"ถ้าคุณยังเดินมาเหยียบเส้นดึงแนวผนังของฉันอีกรอบเดียว ฉันจะเอาคัตเตอร์กรีดกระเป๋าแบรนด์เนมใบเก่งของคุณทิ้งเป็นเศษผ้าขี้ริ้วจริงๆ ด้วยค่ะ คุณรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดระคนเหนื่อยล้าดังขึ้นแข่งกับเสียงสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาด้านนอกราวกับฟ้าถور พิมพ์มาดายืนกอดอกแน่นในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ชื้นเหงื่อกับกางเกงสแลคเข้ารูป แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองอินทีเรียสาวตัวแสบที่ทำเป็นลอยชายพิงเสาปูนเปลือยอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
รินรดาหัวנסในลำคอเบาๆ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความสนุกสนานยามได้เห็นสถาปนิกสาวผู้เนียบทุกกระเบียดนิ้วต้องมาหัวเสียกลางไซต์งานดิบๆ ที่ระบบไฟยังไม่สมบูรณ์แบบ มือเรียวยาวปัดปอยผมที่ชื้นแฉะออกจากกรอบหน้าอย่างไม่ใส่
"กรีดเลยค่ะคุณพิมพ์ ถ้าคุณกล้าพอ... แต่บอกไว้ก่อนนะว่าในกระเป๋าใบนั้นมีทั้งลิปสติกแท่งโปรด เอกสารแกรนด์เปิดโปร젝트 และที่สำคัญที่สุดคือแฟลชไดรฟ์เรนเดอร์สามD ตัวจริงที่คุณกำลังนั่งแก้ตาแตกมาสามคืนติด ถ้าของพวกนั้นพัง ฉันเกรงว่าโปรเจกต์คอนโดลักชูรีร้อยล้านนี้คงต้องเลื่อนไปเปิดปีหน้ายาวๆ เลยนะคะ"
รินรดายักคิ้วยียวน ขยับตัวเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือจางลอยปะทะเข้ากับกลิ่นฝนและกลิ่นปูนใหม่
พิมพ์มาดากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เธออยากจะเถียงกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบสักร้อยคำ แต่สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นรอยเปื้อนฝุ่นปูนที่เลอะอยู่ตรงข้างแก้มใสของอีกฝ่ายเข้าโดยอัตโนมัติ ความเป็นสถาปนิกจอมเนียบทำให้มือเรียวของเธอขยับไปเองตามสัญชาตญาณ พิมพ์เอื้อมมือออกไปตั้งใจจะปัดฝุ่นออกให้ แต่พอปลายนิ้วสัมผัสโดนผิวแก้มนุ่ม รินรดากลับชะงัก ร่างเพรียวหยุดนิ่ง ดวงตากลมโตคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหรี่ลงด้วยความเจ้าเล่ห์
"อุ๊ย... นี่คุณเป็นห่วงฉันเหรอคะเนี่ย นึกว่าอยากจะฆ่าฉันให้ตายเสียอีก" รินรดาแกล้งกระซิบเสียงพร่า แกล้งลดระยะห่างระหว่างใบหน้าลงจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของอีกฝ่าย
พิมพ์มาดารีบชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก ใบหน้าสวยเฉียบขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เพราะเขินอาย... แต่เป็นเพราะความโกรธที่ถูกอีกฝ่ายรู้ทันต่างหาก!
"อย่าหลงตัวเองค่ะคุณริน ฉันแค่ไม่อยากให้งานของฉันต้องมาแปดเปื้อนเพราะความซกมกของคุณต่างหาก ถอยไปเลยนะ ฝนตกหนักขนาดนี้ ถนนทางเข้าไซต์งานคงจมเป็นโคลนหมดแล้ว เราติดอยู่ที่นี่กันจริงๆ แน่ๆ คืนนี้"
พิมพ์เบี่ยงตัวหนี เดินดุ่มๆ ไปหยิบไฟฉายแรงสูงแล้วส่องสำรวจรอบชั้นล่างของอาคารที่กำลังรีโนเวท ความมืดมิดของยามค่ำคืนถูกแทนที่ด้วยแสงไฟฉายวับแวม เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงดังสนั่นสะเทือนเลื่อนลั่นตามมาด้วยเสียงหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิดเบาๆ จากเสาไฟด้านนอก ตามด้วยความมืดสนิทที่กลืนกินทุกสิ่งรอบตัว
"กรี๊ด!" รินรดาอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจเมื่อความมืดเข้าจู่โจมกะทันหัน ร่างบางเซถลาไปชนแผ่นหลังของพิมพ์มาด้าเข้าอย่างจัง มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ชายเสื้อเชิ้ตของสถาปนิกสาวไว้แน่นราวกับเด็กน้อยกลัวความมืด
พิมพ์มาดายืนนิ่ง ขนลุกชันไปทั้งตัวเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มและไอร้อนจากร่างกายของคนที่มักจะปากเก่งใส่เธอตลอดเวลา หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวผิดจังหวะท่ามกลางความเงียบสงบที่มีเพียงเสียงฝนซัดสาด
"ปล่อยเลยนะ... ฉันไม่ใช่เสาเข็ม จะได้เกาะแน่นขนาดนั้น" พิมพ์พยายามดัดเสียงให้ราบเรียบที่สุด แม้ว่าหัวใจจะเต้นโ크มครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
"มืดขนาดนี้ ใครจะไปกล้าปล่อยล่ะคะคุณสถาปนิกขา... หรือว่าคุณพิมพ์กลัวความมืดจนตัวสั่นกันแน่ หืม?" รินรดาแกล้งกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงยียวนเจือความขี้เล่นแต่มือที่กำชายเสื้อยังคงกำแน่นไม่ยอมปล่อย
"ฉันไม่ได้กลัว! แต่ฉันกำลังคิดต่างหากว่าจะนอนตรงไหนดีในไซต์งานบ้านี่ เพราะดูท่าทางแล้ว ฝนคงไม่หยุดตกง่ายๆ จนถึงเช้าแน่" พิมพ์มาดากลบเกลื่อนความประหม่าด้วยการเดินนำทางด้วยแสงไฟฉายไปยังมุมห้องที่ถูกจัดเตรียมไว้เป็นชั่วคราวสำหรับตรวจงาน มีโซฟาเบดเก่าๆ หนึ่งตัว และกองลังกระดาษบรรจุวัสดุกระเบื้อง
บรรยากาศรอบตัวเงียบงันลงเหลือเพียงเสียงสายฝนภายนอกที่กระทบหลังคาเมทัลชีทดังซ่าไม่ขาดสาย ความหนաբังคับให้ทั้งสองต้องเข้ามาอยู่ใกล้กันมากกว่าที่เคยเป็นมา พื้นที่จำกัดบนโซฟาเบดตัวแคบทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องนั่งเบียดชิดกัน
รินรดาทิ้งตัวลงนั่งก่อนอย่างหมดสภาพ เธอถอดรองเท้าส้นสูงออกแล้วนวดข้อเท้าตัวเองเบาๆ สีหน้ายียวนเมื่อครู่เริ่มเจือความอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด พิมพ์มาดายืนมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความระอาปนเห็นใจ เธอเดินไปหยิบเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวผ้าสำลีเนื้อหนาที่พาดอยู่บนเก้าอี้สนามมาคลุมไหล่ให้รินรดาเงียบๆ
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ ดวงตาคู่สวยประกายระยับสะท้อนกับแสงไฟฉายที่วางตั้งฉากไว้บนลังไม้
"ทำไมคะ? กลัวฉันเป็นไข้แล้วไม่มีคนเถียงด้วยพรุ่งนี้หรือไง" รินรดาเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย
"เปล่าหรอกค่ะ ฉันแค่ไม่อยากให้งานดีไซน์อินทีเรียของชั้นต้องมารับผิดชอบการป่วยการไข้ของคุณจนงานสะดุดต่างหาก" พิมพ์ตอบเสียงแข็งกลบเกลื่อน แต่ยอมหย่อนตัวลงนั่งที่มุมโซฟาอีกด้าน ปล่อยให้ระยะห่างระหว่างกันเหลือแค่คืบเดียว
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่เป็นความเงียบที่ไม่ได้อึดอัดเหมือนตอนแรก มีเพียงเสียงลมหายใจและไอรุ่นๆ ที่แผ่ออกมาจากร่างกายของกันและกัน ความใกล้ชิดในยามวิกาลท่ามกลางพายุฝน ทำให้กำแพงความหยิ่งทะนงของทั้งคู่เริ่มสึกกร่อนลงทีละน้อย
รินรดาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย สายตาคมกวาดมองใบหน้าของพิมพ์มาด้าที่ส่องประกายสลัวในความมืด ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่าใจหาย
"นี่... คุณพิมพ์ เคยสงสัยไหมคะว่าทำไมเราถึงต้องกัดกันทุกครั้งที่เจอหน้ากันตลอดสองเดือนที่ผ่านมา"
พิมพ์มาดาสะดุ้งเล็กน้อย เธอหันไปสบตาคู่สวยนั้น ตรงๆ เป็นครั้งแรกในรอบค่ำคืน หัวใจกระตุกวูบเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเธอมันใกล้กันเกินกว่าจะเรียกว่าระยะปลอดภัย
"เพราะคุณมันน่ารำعคาญ ไม่ยอมทำตามแบบแปลนที่ฉันตกลงไว้แต่แรกไงคะ" พิมพ์ตอบเสียงสั่นนิดๆ โดยเบนสายตาหนี
รินรดายิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่มีความเยาะเย้ยถากถางเหมือนเคย มีเพียงความอ่อนโยนบางเบาที่ซ่อนอยู่ลึกซึ้ง นิ้วเรียวเอื้อมออกไปแตะปลายคางของพิมพ์มาด้าแผ่วเบา บังคับให้ใบหน้าสวยเฉียบนั้นหันกลับมาสบตากับเธออีกครั้ง
"เปล่าเลยค่ะคุณพิมพ์... ที่ฉันต้องคอยปั่นประสาทคุณ คอยแก้โน่นเติมนี่ เพื่อหาเรื่องเข้าใกล้คุณต่างหากล่ะคะ..."
คำสารภาพที่หลุดออกมาท่ามกลางเสียงฝนกระหน่ำ ทำให้โลกทั้งใบของสถาปนิกสาวผู้ยึดมั่นในระเบียบวินัยหยุดหมุนไปชั่วขณะ
ก่อนที่พิมพ์มาดจะได้ทันเอ่ยปากถามอะไรกลับไป แสงไฟนีออนกะพริบพรึบหนึ่งครั้งแล้วสว่างวาบทั่วทั้งไซต์งาน เสียงกริ่งโทรศัพท์มือถือของรินรดาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ รินรดาก้มลงมองหน้าจอแต่ยังไม่ทันได้กดรับ ประตูเหล็กม้วนด้านหน้าไซต์งานก็ถูกเคาะรัวด้วยเสียงดังปังๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อของใครบางคนดังแทรกเข้ามาในความเงียบ
"คุณริน! คุณพิมพ์! อยู่ข้างในกันไหมครับ! แฟนคุณรินเขาเป็นห่วงขับรถลุยน้ำท่วมมาตามหาถึงนี่แล้วครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดฝนและฟินไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ
สถาปนิกสาวขีดเส้นตาย หัวใจนายอินทีเรีย•ตอนที่ 5
ติดฝนกลางไซต์ก่อสร้าง
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวขีดเส้นตาย หัวใจนายอินทีเรีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!