เซียนสุราไร้สติกับยอดหญิงน้ำแข็งหมื่นปี•ตอนที่ 17

วิชาลับต้องห้าม

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"หากเจ้ายังดึงดันจะใช้กระบวนท่านี้ เกรงว่าสตรีผู้เย็นชาเช่นเจ้า คงได้กลายเป็นท่อนไม้แกะสลักที่ไร้ลมหายใจไปจริงๆ เสียแล้วกระมัง, แม่นางมู่หรง" น้ำเสียงของหลี่เฟยเทียนมิได้เจือความขบขันดังเช่นยามปกติ ทว่ามันกลับหนักอึ้งและเต็มไปด้วยร่องรอยของความกังวลที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้คราบของบุรุษสำมะเลเทเมา ในมือข้างหนึ่งของเขาหยิบไหสุราขึ้นมาซดอึกใหญ่ กลิ่นสุราฤทธิ์แรงกระจายคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นไอโลหิตที่คาวคลุ้งในบรรยากาศรอบกาย เบื้องหน้าของเขาทั้งสองคือหุบผาอสูรโลหิต พื้นดินแตกระแหงเป็นทางยาว ค่ายกลมารโลหิตสาดแสงสีชาดฉานทะยานเสียดฟ้า แรงกดดันจากยอดฝีมือพรรคอธรรมนับร้อยชีวิตกำลังโหมกระหน่ำเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ซัดสาดชายฝั่ง ทว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดมิใช่กองกำลังศัตรู หากแต่เป็นพลังลมปราณย้อนกลับที่กำลังกัดกินร่างของสตรีชุดขาวผู้ยืนหยัดอยู่เบื้องหน้า มู่หรงเสวี่ย ใบหน้างดงามดั่งหยกสลักบัดนี้ไร้ซึ่งสีเลือด ริมฝีปากบางเฉียบปรากฏคราบโลหิตสีแดงสดตัดกับผิวพรรณที่ขาวผ่องราวกับหิมะพันปี ดวงตาสีครามคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยวและเยือกเย็นจนน่าใจหาย นางยึดกระบี่เยือกแข็งในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด พลังปราณน้ำแข็งรอบกายแปรเปลี่ยนเป็นพายุหมุนเกลียวสีครามเข้ม ทว่ามันกลับสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้ "นี่คือวิชาลับขั้นสูงสุดของสำนักเมฆาพิสุทธิ์... [กระบี่สลายโลหิตฝืนลิขิตฟ้า]" มู่หรงเสวี่ยเอמהด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ไร้ซึ่งความลังเลในแววตา "หากข้าไม่ใช้มัน วันนี้พวกเราทั้งคู่มิแคล้วต้องดับสูญอยู่ที่นี่ ทั้งสำนักจะถูกกวาดล้างจนไม่เหลือแม้แต่เศษธุลี ข้า... ไม่มีทางเลือกอื่น" "ทางเลือกน่ะมีเสมอ เพียงแต่เจ้ามันเป็นพวกหัวดื้อรั้น รักศักดิ์ศรีเสียยิ่งกว่าชีวิตตนเองต่างหากเล่า!" หลี่เฟยเทียนแค่นเสียงหัวเราะอย่างขื่นขม ร่างสูงโปร่งก้าวเท้าโซเซเข้าไปใกล้ ทว่ากลับถูกคลื่นพลังน้ำแข็งมหาศาลผลักกระเด็นออกไปหลายวา เขารู้ดีว่าวิชาลับต้องห้ามบทนี้ทำงานอย่างไร มันมิได้ใช้เพียงลมปราณฟ้าดินเป็นสื่อกลาง หากแต่มันต้องใช้ "หยาดโลหิตแห่งจิตวิญญาณ" และ "อายุขัย" ของผู้ใช้เป็นสิ่งแลกเปลี่ยน! ทุกๆ ครั้งที่กระบี่เยือกแข็งถูกตวัดออกไป หยาดเลือดในกายของมู่หรงเสวี่ยจะถูกแผดเผาให้กลายเป็นไอเย็นมรณะ พลังยุทธ์จะทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในชั่วพริบตา ทว่ารากฐานชีวิตและเส้นชีพจรลมปราณจะแหลกสลายไม่มีวันหวนคืน *แปะ... แปะ... แปะ...* หยาดเลือดสีแดงเข้มหยดลงบนพื้นหิมะที่ถูกย้อมเป็นสีชาด มันเป็นภาพที่บาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของจอมยุทธ์ผู้รักความอิสระอย่างหลี่เฟยเทียนยิ่งนัก ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขาเคยเห็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน เคยสังหารปรมาจารย์พรรคอธรรมมาก็มาก แต่ไม่เคยมีครั้งใดที่หัวใจของเขารู้สึกบีบรัดและปวดร้าวเท่าครานี้ "เจ้าคนสารเลว... ถอยไป" มู่หรงเสวี่ยหันมามองเขาแวบหนึ่ง ดวงตาคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าอันระusระส่ายของบุรุษที่นางมอบใจให้ "ข้าปกป้องสำนักมาทั้งชีวิต ครั้งนี้... ให้ข้าได้ปกป้องเจ้าบ้างเถอะนะ" สิ้นคำพูดนั้น นางก็เงยหน้าขึ้นฟ้า แผดเสียงคำรามก้องกังวานจนพื้นดินสั่นสะเทือน เลือดสดๆ พลุ่งพล่านพวยพุ่งออกจากปลายนิ้วทั้งห้าพุ่งตรงเข้าสู่ตัวกระบี่เยือกแข็ง อักขระโบราณสีทองนับพันตัวปรากฏขึ้นบนใบกระบี่ แสงสว่างเจิดจ้าบาดตาพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภาราวกับเสาอัคคีน้ำแข็ง พลังกดดันระดับทะลวงขอบเขตขั้นสมบูรณ์แบบระเบิดออกอย่างไร้ความปรานี *ตูมมมมมมม!* เหล่าผู้อาวุโสพรรคอธรรมที่พุ่งเข้ามาหมายปลิดชีพต่างกระเด็นถอยหลังด้วยความตกใจกลัว กระบี่เยือกแข็งในมือของมู่หรงเสวี่ยตวัดวาดออกไปเพียงคราเดียว คลื่นดาบน้ำแข็งมหึมายาวนับพันวาผ่ากลางผืนป่าจนแยกออกเป็นสองเสี่ยง อากาศรอบบริเวณแข็งตัวกลายเป็นผลึกแก้วในชั่วพริบตา ศัตรูนับร้อยถูกแช่แข็งและสลายกลายเป็นผุยผงโดยไม่มีโอกาสได้กรีดร้อง ทว่า... นั่นคือราคาที่ต้องจ่าย ร่างของมู่หรงเสวี่ยทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น ลมปราณในกายปั่นป่วนย้อนกลับอย่างไร้ทิศทาง เลือดสดๆทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด ผิวพรรณที่เคยเปล่งปลั่งบัดนี้กลับซีดขาวราดรดด้วยความร่วงโรย พลังชีวิตของนางกำลังมอดดับลงดั่งเทียนไขต้องสายลม หลี่เฟยเทียนพุ่งเข้ามาคว้าตัวนางไว้ได้อย่างเฉียดฉิว อ้อมแขนที่เคยแข็งแกร่งบัดนี้สั่นเทาเล็กน้อย เขารีบถ่ายเทลมปราณสุราไร้สติเข้าไปในร่างของนางเพื่อสกัดจุดชีพจรที่ขาดสะบั้น ทว่ามันสายเกินไป เคล็ดวิชาต้องห้ามได้ทำลายเส้นชีพจรและทะเลลมปราณของนางจนพังพินาศสิ้นแล้ว "ทำไม... ทำไมต้องโง่ถึงเพียงนี้..." หลี่เฟยเทียนพึมพำ ดวงตาคมกริบแดงก่ำ ความรู้สึกผิดและความโกรธแค้นแผดเผาอยู่ในอก มู่หรงเสวี่ยแย้มยิ้มออกมาเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นงดงามราดรดหยาดน้ำค้างบนกลีบดอกไม้กลางเหมันตฤดู ทว่ามันกลับเจือด้วยความอ่อนล้าอย่างถึงที่สุด นางยกมือเรียวที่เปรอะเปื้อนคราบโลหิตขึ้นสัมผัสแก้มสากของบุรุษตรงหน้าอย่างแผ่วเบา "ข้า... ไม่เคยเสียใจเลย... เฟยเทียน..." เสียงของนางแผ่วเบาราวกับสายลมที่กำลังจะจางหายไป ลมหายใจเริ่มติดขัด ดวงตาสีครามเริ่มพร่ามัวและปิดลงช้าๆ ในวินาทีนั้นเอง ท้องนภากลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้สาเหตุ เมฆทมิฬหนาทึบก่อตัวขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้าสีทองคำยักษ์ที่ฟาดผ่าลงมากลางหุบผาอสูรโลหิต แรงกดดันจากทัณฑ์สวรรค์กดทับลงมาจนสรรพสิ่งต้องสั่นสะเทือน และก่อนที่หลี่เฟยเทียนจะทันได้ตั้งตัว เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่ง ก็ก้าวออกมาจากม่านหมอกสีเลือดเบื้องหน้า พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงจิตวิญญาณ "ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นภาพความรักที่น่าประทับใจเสียจริง หลี่เฟยเทียน เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า... สตรีผู้นี้จะรอดพ้นจากเงื้อมมือของข้าไปได้?" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและคมกระบี่นี้ไปด้วยกันนะครับ — เซียนสุราเมามาย
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สติกับยอดหญิงน้ำแข็งหมื่นปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%