กลิ่นอายคาวโลหิตลอยคละคลุ้งมาตามสายลมราตรี ก่อนที่เงาร่างนับร้อยจะทาบทับลงบนผืนป่าไผ่ร้อยลี้ราวกับฝูงกาฝอดยมโลก สรรพสำเนียงยุทธภพในยามนี้เงียบงันลงทันตรูดราวกับถูกมนตราสะกด เหลือเพียงเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ย่างก้าวเข้ามาเป็นจังหวะ… จังหวะแห่งความตายที่กำลังคืบคลาน
"ช้าก่อน..."
มู่หรงเสวี่ยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางเยียบเย็นราดรดลงบนแผ่นน้ำแข็งหมื่นปี นัยน์คู่สวยกวาดมองไปยังทิศเบื้องหน้า มือเรียวบางกุมด้ามกระบี่เยือกแข็งแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ปราณกระบี่สีครามแผ่ซ่านออกมาจากร่างนางโดยอัตโนมัติ ก่อเกิดเป็นเกล็ดน้ำแข็งโปรยปรายลงสู่พื้นดินรอบรัศมีสิบวา
หลี่เฟยเทียนที่กำลังยกไหสุราขึ้นซดอึกใหญ่ ชะงักค้างไปเล็กน้อย เขาปาดคราบสุราที่เปื้อนริมฝีปากออกด้วยหลังมือ ดวงตาหรี่ลงครึ่งหนึ่งคล้ายคนเมามายไร้สติ แต่ประกายลึกซึ้งภายในกลับคมกริบดั่งใบมีดที่เพิ่งออกจากฝัก
"ไม่ต้องรอแล้ว แม่นางมู่หรง..." หลี่เฟยเทียนหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันฟ้าดินอยู่หลายส่วน "สุนัขรับใช้ของพรรคมารพวกนี้ ไม่เคยรู้จักคำว่าเคาะประตูก่อนเข้าบ้านอยู่แล้ว... เจ้าดูนั่นสิ แขกผู้มีเกียรติของเรามากันพร้อมหน้าแล้วกระมัง"
สิ้นคำพูดของเขา ท้องฟ้ายามราตรีพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต เมฆหมอกทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมจิตวิญญาณแผ่ซ่ายกดทับลงมาจนพื้นดินใต้ฝ่าเท้าปริแตกเป็นรอยแยก ลมปราณอันชั่วร้ายและดุดันแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วสารทิศ นี่ไม่ใช่การมาเยือนเพื่อเจรจา แต่นี่คือการกวาดล้าง!
*พรึบ! พรึบ! พรึบ!*
เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทปักลวดลายรูปอสูรโลหิตนับร้อยนายทะยานลงมาจากยอดไผ่ ยืนตระหง่านอยู่บนเรือนยอดไม้อย่างพร้อมเพรียง ไอร้อนสีดำระอุขึ้นจากร่างของพวกมันราวกับปีศาจที่เพิ่งหลุดพ้นจากขุมนรกภูมิ ผู้นำขบวนเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้ามีรอยแผลเป็นลากยาวจากหน้าผากถึงคาง แววตาคู่นั้นเหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยจิตสังหารที่แท้จริง
"หลี่เฟยเทียน! มู่หรงเสวี่ย!" เสียงคำรามของผู้นำพรรคมารดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วผืนป่า "พวกเจ้าคิดว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือของท่านประมุขไปได้หรือ? วันนี้คือวันตายของพวกเจ้า สองสำนักใหญ่จะถูกลบชื่อออกจากยุทธภพ!"
มู่หรงเสวี่ยแค่นเสียงเย็นชาออกมาคำหนึ่ง ปราณกระบี่ในกายพรั่งพรูออกมาราวกับคลื่นคลั่ง "สุนัขเดรัจฉานจากพรรคมาร กล้าดียังไงมาเหยียบย่าง ณ ที่แห่งนี้ คิดว่าพวกเจ้ามีปัญญาพอจะรับกระบวนท่าจากสำนักเมฆาพิสุทธิ์หรือ?"
"ฮ่าๆๆๆ แม่นางมู่หรง ปากกล้าเช่นนี้ยามอยู่บนเตียงคงจะรสชาติดีไม่น้อย!" ผู้นำพรรคมารหัวเราะลั่นอย่างลามกอนาจาร สมุนรอบกายส่งเสียงหัวเราะตามมาอย่างครึกครื้น บรรยากาศเต็มไปด้วยความอัปยศอดสูและจิตสังหารที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด
ทว่า ในวินาทีนั้นเอง... รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าของหลี่เฟยเทียนก็เลือนหายไป แววตาที่เคยฉายแววสำมะเลเทเมาแปรเปลี่ยนเป็นดارมืดสนิทราวกับห้วงเหวลึกที่ไร้ก้นบึ้ง
เขายกไหสุราในมือเทลงบนพื้นดินช้าๆ หยดสุดท้ายซึมหายไปในดิน
"เจ้าพูดจา... ระคายหูข้าเกินไปหน่อยแล้วนะสุนัขสารเลว"
หลี่เฟยเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ แต่กลับทำให้ผู้ฟังรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด ร่างกายของเขายังคงยืนพิงต้นไผ่ ทว่านิ้วมือข้างขวาเริ่มขยับวาดผ่านอากาศอย่างเชื่องช้า
*เปรี้ยง!*
สายฟ้าสีครามสายหนึ่งฟาดผ่าลงมาจากท้องฟ้าที่ไร้เมฆฝน พุ่งตรงเข้าใส่พื้นดินเบื้องหน้าหลี่เฟยเทียน แรงระเบิดส่งผลให้ร่างของสมุนพรรคมารแถวหน้าหลายสิบคนกระเด็นลอยละลิ่วกระแทกกับต้นไม้จนกระดูกแหลกละเอียดในพริบตาเดียว!
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ผู้นำพรรคมารหุบยิ้มทันที สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ดวง เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก พลังปราณเมื่อครู่... มันคือวิชาอันใดกัน? รวดเร็วและรุนแรงจนแม้แต่เขาก็ยังมองตามไม่ทัน
"ฆ่ามัน!" ผู้นำพรรคมารแผดเสียงสั่งการด้วยความโกรธเกรี้ยว สมุนนับร้อยพุ่งทะยานเข้าใส่เป้าหมายพร้อมกัน ดาบและกระบี่นับร้อยเล่มเปล่งแสงสีโลหิตพุ่งเข้าหาหลี่เฟยเทียนและมู่หรงเสวี่ยราวกับห่าฝน
มู่หรงเสวี่ยชักกระบี่ออกจากฝัก เสียงกรีดร้องของโลหะก้องกังวาน ประกายแสงสีฟ้าใสแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง นางหมุนตัววาดกระบี่ออกไปหนึ่งครา เกิดเป็นกำแพงน้ำแข็งหนาทึบปะทะเข้ากับคมดาบของพรรคมารจนเกิดประกายไฟสارتกระจายไปทั่วท้องฟ้า
ในขณะเดียวกัน หลี่เฟยเทียนก็หายตัวไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย...
ปรากฏตัวอีกครั้งเบื้องหน้าผู้นำพรรคมาร ดรรชนีพิชิตฟ้าถูกซัดออกไปด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ปลายดรรชนีอาบไล้ด้วยแสงสีทองอร่ามพุ่งทะลวงผ่านอากาศแหวกมิติไปหยุดอยู่ห่างจากระหว่างคิ้วของมันเพียงครึ่งนิ้ว!
ผู้นำพรรคมารแข็งค้าง ดวงตาเบิกโพ้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่นว่าหากหลบไม่พ้นในเสี้ยววินัตินี้ วิญญาณของมันจะต้องดับสูญอย่างแน่นอน
ทว่า ก่อนที่ดรรชนีนั้นจะทะลวงสมองของผู้นำพรรคมาร... ท้องฟ้ายามราตรีเบื้องบนก็พลันแยกออกเป็นสองส่วน เสียงคำรามกึกก้องราชาอสูรดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งอาณาจักร พร้อมกับเงาร่างมหึมาของบุคคลผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติโดยไม่ใช้แม้แต่แรงผลักดัน
"หลี่เฟยเทียน... ฝีมือเจ้าพัฒนาขึ้นไม่เลวเลยนี่ แต่น่าเสียดาย..."
เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังขึ้นกดทับทุกสรรพเสียงในยุทธภพ พร้อมกับกลิ่นอายพลังระดับบรรพชนมารที่กดทับลงมาจนหลี่เฟยเทียนและมู่หรงเสวี่ยต้องถอยหลังไปคนละก้าว
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านร้อนผ่านหนาวมากับข้าและตัวละครทั้งสองในทุกบทตอนนะครับ
---
*เซียนสุราเมามาย*
เซียนสุราไร้สติกับยอดหญิงน้ำแข็งหมื่นปี•ตอนที่ 16
พรรคมารเคลื่อนไหว
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สติกับยอดหญิงน้ำแข็งหมื่นปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!