สถาปนิกสาวขีดเส้นตาย หัวใจนายอินทีเรีย•ตอนที่ 3

กฎเหล็กของคนคุมงาน

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
“คุณประกาศกร้าวกลางที่ประชุมแบบนั้น ตั้งใจจะเหยียบหน้าฉันให้จมดิน หรือแค่สมองส่วนหน้ามันทำงานบกพร่องทางพันธุศาสตร์กันแนคะ คุณภาคภูมิ” เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทลงบนโต๊ะทำงานชั่วคราวกลางไซต์งานดังปัง จนฝุ่นผงยิปซัมที่เกาะอยู่ตามโครงสร้างเหล็กโปร่งร่วงกราวลงมาเหมือนละอองหิมะ พิมพ์มาดาไม่สนใจแม้ว่าปลายเล็บเจลสีนู้ดเรียบหรูของตัวเองจะขูดเข้ากับสันแฟ้มจนเกิดรอยขีดข่วน เธอสาวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดร่างสูงของชายหนุ่มเจ้าของโครงการคนใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาพลิกกระดานเกมทั้งหมดด้วยคำพูดประโยคเดียวเมื่อวานนี้ ภาคภูมิยิ้มมุมปาก ยักไหล่เบาๆ อย่างไม่สะทกสะท้านกับอารมณ์คุกรุ่นที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างเพรียวระหงในชุดสูทลินินเข้ารูป พิมพ์มาดาในยามนี้น่ามองยิ่งกว่าสถาปัตยกรรมชิ้นเอกไหนๆ ดวงตากลมโตที่ปกติมักฉายแววเรียบนิ่งดั่งน้ำนิ่งไหลลึก บัดนี้กลับลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความไม่พอใจ “ผมแค่พูดความจริงในฐานะนักลงทุนที่มองหาความคุ้มค่าค่ะคุณพิมพ์มาดา” ภาคภูมิเอ่ยเสียงนุ่ม แสร้งทำเป็นมองนาฬิกาข้อมือราคาแพง “ในเมื่อดีไซน์ผนังโค้งของ ‘คุณรินรดา’ มันทำเรตติ้งความสนใจจากพรีเซลล์พุ่งกระฉูดจนยอดจองทะลุเป้าภายในสิบนาทีแรก ใครจะโง่ตัดออกเพื่อสนองนี้ดความเป๊ะของสถาปนิกหัวโบราณอย่างคุณล่ะคะ” “แต่มันผิดหลักวิศวกรรมโครงสร้าง! ผนังโค้งอิสระแบบไร้เสารับน้ำหนักกลางปีกตึกฝั่งตะวันออก มันคือหายนะถ้ารับแรงลมมรสุมไม่ได้!” พิมพ์มาดาตวาดกลับ เสียงหวานตึงเครียดจนสั่นระริก เธอพยายามรักษาระยะห่าง แต่วิสัยทัศน์ของเธอกำลังถูกตบหน้าด้วยความมักง่ายเชิงพาณิชย์ของนักลงทุนหน้าเงิน “อุ๊ย ใครเรียกชื่อฉันเหรอคะ เหมือนได้ยินเสียงคนสติแตกแถวนี้แฮะ” เสียงทุมนุ่มติดจะยียวนกวนประสาทดังขึ้นจากทางด้านหลังของประตูอลูมิเนียมที่ยังไม่ได้ติดตั้งกระจก รินรดาก้าวเข้ามาในพื้นที่ไซต์งานด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับกำลังเดินช้อปปิ้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ วันนี้อินทีเรียสาวสวมเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวพับแขนลวกๆ กับกางเกงสแลคขาบานสีเบจ เส้นผมยาวสลวยถูกรวบมسةลวกๆ ไว้ด้วยตะเกียบไม้เพียงอันเดียว แต่กลับขับเน้นให้ลำคอระหงและใบหน้าเฉี่ยวคมนั้นดูโดดเด่นสะดุดตา ท่ามกลางซากปรักหักพังของปูนและเหล็ก รินรดากวาดสายตามองเอกสารแปลนก่อสร้างที่กางอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะชำเลืองมองพิมพ์มาดาที่ยืนหน้าดำคร่ำเครียดด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ชวนให้คนมองอยากจะยกเท้าขึ้นไปประทับรอยรองเท้าส้นสูงไว้สักแผลสองแผล “ดีไซน์ของฉันทำไมเหรอคะ คุณสถาปนิกคนเก่ง หรือว่ามันสวยจนคุณคิดแบบนี้ไม่ออกเอง เลยกลัวว่าผลงานมาสเตอร์พีซชิ้นนี้จะกลบรัศมีเกียรตินิยมอันดับหนึ่งของคุณจนมิด” รินรดาเอ่ยเย้าแหย่ น้ำเสียงราบเรียบแต่คมกริบราวกับใบมีดโกนที่อาบน้ำผึ้ง พิมพ์มาดาหันขวับกลับมาเผชิญหน้า ร่างบางก้าวเข้าไปประชิดอินทีเรียสาวจนระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นอายความสดชื่นของดอกไม้ป่าจากตัวรินรดาโชว์หึ่งเข้าจมูกสถาปนิกสาว จนเธอเผลอสูดหายใจลึกโดยไม่รู้ตัว แต่ความโกรธก็ทำลายสติสัมปชัญญะทั้งหมดในเวลาต่อมา “ฟังให้ดีนะคะคุณรินรดา ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะเอาความคิดสร้างสรรค์เพ้อเจ้อมาแปะทับโครงสร้างที่คนอื่นเขาคำนวณมาแทบตาย! ถ้าผนังโค้งบ้าๆ ของคุณพังลงมาทับคนงานตาย ใครจะรับผิดชอบ คุณเหรอ หรือว่าปากสวยๆ ของคุณจะช่วยค้ำยันตึกนี้ไว้ได้!” รินรดาไม่ถอยหนี เธอกลับโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงจัดด้วยความหงุดหงิดอย่างสนุกสนาน นิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นไปปัดเศษฝุ่นปูนที่ติดอยู่ตรงข้างแก้มของพิมพ์มาดาออกให้อย่างถือวิสาสะ สถาปนิกสาวสะْدุ้งเฮือก ถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะระเบียบกลับกระหน่ำรัวผิดจังหวะจนน่ารำคาญ “ห่วงความปลอดภัย หรือห่วงว่าผลงานของฉันมันจะเด่นกว่าของคุณกันแน่คะคุณพิมพ์” รินรดากระซิบเสียงพร่า แววตาล้อเลียนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นประกายความท้าทายที่ลึกล้ำขึ้น “แล้วก็... เลิกทำหน้าเป็นยักษ์ Cthulhu ใส่ฉันสักทีเถอะค่ะ มันทำให้รอยย่นบนหน้าผากคุณชัดเกินไปนะ” “คุณรินรดา! นี่คุณ...!” “พอๆๆ เลิกเถียงกันสักทีเถอะครับคุณสองคน” ภาคภูมิยกมือขึ้นห้ามปรามด้วยความปวดหัว กลายมาเป็นกรรมการห้ามมวยระหว่างเสือสองตัวที่บังเอิญมาอยู่ในถ้ำเดียวกัน “ในเมื่อคุณพิมพ์ยืนยันว่าผนังโค้งมันมีปัญหาเรื่องโครงสร้าง และคุณรินก็ยืนยันว่ามันถอดแบบไม่ได้... ผมก็มีข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจกต์นี้” พิมพ์มาดาและรินรดาหันขวับไปมองนักลงทุนหนุ่มพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย สายตาสองคู่ที่ทรงพลังและดุดันราวกับแมวป่าจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่ม รอคอยคำพิพากษา “เราจะมาเดิมพันกัน” ภาคภูมิยิ้มเจ้าเล่ห์ ยื่นแฟ้มเอกสารอีกชุดออกมา “เราจะให้เวลาพวกคุณสองคนทำงานร่วมกันในไซต์นี้อย่างใกล้ชิด... แบบตัวต่อตัว ภายในเวลาหนึ่งสัปดาห์นี้ คุณพิมพ์ต้องหาทางปรับโครงสร้างให้รับกับผนังโค้งของคุณรินให้ได้ โดยห้ามเปลี่ยนดีไซน์เดิมแม้แต่มิลลิเมตรเดียว... และในทางกลับกัน คุณรินต้องลงมาดูหน้างานจริง คลุกฝุ่น คลุกปูน ร่วมกับคุณพิมพ์ทุกวัน ห้ามโดด ห้ามสาย ห้ามใช้ข้ออ้างว่าแพ้ฝุ่นเด็ดขาด” “อะไรนะคะ?!” พิมพ์มาดาอุทานลั่น “ให้ฉันไปทำงานร่วมกับ... กับผู้หญิงคนนี้เนี่ยนะ ไม่มีทาง! ฉันไม่เอาด้วยหรอก!” “ส่วนฉันก็ไม่มีทางไปคลุกฝุ่นกับมนุษย์หุ่นยนต์ที่ตั้งโปรแกรมชีวิตด้วยนาฬิกาปลุกหรอกค่ะ เสียเวลาชีวิตชะมัด” รินรดาเสริมทันควัน สีหน้าแสดงความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง “ถ้าพวกคุณปฏิเสธ... ผมจะถือว่าทำผิดสัญญาจ้าง และผมจะสั่งรื้อตึกนี้ทิ้งแล้วฟ้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัทของพวกคุณทั้งคู่จนล้มละลายไปข้างหนึ่งเลย” ภาคภูมิยื่นคำขาด น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาดจนไม่มีใครกล้าสงสัยในความจริงจัง ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ไซต์งานชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมพัดหวีดหวิวผ่านช่องหน้าต่างที่ยังไม่มีกระจก พิมพ์มาดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความพยายามแรมปีในการสร้างโปรเจกต์นี้กำลังจะพังทลายลงเพราะความเอาแต่ใจของนักลงทุนและอินทีเรียจอมขบถคนนี้เหรอ? ไม่มีทาง เธอไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด ในขณะเดียวกัน รินรดาก็กวาดสายตามองใบหน้าสวยหวานที่กำลังบึ้งตึงด้วยความขัดแย้งภายใน ก่อนที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง หล่อนก้าวเข้าไปใกล้พิมพ์มาดา กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน “เอาสิคะ... มาดูกันว่า ‘กฎเหล็ก’ ของคนคุมงานอย่างคุณ จะทนความรั้นของฉันได้สักกี่น้ำ” พิมพ์มาดาหันขวับกลับมามองหน้าอินทีเรียสาว ระยะห่างที่ใกล้ชิดทำให้เธอได้กลิ่นหอมสะอาดจากตัวอีกฝ่ายชัดเจนขึ้น ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นด้วยความท้าทายที่ลุกโชนไม่แพ้กัน “แล้วคุณจะรู้ว่านรกบนดินที่ออกแบบโดยสถาปนิกมันหน้าตาเป็นยังไงค่ะ คุณรินรดา” พิมพ์มาดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ตอบกลับด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ไม่ยอมแพ้กันแม้แต่นصفก้าว ทว่า ในจังหวะที่พิมพ์มาดากำลังจะสะบัดหน้าหนีเพื่อเดินไปตรวจแปลนงานต่อด้านใน จู่ๆ สัญญาณเตือนภัยอัคคีภัยชั่วคราวของไซต์งานก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นพร้อมกับเสียงตะโกนโกลาหลของคนงานด้านนอก “เฮ้ย! นั่งร้านปูนด้านนอกถล่ม! ทับทางออกแล้วโว้ย!” ไฟส่องสว่างสำรองกระพริบไหวแล้วดับวูบลง พื้นที่รอบตัวตกอยู่ในความมืดสลัวทันที พร้อมกับแรงสั่นสะเทือนจากโครงสร้างที่ทำให้พื้นคอนกรีตใต้เท้าสะเทือนเลื่อนลั่น พิมพ์มาดายังไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างเพรียวก็ถูกแรงกระชากจากด้านหลังดึงเข้าไปปะทะกับแผ่นอกนุ่มของใครบางคนอย่างแรง แขนเรียวแข็งแรงโอบรัดเอวบางของเธอไว้แน่นเพื่อกันไม่ให้ล้มลงไปกับพื้นเศษปูนที่กำลังร่วงกราวลงมาเหนือศีรษะ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังลอดผ่านความโกลาหลเข้ามาในความมืด “ระวังค่ะคุณสถาปนิก... ดูท่าทาง ‘กฎเหล็ก’ ของคุณ คงต้องรอให้เราเอาตัวรอดออกไปจากตรงนี้ด้วยกันก่อนซะแล้วล่ะมั้งคะ” ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ หวังว่าจะชอบความฟินปนแซ่บในตอนนี้ค่ะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวขีดเส้นตาย หัวใจนายอินทีเรีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%