"เจ้ากำลังเอาชีวิตไปทิ้ง… มู่หรงเสวี่ย!"
เสียงคำรามแหบพร่าเคลือบด้วยกลิ่นสุราแรงกล้าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของถ้ำผาอัคคี หลี่เฟยเทียนในยามนี้ไม่มีเค้าลางของความสำมะเลเทเมาหลงเหลืออยู่เลย ดวงตาคู่คมกริบดั่งกระบี่ออกจากฝักจ้องมองไปยังร่างระหงที่สั่นเทิ้มอย่างรุนแรงกลางวงล้อมของไอน้ำแข็งสีคราม
บนพื้นหินเบื้องล่าง รอยร้าวราวดุจใยแมงมุมแตกขยายออกไปเป็นวงกว้าง ทั่วทั้งร่างของมู่หรงเสวี่ยถูกปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งสีเขียวมรกตที่งอกเงยขึ้นมาจากผิวเนื้อราวกับมีชีวิต มันไม่ใช่พลังปราณน้ำแข็งพันปีที่นางฝึกฝนมาตั้งแต่เยาว์วัย แต่มันคือ "คำสาปกระบี่มรกต" — อาวุธวิเศษโบราณที่นางใช้ชีวิตเข้าแลกเพื่อผนึกมันไว้ในยามศึกใหญ่เมื่อปีก่อน บัดนี้… มันกำลังตื่นขึ้นและกลืนกินวิญญาณของนาง
"ถอยไป… หลี่เฟยเทียน" น้ำเสียงของนางเย็นชาเยือกแข็งจนถึงกระดูกดำ ทว่าริมฝีปากกลับสั่นระริก เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายบนหน้าผากขาวเนียนก่อนจะถูกไอเย็นยะเยือกแช่แข็งกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นลงพื้น "ข้า… ข้ายังควบคุมมันได้"
"ควบคุมรึ? เจ้าใช้คำว่าควบคุมกับสิ่งที่กำลังสูบกินลมปราณโลหิตของเจ้าไปครึ่งค่อนตัวแล้วอย่างนั้นหรือ!"
หลี่เฟยเทียนแค่นเสียงหัวسخرية เย็นเยียบ พริบตานั้น ร่างของเขาก็พุ่งวาบเข้าประชิดตัวนางราวกับภูตพราย ดรรชนีพิสุทธิ์เปล่งประกายแสงสีทองเจิดจ้า เขาไม่มีเวลาลังเล ปลายนิ้วทั้งสองกดลงที่จุดชีพจรสำคัญบริเวณหัวใจและต้นคอของนางเพื่อสกัดกั้นการไหลเวียนของโลหิตมารที่กำลังแผ่ขยาย
*เปรี้ยะ!*
กระแสพลังปราณปะทะกันจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ไอเย็นจัดตีกลับจนเส้นผมสีดำสนิทของหลี่เฟยเทียนถูกเคลือบด้วยละอองน้ำแข็งสีขาวโพลนในชั่วพริบตา เลือดสีแดงเข้มสายหนึ่งไหลรินออกจากมุมปากของเขา ทว่าดรรชนีของเขากลับไม่สั่นคลอนแม้แต่น้อย
"ดื้อด้านนัก… ศิษย์น้องน้ำแข็งของข้า" หลี่เฟยเทียนกัดฟันกรอด พลังปราณสายพิสุทธิ์ถูกถ่ายเทเข้าไปในร่างของนางอย่างต่อเนื่องเพื่อกดขี่ไอน้ำแข็งมรกตให้สงบลง "เจ้าแบกสำนักเมฆาพิสุทธิ์ไว้บนบ่า ยอมรับทัณฑ์สวรรค์แทนคนนับร้อยยังไม่พอ รึยังอยากจะเอาวิญญาณของตัวเองไปสังเวยให้กับกระบี่เฮงซวยนี่อีกเล่มหรือไง!"
มู่หรงเสวี่ยเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่สวยที่เคยว่างเปล่าและเย็นชา บัดนี้กลับมีประกายสีเขียวมรกตวับวาวราสัตว์ป่ากระหายเลือด นางพยายามยกมือขึ้นเพื่อผลักเขาออก แรงมหาศาลจากกระบี่มรกตแผ่พุ่งออกมาจนทำให้แผ่นหินรอบด้านระเบิดเป็นจุล
"เจ้าไม่เข้าใจ… หลี่เฟยเทียน" มู่หรงเสวี่ยเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายของนางร้อนรุ่มดั่งถูกไฟแผดเผาในขณะเดียวกันก็หนเหน็บจนแทบแตกสลาย "กระบี่เล่มนี้ผูกพันกับดวงจิตของข้า หากข้าควบคุมมันไม่ได้… คนที่จะตายไม่ใช่แค่ข้า แต่จะเป็นทุกคน… ทั่วทั้งยุทธภพแห่งนี้!"
"ยุทธภพจะตายห่าอย่างไร ข้าไม่สน!" หลี่เฟยเทียนตะคอกกลับด้วยความโมโห ปรารถนาจะเขกกบาลนางสักทีสองทีหากสถานการณ์ไม่คับขันถึงเพียงนี้ "ข้าสนใจแค่ว่า… ถ้าวันนี้เจ้าตาย ข้าจะไปดื่มสุราเลิศรสกับใคร! ใครจะเป็นคนคอยรินน้ำชาอุ่นๆ ให้ข้าในยามที่เมามายจนเดินไม่ไหว!"
คำพูดกวนประสาทแต่แฝงด้วยความห่วงใยอย่างลึกซึ้งทำให้นัยน์ตาของมู่หรงเสวี่ยไหววูบชั่วขณะ ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงคำรามราวกับเสียงคำรามของพญามังกรโบราณก็ดังขึ้นจากตัวกระบี่มรกตที่ปักอยู่บนพื้น
*กรรร—!*
คลื่นกระบี่สีเขียวมรกตพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าทะลุเพดานถ้ำ กลายเป็นลำแสงมหึมาที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งหุบเขาเมฆาพิสุทธิ์ พลังอันเกรี้ยวกราดผลักร่างของหลี่เฟยเทียนกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบก้าว เท้าของเขากระแทกเข้ากับผนังหินจนเกิดรอยร้าวลึก เขาสำลักโลหิตออกมาคำโต ดวงตาคมกราบมองไปเบื้องหน้าด้วยความตกตะลึง
มู่หรงเสวี่ยถูกดึงลอยขึ้นไปกลางอากาศ ร่างของนางถูกห่อหุ้มด้วยเปลือกน้ำแข็งสีเขียวมรกตจนกลายเป็นดรุณีน้ำแข็งจำศีล ดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิท ลมหายใจแผ่วเบาราวกับจะขาดหัด
กระบี่มรกตลอยเคว้งอยู่เหนือร่างของนาง ปลายกระบี่ชี้ตรงลงมาที่หัวใจของเจ้าของ มันเตรียมจะปิดฉากชีวิตของนางเพื่อหลุดพ้นจากการพันธนาการอย่างสมบูรณ์!
"ไมโว้ย!"
หลี่เฟยเทียนคำรามลั่นราวกับสัตว์ป่าบาดเจ็บ จิตวิญญาณกระบี่ไร้ลักษณ์ภายในร่างระเบิดออกอย่างไร้ความปรานี ร่างของเขาหายวับไปจากจุดเดิม กลายเป็นเงาสีทองพุ่งทะยานฝ่าคลื่นพายุน้ำแข็งขึ้นไปกลางอากาศอย่างไม่คิดชีวิต มือขวาคว้าหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เตรียมใช้กระบวนท่าสุดท้ายที่อาจทำให้ลมปราณของตนเองแตกซลายเพื่อช่วยชีวิตนาง
ทว่า… ก่อนที่หมัดของเขาจะทันปะทะเข้ากับรัศมีกระบี่มรกต พื้นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นยิ่งกว่าเดิม หมอกหนาทึบที่ปกคลุมปากถ้ำมานับร้อยปีพลันถูกแหวกออกด้วยปราณกระบี่สีดำสนิทสายหนึ่งที่ทรงพลังกดดันจนแม้แต่ลมหายใจยังต้องหยุดชะงัก
เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิท ปักลายอัคคีโลหิต ก้าวเดินออกมาจากความมืดมิดอย่างไร้ซุ่มเสียง ใบหน้าของผู้นั้นสวมหน้ากากเงินครึ่งซีก เผยให้เห็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก และดวงตาที่จับจ้องมายังหลี่เฟยเทียนด้วยความสนุกสนาน
"ไม่นึกเลยว่า ยอดฝีมืออันดับหนึ่งผู้พิชิตแดนประจิมอย่าง 'เซียนสุรา' หลี่เฟยเทียน จะต้องมาจนมุมเพราะสตรีผู้เดียวเช่นนี้" น้ำเสียงแหบทุบกังวานดั่งระฆังโบราณดังขึ้น "น่าสนใจ… ช่างน่าสนใจยิ่งนัก"
หลี่เฟยเทียนชะงักฝีเท้ากลางอากาศ ดวงตาหรี่แคบลงทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัว "เจ้า… เจ้าสารเลวเผ่ามารโลหิต เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่!"
บุคคลปริศนาหัวسخرية ในลำคอเบาๆ ก่อนจะชี้กระบี่ในมือไปยังร่างของมู่หรงเสวี่ยที่กำลังจะถูกกระบี่มรกตกลืนกิน
"ข้าไม่ได้มาเพื่อสู้กับเจ้า… หลี่เฟยเทียน" บุคคลนั้นกล่าวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ข้ามาเพื่อดูว่า… เจ้าจะเลือกช่วยชีวิตหญิงคนรัก หรือจะเลือกปกป้อง 'กุญแจ' ดอกสุดท้ายที่จะเปิดประตูผนึกมารเบื้องล่างนี้กันแน่?"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและคมกระบี่นี้ไปด้วยกันนะครับ — เซียนสุราเมามาย
เซียนสุราไร้สติกับยอดหญิงน้ำแข็งหมื่นปี•ตอนที่ 24
คำสาปแห่งกระบี่มรกต
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สติกับยอดหญิงน้ำแข็งหมื่นปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!