"กลิ่นสุราเหม็นหืนเช่นนี้ ต่อให้เป็นสุนัขข้างทางยังต้องเดินหนี ไฉนท่านจึงยังมีหน้ามานั่นพ่นลมหายใจรดรินอยู่ใกล้ข้าได้อีก!"
สุ้มเสียงเยือกเย็นดุจน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดูบาดลึกเข้าประสาทสัมผัส หลี่เฟยเทียนไม่แม้แต่จะปรือตาขึ้นมอง เขาเพียงเอียงคอหลบสายลมคมกราบที่แฝงด้วยไอเย็นยะเยือกซึ่งเฉียดผ่านปลายจมูกไปเพียงมิลลิเมตรเดียว บนตั่งไม้ไผ่เก่าคร่ำคร่าภายในโรงเตี๊ยมรกร้าง ชายหนุ่มในชุดคลุมสีเทามอมแมมยังคงกุมไหสุราในมือขวาแน่น ปล่อยให้หยาดน้ำเมาสีอำพันหยดติ๋งลงกระทบพื้นไม้ ท่าทีเกียจคร้านราวกับโลกใบนี้จะแตกสลายลงตรงหน้าก็หาได้ระคายผิวเขาไม่
"แม่นางมู่หรง... โลกหล้าใบนี้กว้างใหญ่ไพศาลนัก ไฉนเจ้าจึงต้องเอาแต่ใจตัวเองดั่งเด็กน้อยฝึกหัดเดินเช่นนี้เล่า? สุราดีคือหยาดน้ำทิพย์บรรเทาความทุกข์ยากในยุทธภพ หากไร้ซึ่งกลิ่นอายคาวโลกีย์เหล่านี้ ชีวิตเซียนอันสูงส่งของเจ้า... ไม่น่าเบื่อตายหรอกหรือ?"
หลี่เฟยเทียนหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบที่ซ่อนอยู่หลังแพขนตารกเรื้อเหลือบมองหญิงสาวผู้ยืนสง่างามอยู่เบื้องหน้า นางงดงามราวกับเทพเซียนจำแลง
อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ไร้มลทินตัดกับบรรยากาศสกปรกโสมมของโรงเตี๊ยมได้อย่างสิ้นเชิง ทว่ายามนี้ รัศมีรอบกายมู่หรงเสวี่ยกลับแผ่ไอเย็นเยียบแหลมคมจนละอองน้ำในอากาศกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงกราว
นางรังเกียจเขา—รังเกียจถึงขีดสุด
ดวงพักตร์งดงามล้ำเลิศไร้ที่ติบิดเบี้ยวเล็กน้อยด้วยความชิงชัง มู่หรงเสวี่ยปรายตามองคราบเหล้าที่เปรอะเปื้อนอยู่บนอกเสื้อของจอมยุทธ์สำมะเลเทเมาผู้นี้ราวกับกำลังมองสิ่งปฏิกูล หากไม่ใช่เพราะภารกิจลับระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินที่ผู้เป็นอาจารย์สั่งตายมา นางไม่มีวันเอาชีวิตอันมีค่าและเกียรติยศแห่งสำนักเมฆาพิสุทธิ์มาผูกติดกับไอ้ขี้เมาสวะเช่นนี้เด็ดขาด
"หุบปากเน่าๆ ของท่านเสีย หลี่เฟยเทียน!"
มู่หรงเสวี่ยกัดฟันกรอด ฝ่ามือเรียวดุจหยกสลักกำด้ามกระบี่เยือกแข็งแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน
"หากเจ้ายังไม่เลิกทำตัวไร้สาระแล้วเร่งสาวเท้าตามข้าไปให้ถึงหุบเขาอัสนีทมิฬภายในสามวัน อย่าหาว่ากระบี่ในมือข้าไม่เกรงใจชีวิตหมาข้างถนนของเจ้า!"
"โฮ่... หุบเขาอัสนีทมิฬเชียวหรือ?"
หลี่เฟยเทียนยันกายลุกขึ้นช้าๆ ท่าทางเกียจคร้านเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเยือกเย็นลึกล้ำที่แม้แต่มู่หรงเสวี่ยยังต้องชะงัก ชายหนุ่มปัดเศษฝุ่นตามอาภรณ์อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดร่างบางจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์ที่ผสมผสานกับกลิ่นอายเลือดและไอสังหาร
ระยะห่างระหว่างทั้งสองสั้นลงจนแทบสัมผัสได้ถึงลมหายใจ มู่หรงเสวี่ยผาดผวนในอกวูบหนึ่ง นางถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ แต่ทว่ามือหนากลับคว้าเข้าที่ข้อศอกของนางไว้ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายฟ้าแลบ—รวดเร็วจนปราณคุ้มกายของสำนักเมฆาพิสุทธิ์ไม่อาจตอบสนองได้ทัน!
"เจ้า... ปล่อยมือสกปรกของเจ้าเดี๋ยวนี้!" นางตวาดลั่น นัยน์ตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยจิตสังหาร
"แม่นางมู่หรง..." หลี่เฟยเทียนกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของนาง น้ำเสียงทุ้มนุ่มราวกับเสียงกระซิบของปีศาจยามวิกาล "ที่นั่นไม่ใช่สถานที่ที่คนมีความแค้นตื้นเขินเช่นเจ้าจะเดินเข้าไปแล้วรอดชีวิตกลับมาได้ตามอำเภอใจ หากไม่มีข้า... ศิษย์เอกผู้สูงส่งเช่นเจ้า คงกลายเป็นปุ๋ยบำรุงรากไม้ปีศาจไปตั้งแต่ออกจากประตูสำนักแล้วกระมัง"
ปัง!
พลังปราณเยือกแข็งระเบิดออกจากร่างของมู่หรงเสวี่ยอย่างไร้การควบคุม แรงปะทะรุนแรงซัดร่างของโต๊ะเก้าอี้ไม้ภายในโรงเตี๊ยมแตกละเอียดเป็นผุยผงในชั่วพริบตา หลี่เฟยเทียนดีดตัวถอยหลังอย่างนุ่มนวล รอยยิ้มกวนประสาทปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง ในขณะที่มู่หรงเสวี่ยหอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้างามแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว
"ดี... ในเมื่อเจ้ามั่นใจในฝีมือตัวเองนัก ก็จงนำทางไป!" นางสะบัดกระบี่ในมือส่งเสียงกรี๊ดก้องกังวาน "หากถึงที่หมายแล้วเจ้ายังทำตัวสำมะเลเทเมาเช่นนี้ ข้าจะตัดหัวสุนัขของเจ้ามาบูชายัญกระบี่เสีย!"
หลี่เฟยเทียนหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี เขายกไหสุราขึ้นซดอึกใหญ่ก่อนจะโยนมันทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย ร่างสูงโปร่งทะยานขึ้นไปยืนสง่าอยู่บนยอดหลังคารั่วๆ ของโรงเตี๊ยม สายลมยามสนธยาพัดโบกสะบัดเรือนผมและอาภรณ์มอมแมมของเขาให้ปลิวไสว
"เชิญแม่นางเดินนำหน้าได้เลย ข้าพเจ้าเป็นเพียงผู้ร่วมทางผู้น้อย ย่อมต้องคอยระวังหลังให้สตรีผู้สูงศักดิ์อยู่แล้ว... ว่าแต่ ระวังเบื้องล่างหน่อยนะแม่นาง"
มู่หรงเสวี่ยขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ ทว่าในวินาทีต่อมา ผืนป่าเบื้องล่างที่ควรจะเงียบสงบกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรง!
เสียงคำรามต่ำทึบราวกับฟ้าผ่าดังก้องมาจากใต้ผืนพิภพ ไອมารร้ายสีดำทมิฬพวยพุ่งทะลวงขึ้นจากพื้นดินกลายเป็นค่ายกลอักขระโบราณที่กักขังพวกเขาทั้งสองไว้ในวงล้อม และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ เงาร่างนับร้อยที่ปกคลุมด้วยเกราะเหล็กสีเลือดและมีดวงตาสีแดงฉานกำลังพุ่งทะยานขึ้นมาจากความมืดมิด—พวกมันหาใช่ปิศาจทั่วไป แต่เป็น "ทหารอมตะโลหิต" ที่สูญหายไปจากยุทธภพร่วมพันปี!
มู่หรงเสวี่ยหน้าถอดสีทันที นางตระหนักได้ในเสี้ยววินัตินั้นว่า... พวกเขาไม่ได้เดินเข้าสู่หุบเขาอัสนีทมิฬตามแผนการเดินทาง ทว่าพวกเขากลับตกลงมาใน "หลุมพรางมรณะ" ที่ถูกขุดรอไว้ล่วงหน้าแล้ว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพและเผชิญหน้ากับความเร้าใจในตอนนี้นะครับ
เซียนสุราไร้สติกับยอดหญิงน้ำแข็งหมื่นปี•ตอนที่ 2
นางเซียนน้ำแข็งจอมเย็นชา
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สติกับยอดหญิงน้ำแข็งหมื่นปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!