“ถ้าคุณยังเอาแต่กอดอกทำหน้ายักษ์ใส่ฉันอยู่แบบนี้ เกรงว่าเราคงจะได้นอนนับค้างคาวในตึกร้างนี่จนถึงเช้าแน่ค่ะ คุณสถาปนิก”
เสียงทุ้มหวานเจือความเย้าแหย่ดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของไซต์งาน รินรดาขยับตัวเล็กน้อย แรงสะเทือนจากการขยับทำให้ไหล่ของเธอบดเบียดเข้ากับร่างของพิมพ์มาดาที่ยืนชิดติดผนังปูนเปลือยอย่างเลี่ยงไม่ได้ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือจางผสมกับกลิ่นฝุ่นปูนอบอวลอยู่ปลายจมูก ชวนให้หัวใจของคนตัวเล็กกว่าเต้นผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด
พิมพ์มาดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอยกมือขึ้นดันแผงอกของคนพูดให้ออกห่าง ทว่ารินรดากลับไม่มีทีท่าว่าจะสะทกสะท้าน รอยยิ้มพรายในความมืดที่เธอเดาเอาจากน้ำเสียง ทำให้พิมพ์มาดายิ่งอยากจะหยิกแขนอีกฝ่ายสักทีให้หายหมั่นไส้
“ถอยไปหน่อยค่ะคุณรินรดา อากาศในนี้น้อยพออยู่แล้ว คุณยังจะเบียดเข้ามาให้ฉันหายใจไม่ออกอีกหรือไงคะ” พิมพ์มาดาตอกกลับด้วยน้ำเสียงห้วนจัด พยายามซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงของตัวเองให้มิดชิดที่สุด ใครจะไปคิดว่าแผนการตรวจไซต์งานรอบดึกเพื่อเก็บรายละเอียดพรีเซนต์โปรเจกต์ใหญ่ จะกลายเป็นแผนกักขังหน่วงเหนี่ยวโดยฝีมือใครบางคนที่จongใจล็อกประตูจากด้านนอก
“อ้าว ก็พื้นที่มันจำกัดนี่คะ อีกอย่าง... ถ้าฉันไม่ยืนบังลมหนาวให้ คุณอาจจะตัวสั่นจนกอดฉันแน่นไปนานแล้วก็ได้นะ” รินรดาหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ผิดกับพิมพ์มาดาที่ตอนนี้เลือดลมสูบฉีดจนใบหน้าร้อนผ่าว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือเพราะสัมผัสอุ่นๆ ที่แนบชิดอยู่ข้างกายกันแน่
เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ยังคงฉายซ้ำในหัว พวกเธอกำลังจะเดินออกจากตึกหลังตรวจโครงสร้างเสร็จ แต่จู่ๆ ประตูเหล็กบานใหญ่ก็ถูกปิดล็อกลงจากด้านนอก พร้อมกับเสียงคล้องโซ่และแม่กุญแจดังลั่น แม้จะพยายามตะโกนเรียกและโทรศัพท์หาผู้รับเหมา แต่สัญญาณอินเทอร์เน็ตในตึกทึบแห่งนี้กลับหายวับไปกับตา ราวกับมีใครบางคนจงใจตัดขาดพวกเธอออกจากโลกภายนอก
และในขณะที่ทั้งคู่กำลังใช้ความคิดเพื่อหาทางออก จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ จากชั้นล่างก็ดังขึ้น ฝีเท้าที่ไม่ได้มีแค่คนเดียว... และมันไม่ใช่เสียงของยามกะดึก
พิมพ์มาดานิ่งงัน เธอเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของรินรดาโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องเสียงดัง นิ้วเรียวออกแรงบีบแน่นจนคนถูกจับต้องหันมามองด้วยความแปลกใจ รินรดาหุบยิ้มทะเล้นทันทีเมื่อเห็นแววตาตื่นตระหนกที่ฉายชัดผ่านแสงจันทร์สลัวที่ส่องผ่านช่องหน้าต่าง
“ชูst…” พิมพ์มาดากระซิบชิดริมฝีปากของอีกฝ่าย ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มจนรินรดาชะงักงันไปชั่วขณะ “มีคนอื่นอยู่ในตึกนี้”
เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงโถงทางเดินชั้นล่าง ตามมาด้วยแสงไฟฉายที่วาดผ่านรอยต่อของประตูห้องเก็บของที่พวกเขายืนอยู่ เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายสองคนกำลังสนทนากันด้วยน้ำเสียงพยายามกดให้เบา แต่ความก้องกังวานของโครงสร้างคอนกรีตทำให้พวกเธอได้ยินเกือบทุกถ้อยคำ
*“มั่นใจนะว่าล็อกแน่นหนาดีแล้ว? ถ้าพวกมันสองคนติดอยู่ในนี้จนถึงพรุ่งนี้เช้า ไฟล์แบบพรีเซนต์ในแล็ปท็อปนั่นคงไม่ทันได้ส่งให้กรรมการแน่”* เสียงแรกเอ่ยขึ้น เป็นน้ำเสียงแหบพร่าที่ไม่คุ้นเคย
*“เออหน่า สั่งมาแบบนี้ จัดให้ตามคำขอ ข้อมูลในโปรเจกต์นี้มูลค่ามหาศาล บริษัท ‘สถาปัตย์ศิลป์’ ของพวกมันจะได้หลุดจากวงโคจรเสียที”* เสียงที่สองตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
หัวใจของพิมพ์มาดาร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม บริษัทสถาปัตย์ศิลป์ คู่แข่งทางการค้ารายใหญ่ที่สุดในโปรเจกต์นี้! พวกเขาไม่ได้แค่ต้องการกลั่นแกล้งให้เสียเวลา แต่พวกมันต้องการทำลายโอกาสสุดท้ายในการนำเสนอผลงานของเธอและรินรดา เพื่อฮุบโปรเจกต์มูลค่าร้อยล้านไปครองอย่างไร้ยางอาย
ความโกรธพวยพุ่งขึ้นมาจนร้อนผ่าวที่ขอบตา พิมพ์มาดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอเตรียมจะก้าวขาพุ่งออกไปเอาเรื่องคนพวกนั้นให้รู้รอด แต่รินรดากลับไว1ก้าว มือเรียวคว้าไหล่บางของเธอไว้แล้วดึงกลับมากดเข้ากับอกทันที พร้อมกับยกมือขึ้นปิดปากพิมพ์มาดาไว้แน่นไม่ให้มีแม้แต่เสียงเล็ดลอด
ดวงตากลมโตของพิมพ์มาดาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอกัดฝ่ามือของรินรดาเบาๆ เป็นเชิงประท้วง แต่อีกฝ่ายกลับส่งสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความดุดันและจริงจังกลับมา รินรดาส่ายหัวช้าๆ เป็นเชิงห้ามปราม ในยามวิกาลและสถานการณ์ที่เป็นรอง การบุ่มบ่ามมีแต่จะทำให้พวกเขาตกเป็นเหยื่อ
แสงไฟฉายวูบวาบผ่านช่องกระจกบานเกล็ดด้านบน เสียงฝีเท้าเริ่มขยับห่างออกไปทางบันไดหนีไฟ เสียงประตูเหล็กชั้นล่างปิดตัวลงพร้อมเสียงล็อกกุญแจอีกครั้ง บ่งบอกว่าผู้บุกรุกได้ถอนกำลังออกไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความจริงอันเจ็บปวดที่เพิ่งได้รับรู้
เมื่อแน่ใจว่าปลอดภัยแล้ว รินรดาจึงค่อยๆ ลดมือลงจากปากของพิมพ์มาดา ทว่าเธอกลับไม่ได้ถอยห่างออกไป ใบหน้าคมคายของอินทีเรียสาวอยู่ห่างจากพิมพ์มาดาเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนยังคงคลอเคลียอยู่ใกล้ชิด
“คุณบ้าหรือไงคะคุณริน ปล่อยฉันนะ ฉันจะออกไปเอาเรื่องพวกมัน!” พิมพ์มาดาต่อว่าด้วยน้ำเสียงหอบสะท้าน ความโกรธยังคงคุกรุ่นอยู่ในอก แต่ทว่าความใกล้ชิดนี้กลับทำให้สติสัมปชัญญะของเธอเริ่มกระเจิดกระเจิง
“เอาเรื่องด้วยวิธีไหนคะ? ไปยืนด่าพวกมันแล้วโดนจับขังลืมจนถึงชาติหน้าหรือไง” รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลก แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ที่น่าหมั่นไส้ “คุณนี่มันเก่งแต่เรื่องออกแบบตึกจริงๆ นะคะพิมพ์มาดา แต่เรื่องเอาตัวรอด... ยังต้องให้ฉันสอนอีกเยอะ”
“ฉันไม่ได้ขอให้คุณมาสอนสักหน่อย!” พิมพ์มาดาเชิดหน้าขึ้นเถียง ขยับตัวจะถอยหลังหนี แต่พื้นที่จำกัดทำให้เธอไม่มีทางไป รินรดากลับใช้แขนข้างหนึ่งยันผนังห้องไว้ กักตัวเธอให้อยู่ในอ้อมแขนกลายๆ อย่างจงใจ
“ปากเก่งจังนะคะ... ไหนดูซิ ว่าเวลาไม่มีแล็ปท็อปทำงาน คุณจะยังปากเก่งแบบนี้อยู่ไหม” รินรดาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนพิมพ์มาดาต้องหลบสายตา หัวใจเต้นรัวแรงยิ่งกว่าตอนที่ได้ยินเสียงคนร้ายเสียอีก
“คุณหมายความว่ายังไง...”
“หมายความว่า... แล็ปท็อปที่คุณวางไว้บนโต๊ะทำงานในห้องนี้ ฉันแอบหยิบใส่กระเป๋าเป้ฉันตั้งแต่ก่อนไฟดับแล้วล่ะค่ะ” รินรดากระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาพิมพ์มาดาอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ “เพราะฉะนั้น... แผนของพวกมันพังตั้งแต่ยังไม่เริ่มแล้วค่ะ คุณสถาปนิกคนเก่ง”
พิมพ์มาดาอ้าปากค้าง หันขวับมามองหน้าคนพูดด้วยความคาดไม่ถึง ระหว่างที่เธอกำลังจะเอ่ยปากต่อว่าความเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่าย เสียงกLickเบาๆ จากประตูด้านหลังก็ดังขึ้น พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างง่ายดาย
แสงไฟสว่างจ้าจากไฟฉายแรงสูงส่องกระทบเข้าที่ใบหน้าของพวกเธอจนต้องหรี่ตาลง ร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงกรอบประตูทำให้ทั้งคู่ต้องสะดุ้งสุดตัว
“อ้าว... ยังไม่กลับกันอีกเหรอครับ นึกว่าหนีกลับไปหมดแล้วซะอีก”
เสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยทักขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นมิตรจนน่าขนลุก ร่างนั้นก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับเงาที่ทาบทับลงมาจนมืดมิด
พิมพ์มาดาลืมหายใจไปชั่วขณะ เมื่อตระหนักได้ว่า... คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าในยามวิกาลนี้ คือใคร
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาเติมกำลังใจให้เดซี่ริมทางเสมอนะคะ)
สถาปนิกสาวขีดเส้นตาย หัวใจนายอินทีเรีย•ตอนที่ 8
แผนซ้อนแผนของคู่แข่ง
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวขีดเส้นตาย หัวใจนายอินทีเรีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!