากลุ่มนี้คงเข้ามายึดเรือนของข้าจนเน่าเฟะไปหมดแล้วกระมัง" ก่อนที่ใครจะได้ขยับตัว ประตูหินบานยักษ์ของตำหนักบรรพชนที่ปิดตายมาตลอดร้อยปีก็ค่อยๆ แตกละเอียดเป็นผุยผงด้วยแรงระเบิดมหาศาล แสงสีทองเจิดจ้าพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าอันทรงพลังที่กดทับให้ทุกคนต้องคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว "หลี่เฟยเทียน... เจ้าศิษย์เนรคุณ ในที่สุดเจ้าก็กล้ากลับมาตายที่นี่สินะ" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟัน และดื่มด่ำไปกับเรื่องราวอันลึกซึ้งนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สติกับยอดหญิงน้ำแข็งหมื่นปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%