เปรี้ยง!
แรงปะทะของพายุอัคคีแผดเผาเกล็ดหิมะจนกลายเป็นไอร้อนพวยพุ่งทึบหนา หลี่เฟยเทียนสะบัดชายแขนเสื้อคลาคล่ำ กลิ่นอายสุราหมักร้อยปีโชยฟุ้งตัดผ่านอากาศร้อนระอุราวกับกระบี่คมกริบ ร่างของเขาพลิ้วกายถอยหลังสามสิบเชียะอย่างงดงาม ทว่ารอยยิ้มกวนประสาทที่มุมปากกลับมิได้จางหายไปแม้แต่น้อย
"สัตว์เดรัจฉานตัวนี้ เลือดลมพลุ่งพล่านไม่เบานี่นา" หลี่เฟยเทียนหัวเราะในลำคอ พร้อมกับยกไหสุราขึ้นกระดباอึกใหญ่ น้ำสีอำพันไหลรินเปรอะมุมปากก่อนจะระเหยกลายเป็นไอด้วยความร้อนรอบกาย
เบื้องหน้าของเขามิใช่เส้นทางสัญจรปกติ หากแต่เป็น 'หุบเขาอัคคีทมิฬ' ด่านทดสอบก่อนถึงยอดเขาน้ำแข็งหมื่นปี สัตว์อสูรที่ขวางทางอยู่เวลานี้คือ 'พยัคฆ์เพลิงทมิฬพันปี' มันมีขนาดมหึมาเท่าบ้านเรือนหลังย่อม ดวงตาสองข้างดั่งดวงประทีปเพลิงโลกันตร์ ขนทั่วร่างลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีครามที่สามารถหลอมละลายเหล็กไหลได้ในพริบตา
"ระวังตัวด้วย"
เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งดังขึ้นจากด้านหลัง มู่หรงเสวี่ยยืนหยัดอยู่บนก้อนศิลาในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ นางมิได้ขยับกายเข้าใกล้ แต่กระบี่เยือกแข็งในมือสั่นระริกแผ่ไอเย็นยะเยือกตัดกับความร้อนระอุเบื้องหน้าอย่างสิ้นเชิง นางมองหลี่เฟยเทียนด้วยหางตา แม้ปากจะเอ่ยวาจาเตือน ทว่าแววตากลับฉายชัดถึงความเชื่อมั่นในตัวบุรุษผู้สำมะเลเทเมาผู้นี้
โฮกกกกก—!
เสียงคำรามของพยัคฆ์เพลิงสั่นสะเทือนปฐพี คลื่นความร้อนพุ่งทะยานเข้าใส่ราวกับคลื่นสึนามิเพลิง หลี่เฟยเทียนหรี่ตาลง รอยยิ้มขี้เล่นเลือนหาย กลายร่างเป็นความจริงจังที่ทรงพลังดั่งราชันย์ผู้กุมชะตาสวรรค์
"เจ้าแมวเหมียว รบกวนเวลาดื่มสุราของข้า เช่นนี้ถือว่าไร้มารยาทนัก!"
หลี่เฟยเทียนสะบัดมือขวา ดรรชนีเพลิงสุราพุ่งทะยานออกไปเป็นสายแสงสีทองเจิดจ้า ปราณกระบี่ผสานฤทธิ์สุราแหวกอากาศพุ่งตรงเข้าใส่หว่างคิ้วของพยัคฆ์เพลิงทันที ทว่าเจ้าอักษรเพลิงตัวนี้หาใช่สัตว์อสูรทั่วไป มันตวัดอุ้งเท้าหน้าที่มีกรงเล็บเคลือบเพลิงสีครามตบเข้าใส่สายแสงนั้นอย่างดุร้าย
ตูม!
แรงระเบิดสะท้อนก้องหุบเขา เศษหินและประกายไฟกระจายไปทั่วทิศทาง หลี่เฟยเทียนไม่รอช้า ร่างของเขากลายเป็นเงาร่างสีขาวสลับดำพุ่งทะยานเข้าประชิดตัวในพริบตา เคล็ดวิชา 'ย่างก้าวเซียนสุรา' ไร้ร่องรอยและคาดเดาทิศทางไม่ได้
"รับกระบวนท่านี้ไป!"
นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวจิ้มลงไปยังจุดชีพจรสำคัญบนลำคอของพยัคฆ์เพลิง ปราณแท้จริงสายหนึ่งทะลวงทะลุเกล็ดเพลิงเข้าไปภายใน ก่อเกิดเสียงระเบิดอื้ออึงจากภายในร่างของสัตว์อสูรยักษ์ พยัคฆ์เพลิงคำรามด้วยความเจ็บปวด เปลวเพลิงรอบกายปั่นป่วนจนเกือบจะดับลง
ทว่า ในวินาทีนั้นเอง พยัคฆ์เพลิงกลับอ้าปากพ่น 'ลูกแก้วอัคคี' ขนาดเท่าศีรษะมนุษย์ออกมาในระยะประชิด พลังทำลายล้างของมันรุนแรงจนมิติรอบข้างบิดเบี้ยว หลี่เฟยเทียนย่อมไม่คาดคิดว่ามันจะมีสัญชาตญาณการต่อสู้ที่ดุร้ายถึงเพียงนี้ หากหลบเลี่ยง เกรงว่ามู่หรงเสวี่ยที่อยู่ด้านหลังจะต้องรับแรงกระแทกนี้แทน
"วิชาตัวเบาขยะแขยงนักนะ..." หลี่เฟยเทียนพึมพำเบาๆ แววตาสีดำสนิทเปล่งประกายคมกลาบดั่งดารา
ฉับพลันนั้น ร่างของเขาก็หยุดชะงัก ยอมใช้แผ่นอกรับลูกแก้วอัคคีโดยตรง!
"หลี่เฟยเทียน!" มู่หรงเสวี่ยอุทานออกมาเป็นครั้งแรก เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย ความเย็นชาทั้งหมดย่อยสลายหายไปในพริบตา นางตวัดกระบี่เยือกแข็งในมือ พลังปราณน้ำแข็งหมื่นปีพรั่งพรูออกมาราวกับพายุหิมะกลืนกินผืนฟ้า หวังกวาดล้างพยัคฆ์เพลิงให้สิ้นซากในกระบวนท่าเดียว
ทว่า ก่อนที่กระบี่ของนางจะถึงตัวอสูรยักษ์ หลี่เฟยเทียนที่ถูกเปลวเพลิงกลืนกินร่างไปเมื่อครู่ กลับหัวเราะเสียงดังลั่นออกมาจากใจกลางเปลวเพลิงนั้น
"ฮ่าๆๆๆ! สุราอุ่นๆ เช่นนี้ ดื่มในยามอากาศหนาวเหน็บ นับว่ายอดเยี่ยมยิ่งนัก!"
สิ้นเสียง ร่างของหลี่เฟยเทียนทะยานทะลุเปลวเพลิงออกมาอย่างไร้รอยขีดข่วน อาภรณ์อาจขาดวิ่นไปบ้าง แต่แววตากลับเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม จุดตันเถียนในร่างของเขาหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ปราณขั้นยุทธ์ทะลวงผ่านคอขวดอย่างไร้ปราณี พลังกดดันระดับ 'ขอบเขตราชันย์เทวะ' แผ่ซ่านกดทับจนพยัคฆ์เพลิงทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นด้วยความหวาดกลัว
เขายื่นมือออกไปแตะที่หน้าผากของพยัคฆ์เพลิงแผ่วเบา ปราณสะกดอสูรถูกถ่ายทอดเข้าไป สัตว์อสูรยักษ์ที่ดุร้ายเมื่อครู่กลับสงบลงทันที มันก้มหัวลงต่ำราวกับยอมสยบต่อผู้เป็นนาย
หลี่เฟยเทียนหันกลับมาส่งยิ้มกวนประสาทให้มู่หรงเสวี่ยที่ยังคงถือกระบี่ค้างอยู่กลางอากาศ นางจ้องมองเขาด้วยสายตาซับซ้อน ทั้งโล่งใจ โกรธเคือง และทึ่งในเวลาเดียวกัน
"มองหน้าข้าเช่นนี้ หรือว่าเจ้าตกหลุมรักยามที่ข้าเท่เกินห้ามใจเข้าแล้วล่ะแม่นางมู่หรง?" หลี่เฟยเทียนเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงทะเล้น
มู่หรงเสวี่ยสะบัดหน้าหนี เก็บกระบี่เข้าฝักด้วยความรวดเร็ว นางเอ่ยเสียงเรียบ "หลงตัวเอง... รีบไปได้แล้ว ทางข้างหน้ายังมีเรื่องยุ่งยากกว่านี้รออยู่"
นางก้าวเดินผ่านหน้าเขาไปก่อน ทว่าริมฝีปากบางเฉียบกลับแอบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยโดยที่เขาไม่ทันสังเกตเห็น
หลี่เฟยเทียนยิ้มรับ พยักหน้าให้พยัคฆ์เพลิงคอยเฝ้าปากทางก่อนจะสาวเท้าก้าวตามหญิงสาวไป ทว่าสัญชาตญาณของเซียนสุรากลับกระตุกวาบอย่างรุนแรงเมื่อเขากวาดสายตาไปมองเบื้องหน้า หมอกหนาทึบบนยอดเขากำลังก่อตัวเป็นรูปวงอักขระโบราณ และที่ใจกลางหมอกนั้น มีเงาร่างของใครบางคนกำลังยืนรอพวกเขาอยู่... เงาร่างที่คุ้นเคยยิ่ง เงาร่างที่ควรจะตายไปนับร้อยปีแล้ว!
ขอบอกขอบใจท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปด้วยกันเสมอนะครับ
เซียนสุราไร้สติกับยอดหญิงน้ำแข็งหมื่นปี•ตอนที่ 14
สัตว์อสูรเฝ้าหุบเขา
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สติกับยอดหญิงน้ำแข็งหมื่นปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!