เซียนสุราไร้สติกับยอดหญิงน้ำแข็งหมื่นปี•ตอนที่ 20

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"พวกมันคิดว่าสุนัขที่ถูกต้อนจนมุม จะไม่มีวันแยกเขี้ยวกลับมาแว้งกัดผู้เป็นนายอย่างนั้นหรือ?" สุ้มเสียงแหบพร่าทว่ากังวานก้องเจือกลิ่นอายสุราหมักร้อยปีดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของหุบเขารกร้าง หลี่เฟยเทียนเอนกายพิงโขดหินศิลาด้วยท่าทางสำมะเลเทเมา มือข้างหนึ่งถือไหเหล้าหยกขาวที่พร่องไปครึ่ง มืออีกข้างหมุนจอกสุราเล่นไปมาอย่างไม่ยี่ห้อต่อสถานการณ์อันหน้าสิ่วหน้าขวาน เบื้องหน้าของเขาคือค่ายกลโลหิตหมื่นศพที่แผ่ไอสังหารทะลักทลาย ท้องฟ้าเหนือหุบเขาถูกย้อมด้วยสีแดงฉานดั่งโลหิต ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแม้แต่มดปลวกยังต้องสั่นสะท้าน กลับมีร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านราวกับรูปสลักน้ำแข็ง มู่หรงเสวี่ยมิได้แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ปลายกระบี่เยือกแข็งในมือเปล่งประกายแสงสีฟ้าครามขับไล่ไอพิษรอบด้านจนเกิดเสียงดังซ่าราวกระทะร้อนโดนน้ำ "หลี่เฟยเทียน... เจ้ายังสนุกกับการดื่มได้ลงคอ ในขณะที่ยอดฝีมือสามร้อยคนของพรรคมารโลหิตกำลังปิดล้อมพวกเราทุกสารทิศ?" มู่หรงเสวี่ยเอ่ยเสียงเรียบเย็น แต่นัยน์ตากลับทอประกายความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกชา นางปรายตามองบุรุษผู้เป็นทั้งสหายร่วมเป็นร่วมตายและคู่กัดในเวลาเดียวกัน ก่อนจะกวาดสายตากลับไปมองเงาร่างนับร้อยที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในความมืด "ดื่มสิ ทำไมจะดื่มไม่ได้?" หลี่เฟยเทียนหัวเราะหึๆ ในลำคอ ยกไหสุราขึ้นซดอึกใหญ่ หยดสุราชั้นดีไหลยินลงตามมุมปากก่อนจะซึมหายไปกับชุดคลุมเก่าๆ ที่เปรอะเปื้อนฝุ่นผง "ความจริงแล้ว... ข้าไม่ได้รอให้พวกมันปิดล้อมหรอกนะแม่นางมู่ แต่ข้ากำลังรอให้พวกมัน 'เดินเข้าสู่หลุมพราง' ที่ข้าขุดไว้ต่างหากเล่า" สิ้นคำพูดของเขา แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าของค่ายกลโลหิตก็เกิดอาการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงระเบิดดังกึกก้องสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่น อักขระโบราณสีทองอร่ามพุ่งทะยานขึ้นจากพื้นดินรอบทิศทางราวกับกรงขังมังกรฟ้า แสงสว่างจ้าเจิดจ้าขับไล่ความมืดมิดในหุบเขาให้มลายหายไปในพริบตา ค่ายกลโลหิตที่เคยน่ากลัว บัดนี้กลับถูกพลิกผันให้กลายเป็นค่ายกลอัคคีสวรรค์ที่สะท้อนพลังโจมตีกลับไปยังผู้รุกรานอย่างไร้ความปรานี! "อ๊ากกก!" เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงมขึ้นพร้อมกัน ทหารมารนับร้อยที่ซุ่มซ่อนอยู่ตามพุ่มไม้และหน้าผาต่างกระอักเลือดออกมาคำโต ร่างของพวกมันถูกพลังย้อนกลับของค่ายกลแผดเผาจนกลายเป็นจุลในชั่วพริบตา แผนการที่พรรคมารวางไว้เพื่อตลบหลังสำนักเมฆาพิสุทธิ์และสำนักเซียนสุรา กลับกลายเป็นบ่วงกรรมที่พวกมันผูกคอตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ มู่หรงเสวี่ยเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย นางผ่านศึกมามาก ย่อมมองออกว่าค่ายกลนี้ถูกวางรากฐานไว้ล่วงหน้าไม่ต่ำกว่าเจ็ดวัน และผู้ที่จะสามารถคำนวณทิศทางการไหลเวียนของลมปราณมารได้อย่างแม่นยำไร้ที่ติ ย่อมต้องเป็นอัจฉริยะที่บรรลุวิถีฟ้าดินขั้นสูงส่งแล้วเท่านั้น "เจ้า... ใช้ค่ายกลสลับดาราตลบหลังพวกมันตั้งแต่เมื่อไหร่?" มู่หรงเสวี่ยถามเสียงพร่าโดยไม่รู้ตัว ความเย็นชาบนใบหน้าสลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความทึ่งแกมชื่นชมที่นางไม่เคยแสดงออกให้ผู้ใดเห็นมาก่อน "ตั้งแต่ตอนที่เจ้าทำหน้าบึ้งใส่ข้าที่โรงเตี๊ยมสามลี้เมื่อวานนี้อย่างไรล่ะ" หลี่เฟยเทียนแย้มยิ้มกวนประสาท ยันกายลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า ดวงตาที่เคยหรี่ปรือเพราะฤทธิ์สุราบัดนี้กลับเปล่งประกายคมกริบดั่งกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก "พรรคมารคิดว่าพวกมันเป็นพรานที่ฉลาดล้ำ แต่ลืมไปว่า... ในป่าใหญ่แห่งนี้ มีเสือเมามายที่เกลียดการถูกรบกวนเวลานอนหลับมากกว่าสิ่งใด" ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังพลิกผันและชัยชนะอยู่แค่เอื้อม บรรยากาศรอบตัวกลับเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน ลมปราณสายหนึ่งที่หนתแน่นและทรงพลังจนน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านกดทับลงมาจากยอดผาเบื้องบน ราวกับภูเขาไท่ซานทั้งลูกหล่นทับลงมาบนบ่า เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นทางยาว อรุณรุ่งยังไม่ทันมาเยือนแต่นภาเบื้องบนกลับปรากฏเมฆหมอกสีดำทมิฬม้วนตัวเป็นเกลียวพายุหมุนวน ร่างของบุรุษผู้หนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิท ปักลายหัวกะโหลกโลหิต ปรากฏขึ้นบนยอดผาสูงชันอย่างไร้สุ้มเสียง ดวงตาของมันสีแดงก่ำราวกับโลหิตสดๆ มุมปากยกยิ้มเหี้ยมเกรียมที่แฝงไปด้วยจิตสังหารอันไร้ขอบเขต "หลี่เฟยเทียน... สมคำร่ำลือจริงๆ สมกับที่เป็นเซียนสุราไร้สติ" น้ำเสียงแหบพร่าดั่งเสียงเหล็กเสียดสีกันดังสะท้อนก้องกังวาน "คิดไม่ถึงว่าค่ายกลโลหิตหมื่นศพของสำนักเรา จะถูกเจ้าใช้เป็นเครื่องมือตบตา... แต่เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า ข้า 'เซี่ยอู๋ฉี' ผู้นำพรรคมารสาขาประจิม จะมีฝีมือแค่นี้?" มู่หรงเสวี่ยชักกระบี่เยือกแข็งเข้าสู่กระบวนท่าทันที ไอเย็นแผ่ซ่านจนรอบกายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง "ระวังตัวด้วย... มันคือ 'ราชันโลหิต' เซี่ยอู๋ฉี ผู้ฝึกวิชาโลหิตอมตะขั้นสมบูรณ์!" หลี่เฟยเทียนหุบพัดจีบในมือ รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าเลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาสนุกสนานเจือความเย้ยหยัน เขาโยนไหเหล้าในมือทิ้งลงพื้นอย่างไม่เสียดาย เสียงกระเบื้องแตกกระจายพร้อมกับที่ร่างของเขาพุ่งทะยานขึ้นไปกลางอากาศราวกับสายฟ้าแลบ "อมตะงั้นรึ?" หลี่เฟยเทียนหัวเราะลั่น ดรรชนีสองนิ้วผสานพลังปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งตรงเข้าใส่หน้าอกของเซี่ยอู๋ฉีอย่างไร้ความเกรงกลัว "บนโลกใบนี้... ไม่มีผู้ใดอมตะต่อหน้ากระบี่และสุราของข้าหรอก!" กระบี่ของมู่หรงเสวี่ยพุ่งตามติดไปประดุจเงาตามตัว ประสานพลังกับดรรชนีของหลี่เฟยเทียนจนเกิดเป็นประกายแสงสีฟ้าและทองพุ่งเข้าประจันหน้ากับไอโลหิตสีดำทมิฬอย่างดุเดือด ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ปลายกระบี่และดรรชนีห่างจากเป้าหมายเพียงไม่ถึงชั้วลมหายใจ เซี่ยอู๋ฉีกลับยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย พร้อมกับที่เงาดำนับพันสายพุ่งออกมาจากแผ่นดินเบื้องล่างโอบล้อมทั้งสองคนไว้ในพริบตา! "ฮ่าๆๆๆ พวกเจ้าต่างหาก... ที่เดินเข้าสู่ค่ายกลแท้จริงของข้า!" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและคมกระบี่นี้ไปด้วยกันนะครับ — เซียนสุราเมามาย
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สติกับยอดหญิงน้ำแข็งหมื่นปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%