เซียนสุราไร้สติกับยอดหญิงน้ำแข็งหมื่นปี•ตอนที่ 7

คืนจันทร์เต็มดวงกลางป่าทมิฬ

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"เงียบเสียงลงหน่อย แม่นางมู่... หากเจ้ายังคงแผ่ไอเย็นเยือกแข็งออกมาเช่นนี้ เกรงว่าสุราดีในไหของข้าคงจะกลายเป็นน้ำแข็งจนหมดสิ้นก่อนที่เราจะได้ดื่มมันฉลองชัยชนะเสียกระมัง" เสียงหัวเราะเบาๆ แฝงความกวนประสาทดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของพงไพร หลี่เฟยเทียนนั่งพิงลำต้นของต้นไม้ใหญ่โบราณ มือข้างหนึ่งยกไหสุราขึ้นกระดกอึกใหญ่ ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยราวกับคนเมามายไร้สติ ทว่าหากผู้ใดสังเกตให้ดี จะเห็นประกายคมปลาบดุจดั่งประกายกระบี่ซ่อนอยู่ภายในก้นบึ้งของดวงตานั้น เบื้องหน้าของเขา มู่หรงเสวี่ยกำลังนั่งขัดสมาธิโคจรลมปราณเพื่อสะกดพิษประหลาดที่แทรกซึมเข้าสู่ชีพจร ใบหน้าอันงดงามล่มเมืองบัดนี้ซีดเซียวไร้สีเลือด หยาดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้า ทว่าแววตาของนางยังคงความเย่อหยิ่งเย็นชาดุจน้ำแข็งหมื่นปีไม่เสื่อมคลาย นางปรายตามองบุรุษผู้ทำตัวสำมะเลเทเมาตรงหน้าด้วยความขัดเคืองระคนซับซ้อน "หลี่เฟยเทียน... วาจาเจ้ายังคงไร้สาระได้ทุกเวลาจริงๆ พรรคมารโลหิตส่งยอดฝีมือระดับอมตะโลหิตมาถึงสามคน ห้อมล้อมพวกเราไว้รอบด้าน แต่เจ้ากลับยังมีอารมณ์มาห่วงสุราในไหของตนเองอีกหรือ?" น้ำเสียงของนางเย็นเยียบดุจสายลมหนาวเหน็บ ทว่ากลับสั่นเครือเล็กน้อยยามที่ลมปราณในร่างตีกลับ หลี่เฟยเทียนถอนหายใจยาวเหยียด วางไหสุราลงบนพื้นอย่างเบามือ เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ ยืดเส้นยืดสายราวกับเสือดาวหนุ่มที่เพิ่งตื่นจากการจำศีล ร่างกายที่ดูผอมบางและท่าทีสะลืมสะลือเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นทะนงองอาจอย่างไร้ที่ติ กลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งแผ่พุ่งออกจากร่างของเขาโดยไร้การปรุงแต่ง "สุราดี... ย่อมต้องดื่มยามที่มีคนรู้ใจอยู่เคียงข้าง แต่น่าเสียดายที่แม่นางมู่เป็นคนไร้ใจ... เช่นนั้นข้าก็คงต้องดื่มเผื่อส่วนของเจ้าด้วยกระมัง" หลี่เฟยเทียนกล่าวกลั้วหัวเราะ พลางก้าวเท้าเข้าไปใกล้ร่างบางช้าๆ "เจ้า..." มู่หรงเสวี่ยขบกรามแน่น นางต้องการจะชักกระบี่เยือกแข็งออกมาระบายความหงุดหงิดใส่คนผู้นี้ ทว่าอาการบาดเจ็บจากการปะทะกับผู้อาวุโสพรรคมารเมื่อยามสนธยาทำให้พลังปราณในจุดตันเทียนปั่นป่วนจนกระอักเลือดออกมาคำโต พรึบ! ก่อนที่หยาดโลหิตสีแดงฉานจะหยดลงสู่พื้นดิน ร่างสูงสง่าของหลี่เฟยเทียนก็ปรากฏตัวเบื้องหน้านางราวกับภูตผี พริบตานั้น นิ้วเรียวยาวดุจหยกขาวของเขาก็จิ้มลงบนจุดชีพจรสำคัญสามจุดบริเวณแผ่นหลังของมู่หรงเสวี่ยอย่างแม่นยำ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ที่อบอุ่นและทรงพลังสายหนึ่งทะลวงเข้าสู่ร่างของนาง ชำระล้างไอพิษสีดำที่เกาะกุมหัวใจให้ออกไปในคราเดียว "อย่าขยับ... หากเจ้ายังไม่อยากพิการไปตลอดชีวิต" น้ำเสียงของหลี่เฟยเทียนเปลี่ยนเป็นจริงจังและทุ้มนุ่มอย่างหาได้ยากยิ่ง มู่หรงเสวี่ยตัวแข็งทื่อ ไออุ่นจากฝ่ามือและพลังปราณของบุรุษผู้นี้แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความใกล้ชิดที่แนบ ชิดจนเกินงามทำให้หัวใจที่ด้านชามานับร้อยปีของนางเต้นผิดจังหวะ ใบหน้าที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งพลันมีริ้วรอยสีแดงระเรื่อปรากฏขึ้นอย่างปิดไม่มิด นางไม่เคยยอมให้บุรุษใดเข้าใกล้ชิดถึงเพียงนี้มาก่อนในชีวิต... ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการสัมผัสทางกายเช่นนี้ "หลี่... หลี่เฟยเทียน เจ้ากล้าดียังไง..." นางเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงสติอันน้อยนิดกลับคืนมา "ข้าช่วยชีวิตภรรยา... เอ๊ย ช่วยชีวิตสหายร่วมเป็นร่วมตายต่างหาก เหตุใดต้องทำหน้าเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อข้าด้วยเล่า" หลี่เฟยเทียนยิ้มกริ่ม ถอนมือกลับมาพร้อมกับสะบัดข้อมือเบาๆ ปราณกระบี่พุ่งแหวกอากาศออกไปปะักเข้ากับต้นไม้เบื้องหลังอย่างไร้เสียง ตู้ม! พริบตาถัดมา ร่างของมือสังหารพรรคมารที่ซ่อนตัวอยู่บนยอดไม้ก็ร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นอย่างไร้ลมหายใจ เลือดสีดำทะลักทลาย กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณป่าทมิฬ บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นตึงเครียดขึ้นมาทันที เสียงฝีเท้าเบาหวิวดังระรัวมาจากทุกทิศทุกทาง เงาร่างนับสิบสายเคลื่อนไหวด้วยวิชาตัวเบาอันรวดเร็ว ปิดตายทางหนีทีไล่ทั้งหมด แสงจันทร์เต็มดวงสาดส่องลงมาผ่านเรือนยอดไม้ ทาบทับเงาร่างของยอดฝีมือพรรคมารที่ถืออาวุธอาบยาพิษครบมือ พวกมันแشعยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมาพร้อมๆ กัน "ฮ่าๆๆๆ หลี่เฟยเทียน! มู่หรงเสวี่ย! พวกเจ้าหนีไม่พ้นแล้ว คืนจันทร์เต็มดวงนี้ จะเป็นวันตายของพวกเจ้า!" เสียงคำรามก้องดังกังวานสะท้อนไปทั่วป่าทมิฬ ผู้อาวุโสพรรคมารผู้หนึ่งก้าวออกมาจากความมืด มันสวมชุดคลุมสีเลือด ใบหน้ามีรอยแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัว ในมือถือกระบองกระดูกมนุษย์ที่ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน มู่หรงเสวี่ยพยุงกายลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบาก กระบี่เยือกแข็งในมือเปล่งประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้า แม้ร่างกายนางจะยังบาดเจ็บ แต่จิตสังหารกลับพวยพุ่งขึ้นถึงขีดสุด "เฟยเทียน... วันนี้พวกเราคงต้องตายตกตามกันที่นี่แล้วกระมัง" นางกล่าวเสียงเรียบ ทว่าแววตาที่มองบุรุษข้างกายกลับมีความรู้สึกบางอย่างซ่อนอยู่ หลี่เฟยเทียนแย้มยิ้มบางเบา เขาเอื้อมมือไปหยิบไหสุราขึ้นมาเขย่าดู ปรากฏว่ามันว่างเปล่าเสียแล้ว ดวงตาคมกริบกวาดมองเหล่าศัตรูรอบด้าน รังสีอำมหิตที่สะสมมานานนับสิบปีระเบิดออกราวกับภูเขาไฟใต้ทะเล "ตาย? คำนี้ไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของข้าหรอกแม่นางมู่..." หลี่เฟยเทียนหัวเราะเสียงดังลั่น พลางแบมือขวาออก ปราณกระบี่ไร้รูปเริ่มควบแน่นกลายเป็นดาบแสงสีขาวบริสุทธิ์ที่สว่างเจิดจ้าแข่งกับแสงจันทร์ "อีกอย่าง... สุราของข้ายังไม่หมดเสียหน่อย เพราะพวกสุนัขรับใช้เหล่านี้... คงต้องเอาเลือดของพวกมันมาเติมลงในไหแทนสุราแล้วล่ะ!" สิ้นเสียงคำราม ดรุณีน้ำแข็งและเซียนสุราไร้สติก็พุ่งทะยานเข้าสู่วิถีแห่งความเป็นความตายพร้อมกัน ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่กระบี่เล่มแรกกำลังจะปะทะเข้ากับร่างของศัตรู ท้องนภากลับคำรามสนั่นหวั่นไหวอย่างไร้เค้าลาง เมฆสีดำทะนิมเคลื่อนตัวมาปิดบังดวงจันทร์เต็มดวงจนมืดมิดในพริบตา และสิ่งที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสอง... กลับไม่ใช่กำลังเสริมของพรรคมาร... แต่เป็นเงาร่างอันคุ้นเคยผู้หนึ่งที่ยืนขวางกั้นอยู่กลางวงล้อม พร้อมกับรอยยิ้มอันชวนขนลุกที่ทำให้หลี่เฟยเทียนต้องชะงักฝีเท้าลงทันที! ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับวิถียุทธภพอันไร้ขอบเขตนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สติกับยอดหญิงน้ำแข็งหมื่นปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%