"หากแม่นางมู่หรงยังคงใช้สายตาราวกับจะแช่แข็งวิญญาณข้าเช่นนี้ เกรงว่าสุราในไหของข้าคงจะกลายเป็นน้ำแข็งเกล็ดหิมะไปเสียก่อน ถึงตอนนั้น... ข้าคงต้องขอให้แม่นางช่วยใช้ริมฝีปากอุ่นๆ ของท่านมาละลายมันให้เสียหน่อยแล้วกระมัง"
เสียงหัวเราะเจือความกวนประสาทดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของลานฝึกยุทธ์รกร้าง หลี่เฟยเทียนเอייהไหสุราในมือซ้าย ปลายเท้าข้างหนึ่งเคาะจังหวะลงบนพื้นหินผุกร่อนอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ภายในดวงตาที่หรี่ลงครึ่งหนึ่งราวกับคนเมาสุราค้างคืน กลับซ่อนประกายคมกริบดุจดรรชนีเทพที่พร้อมทะลวงทะยานผ่านม่านเมฆได้ทุกเมื่อ
เบื้องหน้าของเขาคือมู่หรงเสวี่ย ศิษย์เอกแห่งสำนักเมฆาพิสุทธิ์ สตรีผู้ได้ชื่อว่าเป็นยอดหญิงน้ำแข็งหมื่นปี ร่างระหงของนางยืนสง่างามอยู่ภายใต้ชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวไปตามกระแสลมปราณที่แผ่ซ่านออกมาจากร่าง ทั่วทั้งร่างของนางห่อหุ้มด้วยไอเย็นยะเยือกที่ทำให้หยาดน้ำค้างบนใบหญ้ารอบตัวกลายเป็นผลึกน้ำแข็งในพริบตา
"หลี่เฟยเทียน... วาจาพล่อยๆ ของเจ้า เก็บไว้สั่งเสียยมทูตเถอะ"
น้ำเสียงของมู่หรงเสวี่ยเยียบเย็นราวกับหลุดออกมาจากขุมนรกน้ำแข็งแ음 นางไม่แม้แต่จะชายตามองไหสุราในมือของชายหนุ่ม นิ้วเรียวยาวดุจหยกขาวกุมด้ามกระบี่วิญญาณเหมันต์ที่เหน็บอยู่ข้างเอว
การทดสอบในวันนี้ไม่ใช่เรื่องของการประลองยุทธ์ทั่วไป แต่เป็นการตัดสินว่าใครกันแน่ที่จะกุมสิทธิ์ขาดในการนำพาคณะเดินทางข้ามผ่านเทือกเขาอัคคีทมิฬ ดินแดนที่แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตเซียนยังต้องทิ้งร่างไว้เบื้องหลัง ความเห็นไม่ลงรอยกันตั้งแต่ก้าวแรกทำให้การ "วัดรอยเท้า" ระหว่างทั้งสองกลายเป็นสิ่งเลี่ยงไม่ได้
*ฟรึบ!*
ไม่ทันที่เสียงทอดถอนใจของหลี่เฟยเทียนจะจางหาย ร่างของมู่หรงเสวี่ยก็หายวับไปจากจุดเดิม ราวกับภูตผีพรายที่เคลื่อนไหวด้วยความเร็วเหนือสามัญสำนึก ไอเย็นพวยพุ่งขึ้นปกคลุมรัศมีส้าวจ้าง พริบตานั้นเอง ประกายกระบี่สีฟ้าครามก็พุ่งแหวกอากาศเข้ามาหาลำคอของหลี่เฟยเทียนด้วยรัศมีสังหารที่เฉียบคมไร้ช่องโหว่
นี่คือ "วิชากระบี่เยือกแข็งหมื่นปี" เคล็ดวิชาประจำสำนักที่สืบทอดกันมานับพันปี!
รอยยิ้มระรื่นบนใบหน้าของหลี่เฟยเทียนเลือนหายไปในชั่วพริบตา แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาส่วนหนึ่ง ร่างกายเอนไปด้านหลังอย่างงดงามราวกับต้นหลิวลู่ลม ปลายกระบี่เยือกแข็งเฉียดผ่านปลายจมูกของเขาไปเพียงเส้นยาแดง กลิ่นไอความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านจนผิวหนังระคายเคือง
"รวดเร็วและเด็ดขาดสมเป็นศิษย์เอกสำนักเมฆาพิสุทธิ์... แต่ทว่า..."
หลี่เฟยเทียนไม่ถอยแต่กลับก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวอย่างอัศจรรย์ ร่างกายหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นพร้อมกับซัดฝ่ามือออกไปอย่างไร้ร่องรอย นิ้วชี้และนิ้วกลางประสานเข้าหากันเป็น "ดรรชนีสุราไร้สติ" ปราณสุราอันร้อนแรงและรุนแรงดุจเพลิงผลาญถูกขับเคลื่อนผ่านจุดชีพจร พุ่งปะทะเข้ากับคมกระบี่ของมู่หรงเสวี่ยอย่างจัง!
*เปรี้ยง!*
เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะระหว่างพลังปราณหยินอันเย็นเยือกของมู่หรงเสวี่ยและปราณหยางอันบ้าคลั่งของหลี่เฟยเทียนแผ่ขยายเป็นคลื่นกระแทกทำลายพื้นหินรอบด้านจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง เศษหินลอยเคว้งคว้างกลางอากาศก่อนจะถูกแช่แข็งและบดขยี้จนละเอียดในพริบตาเดียว
มู่หรงเสวี่ยใบหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงพลังปราณแปลกประหลาดที่ไหลทะลักเข้ามาตามคมกระบี่ มันทั้งดุดันและคาดเดาทิศทางไม่ได้ ราวกับฤทธิ์สุราที่แผดเผาจิตวิญญาณ นางสะบัดข้อมือใช้วิชากระบี่แปรเปลี่ยนกระบวนท่า ถอยร่นออกไปสามก้าวเพื่อตั้งหลักอย่างรวดเร็ว
ส่วนหลี่เฟยเทียนเองก็ไถลถอยหลังไปสี่ก้าว รอยยิ้มฝืดเจื่อนปรากฏขึ้นที่มุมปาก เสื้อคลุมด้านขวาของเขาถูกไอเย็นเฉือนจนขาดวิ่น เผยให้เห็นรอยแผลจางๆ ที่มีเกล็ดน้ำแข็งเกาะกุมอยู่
"วิชากระบี่ของแม่นางร้ายกาจยิ่งนัก เกือบทำให้ข้าต้องเสียโฉมเสียแล้ว... แบบนี้เห็นทีข้าต้องขอเอาจริงขึ้นมาบ้าง มิฉะนั้นคงจะเสียชื่อ 'เซียนสุรา' ผู้ยิ่งใหญ่ในปฐพีหมดกระมังครับ"
หลี่เฟยเทียนเอ่ยด้วยน้ำพักน้ำแรงที่เริ่มหอบหายใจเล็กน้อย ทว่าแววตาของเขากลับสטุกสนานและเปี่ยมด้วยความท้าทายอย่างยิ่งยวด
มู่หรงเสวี่ยเก็บกระบี่เข้าฝักช้าๆ ทว่าไอเย็นรอบตัวนางไม่ได้ลดทอนลงแม้แต่น้อย ดวงตาดั่งหยกน้ำแข็งจ้องมองบุรุษตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน นางรู้ดีว่าเมื่อครู่หลี่เฟยเทียนออมมือให้ถึงสามส่วน หากเขาใช้ "วิชาดรรชนีสะท้านฟ้า" เต็มกำลัง ผลลัพธ์ของการประลองอาจไม่ได้จบลงเพียงแค่รอยขาดที่เสื้อคลุม
"ฝีมือของเจ้าไม่เลว... แต่คนที่จะเป็นผู้นำกลุ่มในเส้นทางนี้ ต้องไม่มีนิสัยสำมะเลเทเมาเช่นเจ้า" มู่หรงเสวี่ยเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าความเย็นชาในน้ำเสียงกลับเจือปนด้วยความยอมรับนับถืออยู่ลึกๆ อย่างที่เจ้าตัวก็ไม่ทันรู้ตัว
หลี่เฟยเทียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ กำลังจะเอציวาจาหยอกเย้ากลับไปอีกคราเพื่อให้อีกฝ่ายปั่นป่วนเล่น ทว่าในวินาทีนั้นเอง...
บรรยากาศโดยรอบก็พลันแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน!
ท้องฟ้าที่เคยปลอดโปร่งกลับมืดครึ้มลงในพริบตาอย่างไร้สาเหตุ เมฆสีดำทะมึนก่อตัวขึ้นหมุนวนเป็นรูปวงกลมเหนือศีรษะของทั้งสองคน แรงกดดันมหาศาลราวกับภูเขาไท่ซานกดทับลงมาจากฟากฟ้า ทำให้ลมหายใจของยอดฝีมือทั้งสองติดขัดอย่างรุนแรง กลิ่นอายสังหารอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ
มู่หรงเสวี่ยหน้าถอดสีทันที นางสัมผัสได้ถึงพลังปราณระดับที่เหนือกว่าตนเองอย่างเทียบไม่ติด พลังนี้ไม่ใช่ของมนุษย์... แต่มันคือ "ทัณฑ์สวรรค์" หรือตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวบางอย่างที่กำลังพุ่งเป้ามายังพวกเขา!
หลี่เฟยเทียนหุบยิ้มทันที ดวงตาที่เคยหรี่ลงด้วยความเมามายเบิกกว้างขึ้นจนสะท้อนภาพเงาของอสนีบาตสีแดงฉานที่กำลังผ่าผ่าลงมาจากใจกลางเมฆหมอก
"ดูท่า... เราคงไม่ได้แค่ทดสอบฝีมือกันเล่นๆเสียแล้วกระมังครับแม่นางมู่หรง เพราะดูเหมือนว่าจะมี 'แขกที่ไม่ได้รับเชิญ' ก้าวเข้ามาในเกมของเราเสียแล้ว..."
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพและเผชิญหน้ากับความเร้าใจในตอนนี้และโปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
เซียนสุราไร้สติกับยอดหญิงน้ำแข็งหมื่นปี•ตอนที่ 4
วิชาเต๋าเมามายปะทะวิชากระบี่เยือกแข็ง
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สติกับยอดหญิงน้ำแข็งหมื่นปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!