โลหิตสีดำคล้ำหยดหนึ่งร่วงลงกระทบพื้นหินอ่อนจนเกิดเสียงดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบงัน มู่หรงเสวี่ยทรุดกายลงคุกเข่าอย่างหมดสภาพ ไอร้อนแผดเผาที่แล่นริ้วมาจากกลางแผ่นหลังบดขยี้สติสัมปชัญญะของนางจนแทบแหลกสลาย คำสาปพิษเพลิงโลหิตทมิฬในร่างกำลังกัดกินเส้นชีพจรปราณทีละนิ้ว ดั่งเปลวเพลิงนรกที่แผดเผาจากภายในสู่ภายนอก นางกัดริมฝีปากจนห่อเลือด สีหน้าขาวซีดไร้สีเลือดแต่ยังคงความเย่อหยิ่งทระนงดั่งเช่นน้ำแข็งหมื่นปี แม้ในยามที่ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม นางก็ไม่เคยคิดที่จะเปล่งเสียงคร่ำครวญออกมาแม้แต่ครึ่งคำ
"ดื้อด้านเสียจริง... แม่นางมู่หรง ขืนเจ้ายังดึงดันฝืนโคจรปราณเยือกแข็งต้านทานมันอีก เกรงว่าร่างกายของเจ้าคงกลายเป็นจุลธาตุเร็วกว่าที่สุราไห‑นี้จะพร่องเสียอีกนะครับ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความระอาปนหยอกล้อ หลี่เฟยเทียนก้าวเท้าเข้ามาอย่างเอื่อยเฉื่อย มือข้างหนึ่งยังคงถือไหสุราหมักร้อยปีที่ส่งกลิ่นหอมฉุนตลบอบอวล ดวงตาคมกริบที่มักฉายแววสำมะเลเทเมาไร้แก่นสารบัดนี้กลับปรากฏประกายแสงคมปลาบดุจดั่งกระบี่ที่เพิ่งชักออกจากฝัก บรรยากาศรอบกายของบุรุษผู้สำมะเลเทเมาพลันแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันอันหนักอึ้งจนอากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง
มู่หรงเสวี่ยเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาดุดันและเย็นชา แม้เหงื่อกาฬจะไหลท่วมกรอบหน้า งقงามดั่งภาพวาด นางยังคงแค่น้ำเสียงลอดไรฟัน "หลี่... หลี่เฟยเทียน... เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า ถอยไปซะ ข้า... ข้ายังรับไหว"
"รับไหว?" หลี่เฟยเทียนหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตา "รับไหวจนกระดูกชีพจรทั่วร่างเกือบแหลกละเอียดเป็นผุยผงแล้วเนี่ยนะ? ความดื้อรั้นของเจ้าช่างน่าขันสิ้นดี มู่หรงเสวี่ย เจ้าเป็นศิษย์เอกแห่งสำนักเมฆาพิสุทธิ์ผู้สูงส่ง แต่กลับโง่เขลาเบาปัญญาปล่อยให้พิษมารโลหิตกัดกินตานเถียนถึงเพียงนี้เชียวหรือ"
"เจ้า...!" มู่หรงเสวี่ยโกรธจนกระอักโลหิตออกมาอีกคำ นางพยายามจะยกกระบี่เยือกแข็งขึ้นตั้งรับ แต่ปลายนิ้วกลับสั่นเทาจนไร้เรียวแรง
หลี่เฟยเทียนถอนหายใจยาวเหยียด เขาวางไหสุราลงบนพื้นอย่างทะนุถนอมราวกับมันคือสมบัติล้ำค่าที่สุดในใต้หล้า ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวนางในพริบตา รวดเร็วจนแม้แต่นางเซียนน้ำแข็งผู้เจนจัดในวิถีกระบี่ยังมองตามไม่ทัน
"อย่าเข้ามานะ...!" นางพยายามจะผลักเขาออก แต่กลับถูกมือใหญ่ดั่งคีมเหล็กคว้าข้อมือเอาไว้แน่น ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากฝ่ามือของเขาถ่ายเทเข้ามาในร่าง ปะทะเข้ากับความเย็นยะเยือกของพิษมารอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดัง ‘ซ่า...’ ดั่งน้ำเดือดราดลงบนแผ่นเหล็กเผาไฟ
"หากข้าไม่เข้ามา เจ้าคงได้กลายเป็นศพสวยๆ ที่แข็งตายกลางหุบเขาไร้ชื่อไปแล้วนะครับ" หลี่เฟยเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย ทว่าแววตากลับจริงจังอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน "นั่งลง หลับตา เลิกใช้ความดื้อรั้นไร้สาระเสียที ปล่อยให้ข้าจัดการเรื่องนี้เอง"
มู่หรงเสวี่ยตัวแข็งทื่อ นางไม่เคยยอมให้บุรุษใดเข้าใกล้ในระยะประชิดเช่นนี้มาก่อน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการยอมให้ผู้อื่นเข้าควบคุมเส้นชีพจรปราณ ทว่ายามนี้ ความเจ็บปวดเสียดแทงลึกถึงกระดูกดำประกอบกับสายตาที่มั่นคงและทรงพลังของหลี่เฟยเทียน ทำให้หัวใจที่ด้านชาดั่งน้ำแข็งของนางกระตุกวูบอย่างรุนแรง นางเม้มริมฝีปากแน่น หลับตาลงอย่างจำยอมในที่สุด
หลี่เฟยเทียนนั่งขัดสมาธิลงเบื้องหลังร่างระหงของนาง สองมือประกบเข้าที่กลางแผ่นหลังของมู่หรงเสวี่ย พลังปราณบริสุทธิ์อันไพศาลดั่งมหาสมุทรไร้ขอบเขตพรั่งพรูออกจากฝ่ามือของเขา ทะลวงผ่านจุดชีพจรสำคัญเข้าสู่ร่างของนางทันที
*ตูม!*
เสียงระเบิดดังขึ้นภายในจุดตานเถียนของมู่หรงเสวี่ย นางสะท้านเฮือก ใบหน้าขาวผ่องบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดสุดขีดเมื่อปราณบริสุทธิ์ของหลี่เฟยเทียนเข้าปะทะกับไอพิษทมิฬอย่างดุเดือด คมกระบี่ปราณนับพันสายภายในร่างของนางกรีดร้องระงม การต่อสู้ภายในร่างกายดุจดั่งสงครามระหว่างเทพสวรรค์และมารโลหิต
"อึก..." มู่หรงเสวี่ยครางแผ่วในลำคอ ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความทรมาน
"ตั้งสติ! อย่าปล่อยให้จิตใจหลุดลอย มุ่งจิตไปที่จุดตันจง หายใจเข้าลึกๆ แล้วผ่อนออกอย่างช้าๆ" เสียงของหลี่เฟยเทียนดังก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิดของนาง ดั่งระฆังทองคำที่คอยประคับประคองสติสัมปชัญญะของนางไม่ให้ดำดิ่งลงสู่ความมืดมิด
หลี่เฟยเทียนขมวดคัดแน่น เหงื่อเม็ดโตผุดพรายขึ้นตามไรผม พลังคำสาปพิษเพลิงโลหิตทมิฬนี้ร้ายกาจกว่าที่เขาคาดคิดไว้มาก มันไม่ใช่แค่พิษธรรมดา แต่เป็นอักขระมารโบราณที่ฝังรากลึกอยู่ในดวงวิญญาณ หากไม่ใช่เพราะพื้นฐานลมปราณของเขาอยู่ในขอบเขต "เซียนสวรรค์ไร้ลักษณ์" ที่หลอมรวมหยินหยางเข้าด้วยกัน เกรงว่าคงไม่มีผู้ใดในยุทธภพนี้สามารถขับไล่พิษนี้ได้โดยที่เจ้าของร่างไม่สูญเสียวิชาฝีมือทั้งหมด
"ไอ้พวกมารโลหิตเดรัจฉาน กล้าดียังไงถึงใช้วิชาสกปรกเช่นนี้กับสตรีผู้นี้..." หลี่เฟยเทียนพึมพำด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ แววตาฉายจิตสังหารอันรุนแรงออกมาวูบหนึ่ง
เขากวาดนิ้วมือทั้งห้าเป็นรูปกระบี่ ดรรชนีสุราไร้สติถูกใช้ออกอย่างเต็มกำลัง พลังปราณสีทองเจิดจ้าพุ่งทะยานเข้าสู่แผ่นหลังของมู่หรงเสวี่ยดั่งมังกรทองคำทะยานฟ้า กวาดล้างไอพิษสีดำคล้ำที่เกาะกุมเส้นชีพจรให้ออกไปทีละจุด เสียงคำรามต่ำๆ ดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอของเขา ขณะที่เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความเหนื่อยล้า
การสะกดคำสาปและขับพิษร้ายในเวลาเดียวกัน คือการฝืนกฎเกณฑ์ฟ้าดินอย่างแท้จริง ทุกหยดลมปราณที่เขาถ่ายเทเข้าไป คือการเอาอายุขัยของตนเองเข้าแลกเพื่อยื้อชีวิตนางไว้
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่มีผู้ใดล่วงรู้ ภายในห้องโถงหินอัคคี ไอความร้อนและไอเย็นปะทะกันจนเกิดเป็นหมอกหนาทึบท่วมบริเวณ
*พรวด!*
มู่หรงเสวี่ยอ้าปากพ่นโลหิตสีดำสนิทออกมาคำโต โลหิตนั้นเมื่อสัมผัสกับพื้นหินก็ส่งเสียงฟู่และหลอมละลายศิลาจนเป็นหลุมลึก ทันใดนั้น ไอร้อนแผดเผาที่เคยแผ่ซ่านทั่วร่างก็พลันมลายหายไป เหลือไว้เพียงความเย็นสบายที่ไหลเวียนไปตามเส้นชีพจรอย่างราบรื่น
ร่างของมู่หรงเสวี่ยทรุดฮวบลงซบกับอกของหลี่เฟยเทียน ลลมหายใจของนางสม่ำเสมอขึ้น ดวงตาที่ปิดสนิทค่อยๆ ลืมขึ้นอย่างอ่อนล้า นางแหงนมองใบหน้าของบุรุษผู้ที่เพิ่งดึงนางกลับมาจากประตูกลนรกอย่างเหม่อลอย
หลี่เฟยเทียนหอบหายใจหนักหน่วง ใบหน้าซีดเซียวลงเล็กน้อยจากการสูญเสียพลังปราณไปเกือบแปดส่วน เขายิ้มมุมปากอย่างฝืนๆ ก้มลงมองสตรีในอ้อมแขนก่อนจะเอ่ยเย้าด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"มองหน้าข้าขนาดนี้ หรือว่าแม่นางมู่หรงจะตกหลุมรักจอมยุทธ์สำมะเลเทเมาผู้นี้เข้าเสียแล้วกระมังครับ? หากเป็นเช่นนั้นจริง ข้าคงต้องเตรียมสินสอดไว้ขอขมาสำนักเมฆาพิสุทธิ์เสียหน่อยแล้วกระมัง"
มู่หรงเสวี่ยใบหน้าขึ้นสีแดงเรื่ออย่างหาได้ยากยิ่ง แม้จะมีความเย็นชาปกคลุมอยู่บ้าง แต่นางก็ไม่ได้ผลักเขาออกดังเช่นเคย นางเม้มปากน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาหวิว "เจ้า... ปากมากนัก..."
"ฮ่าๆๆๆ เจ็บปวดปางตายขนาดนี้ ยังมีปากมาเถียงข้าได้ แสดงว่ารอดตายอย่างแน่นอนแล้ว" หลี่เฟยเทียนหัวเราะร่วน ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะประคองให้นางนั่งดีๆ นั้นเอง
*เปรี้ยง...!*
เสียงอสนีบาตคำรามกึกก้องสะท้านฟ้า ท้องน้ายามราตรีที่เคยปลอดโปร่งพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือดในพริบตา เมฆทมิฬหนาทึบม้วนตัวเข้าหากันเหนือหุบเขาพร้อมกับแรงกดดันระดับมหาศาลที่กดทับลงมาจนพื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
หลี่เฟยเทียนหุบยิ้มทันที ดวงตาคมกริบตวัดมองขึ้นไปบนท้องฟ้าผ่านหน้าต่างหิน แววตาฉายความตกตะลึงระคนเคร่งเครียดเป็นครั้งแรก
"แย่แล้ว..." หลี่เฟยเทียนพึมพำเสียงต่ำ "พวกมันตามรอยไอพิษมาเจอเร็วกว่าที่คิด... และดูเหมือนว่า 'มัน' ผู้นั้น จะลงมือด้วยตัวเองแล้ว"
มู่หรงเสวี่ยหน้าถอดสีทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสังหารอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังคืบคลานเข้ามา "นั่นมัน... ปราณกระบี่มารโลหิตสวรรค์... ผู้นำนิกายโลหิตทมิฬมาเยือนด้วยตนเอง!"
— เซียนสุราเมามาย —
เซียนสุราไร้สติกับยอดหญิงน้ำแข็งหมื่นปี•ตอนที่ 25
สุราล้างใจ
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สติกับยอดหญิงน้ำแข็งหมื่นปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!