“ถ้าโครงสร้างส่วนนี้พังลงมาเมื่อไหร่ ฉันจะถือว่ามันเป็นเพราะรสนิยมแบบลวก ๆ ของคุณค่ะ คุณรินรดา!”
เสียงตวาดที่ดังแข่งกับเสียงฝนตกกระหน่ำนอกอาคารพาณิชย์เก่าแก่ใจกลางย่านพระนคร ไม่ได้ทำให้คนฟังรู้สึกสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย รินรดายังคงยืนกอดอกพิงเสาปูนเปลือยที่เริ่มมีคราบน้ำซึม รอยยิ้มมุมปากของเธอยังคงกวนประสาทได้โล่เหมือนเคย แม้สภาพตอนนี้ทั้งคู่จะเปียกปอนจากเหงื่อและละอองฝนจนเส้นผมลู่แนบกรอบหน้า
จากเหตุการณ์ลิฟต์ค้างและประโยคท้าทายในห้องมืดเมื่อวาน พิมพ์มาดาคิดว่าเธอได้สร้างภูมิต้านทานต่ออินทีเรียสาวจอมกวนคนนี้ไว้มากพอแล้ว แต่เธอกลับประเมินความ ‘หายนะ’ ของหน้างานจริงต่ำเกินไป
เศษปูนฉาบก้อนใหญ่ร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นเสียงดังโครม ห่างจากปลายรองเท้าคัทชูแบรนด์ดังของพิมพ์ไม่ถึงคืบ กลิ่นอับชื้นของอิฐเก่าและปูนซีเมนต์ผสมน้ำฝนคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ รอยร้าวแนวเฉียงบนผนังรับน้ำหนักขยายตัวกว้างขึ้นอย่างน่ากลัว เป็นภาพสะท้อนชัดเจนว่าสัญชาตญาณความปลอดภัยของสถาปนิกอย่างเธอกำลังกรีดร้องเสียงหลง
“อุ๊ย... หวุดหวิดนะคะเนี่ย” รินรดาแกล้งอุทานด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตกใจ ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวพิมพ์มาดาอย่างรวดเร็ว มือเรียวคว้าข้อแขนสถาปนิกสาวแล้วกระชากถอยหลังออกห่างจากจุดเสี่ยงทันที “ถ้าคุณมัวแต่ยืนเถียงกับฉันเรื่องแปลนกระดาษ จนถูกผนังถล่มทับหัวตายคาที่ งานนี้ฉันคงต้องรับผิดชอบออกแบบงานศพให้คุณด้วยแน่ ๆ ซึ่งบอกเลยว่ามันไม่อยู่ในบรีฟงานของเรานะคะคุณพิมพ์”
“ปล่อยแขนฉันค่ะ คุณริน!” พิมพ์มาดาตวัดสายตาคมกริบมองมือเรียวที่ยังคงกุมข้อมือเธอแน่น หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรำผิดจังหวะด้วยความตระหนก—ไม่ใช่เพราะเศษปูนเมื่อครู่ แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของคนที่ยืนเบียดชิดจนได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาจาง ๆ เจือกลิ่นฝน
“ไม่ปล่อยค่ะ จนกว่าคุณจะเลิกทำหน้าเป็นยักษ์แล้วยอมรับความจริงว่า ตึกเก่าอายุกว่าห้าสิบปีหลังนี้ มันไม่ได้ต้องการความเป๊ะแบบไม้บรรทัดเหล็กของคุณ แต่ร่มโพธิ์ร่มไทรของมันต้องการ ‘ความยืดหยุ่น’ ต่างหากล่ะคะ” รินรดาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงยียวนแต่แฝงแววเอาจริงเอาจังจนลมหายใจอุ่น ๆ เป่ารดต้นคอขาวทำเอาพิมพ์มาดาขนลุกซู่
พิมพ์มาดาย่นหัวคิ้ว ผลักไหล่บางของอีกฝ่ายให้ออกห่างอย่างไม่ไบแอส ถึงแม้ภายในอกจะปั่นป่วนจนแทบควบคุมไม่ได้ เธอก็ยังต้องรักษาฟอร์มของหัวหน้าทีมสถาปนิกไว้ให้มั่น
“ความยืดหยุ่นที่คุณว่า มันหมายถึงการปล่อยให้คานรับน้ำหนักแอ่นตัวลงมาแบบนี้น่ะเหรอคะ? คุณรินรดา! ในฐานะอินทีเรีย คุณควรจะมีเซนส์เรื่องความปลอดภัยมากกว่าจะมานั่งเถียงเรื่องสุนทรียภาพน้ำเน่าพวกนี้!”
“สุนทรียภาพน้ำเน่าเหรอคะ?” รินรดาทวนคำ ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่เลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาดุดันและลุ่มลึกอย่างที่พิมพ์มาดาไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก “การทุบผนังทึบออกแล้วเปิดรับแสงธรรมชาติ เพื่อให้พื้นที่แคบ ๆ นี้หายใจได้ มันคือหน้าที่ของฉันค่ะคุณพิมพ์... ส่วนหน้าที่ของคุณคือการหาทางค้ำยันโครงสร้างนี้โดยไม่ทำลายหัวใจของการออกแบบ ไม่ใช่เอาแต่สั่งให้ฉันรื้อทิ้งทุกอย่างเพียงเพราะมันไม่อยู่ในแบบร่างบ้า ๆ ของคุณ!”
บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกแช่แข็ง มีเพียงเสียงหยดน้ำฝนที่รั่วซึมลงมาจากเพดานกระทบพื้นปูนเป็นจังหวะน่ารำคาญ ไดอะล็อกเชือดเฉือนระหว่างทั้งคู่หยุดชะงักลง เมื่อสายตาของพิมพ์มาดาบังเอิญกวาดไปเห็นรอยร้าวที่แยกตัวลึกขึ้นเรื่อย ๆ ตรงมุมเสาหลัก
ไม่ใช่แค่ปูนฉาบ... แต่นี่คือโครงสร้างหลักที่กำลังจะวิกฤต
“1... 2... หมอบลงค่ะ!”
พิมพ์มาดาไม่รอให้สมองประมวลผล สัญชาตญาณความเป็นสถาปนิกสั่งการเร็วกว่าความคิด ร่างเพรียวพุ่งเข้าชนร่างของรินรดาล้มกลิ้งไปหลบใต้โต๊ะไม้สักโบราณขนาดใหญ่ที่ถูกทิ้งไว้กลางห้อง ท่ามกลางเสียงโครมครามสนั่นหูเมื่อโครงสร้างฝ้าเพดานไม้และปูนน้ำหนักนับร้อยกิโลกรัมพังครืนลงมาปิดกั้นทางออกจนฝุ่นตลบอบอวล
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ที่แนบชิดกันอยู่ใต้โต๊ะตัวแคบ
พิมพ์มาดานอนทับอยู่บนร่างของรินรดา แผ่นอกบางกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหัวใจที่เต้นโครมคราม ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อตระหนักว่า ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเธอกับอินทีเรียสาวจอมกวนนั้นเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น
“คุณ... เจ็บตรงไหนไหมคะ” รินรดากระซิบถามเสียงพร่า มือเรียวข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นโอบเอวคอดของพิมพ์มาดาไว้โดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กน้อยที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อสูทตัวเก่ง
พิมพ์มาดาส่ายหน้าช้า ๆ สมองตื้อตันจนหาคำพูดไม่เจอ กลิ่นฝน กลิ่นปูน และกลิ่นกายเฉพาะตัวของรินรดาหลอมรวมกันจนสร้างแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้เธอลืมความโกรธเคืองไปเสียสิ้น ดวงตาคมกวาดมองแพขนตางอนและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของคนใต้ร่าง
“ฉันไม่เป็นไรค่ะ...” พิมพ์มาดาตอบเสียงแผ่วเบa ผิดวิสัยคนปากเก่งโดยสิ้นเชิง
ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ทันตั้งสติกับสถานการณ์ชวนใจเต้นแรงนี้ เสียงเคาะหนัก ๆ ที่ประตูด้านนอกซึ่งถูกซากปูนบล็อกไว้ ก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงตะโกนเรียกที่ทำให้เลือดในกายของพิมพ์มาดาเย็นเฉียบ
*“คุณพิมพ์ครับ! คุณรินรดา! อยู่ข้างในกันหรือเปล่าครับ... ทางบริษัทแม่ส่งคนมาตรวจสอบด่วนแล้วครับ!”*
รินรดาชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที เธอมองหน้าพิมพ์มาดาที่ตอนนี้ซีดเผือดลงถนัดตา
ไม่ใช่เพราะกลัวซากตึกถล่ม... แต่เป็นเพราะบุคคลที่ยืนอยู่หลังประตูนั้น คือ ‘เขาคนนั้น’ อดีตคนรักเก่าของพิมพ์มาดาที่เพิ่งก้าวเข้ามานั่งแท่นกรรมการบริหารคนใหม่ของโปรเจกต์นี้
— บทบาทที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้รอยร้าว กำลังจะถูกกระชากให้เปิดเผยในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยรอยร้าวและแรงดึงดูดนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้านะคะ
สถาปนิกสาวขีดเส้นตาย หัวใจนายอินทีเรีย•ตอนที่ 4
รอยร้าวในความเนี้ยบ
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวขีดเส้นตาย หัวใจนายอินทีเรีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!