ความเงียบในห้องทำงานยามวิกาลไม่ได้ช่วยให้ความดันโลหิตของพิมพ์มาดาลดลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นฝนจาง ๆ ที่ลอยมาจากร่างระหงของคนที่ยืนขวางประตูอยู่ กลับทำให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนของเธอกรีดร้องด้วยความระแวดระวัง
รินรดากำลังกอดอก รอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาให้ช่างกวนประสาทเสียจนพิมพ์มาดาอยากจะคว้าเอาไม้บรรทัดทีสเกลมาฟาดสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้
“คิดว่าจะส่งอีเมลยกเลิกสัญญาตอนตีสอง แล้วฉันจะยอมตื่นมาเซ็นใบลาออกแต่โดยดีหรือไงคะคุณสถาปนิก”
น้ำเสียงนั่น… ช่างเยnเยือกและน่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน พิมพ์มาดาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติ เธอยืดตัวตรง เชิดคางขึ้นเล็กน้อย พยายามสวมเกราะป้องกันความหวั่นไหวที่ดันทรยศเต้นโครมครามอยู่ในอกตั้งแต่เมื่อครู่ที่สบตากัน
“ฉันไม่ได้ว่างพอจะมาเล่นเกมสงครามประสาทกับคุณตอนตีสองหรอกนะคะ รินรดา” พิมพ์มาดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบกิบ ทว่าเฉียบคม “และถ้าคุณยังมีสติพอจะอ่านอีเมลฉบับนั้นให้จบ ไม่ใช่แค่อ่านแล้วรีบวิ่งแจ้นมาหาเรื่องฉันถึงออฟฟิศ คุณก็จะรู้ว่า โปรเจกต์บูติกโฮเต็ลริมแม่น้ำกำลังจะหลุดมือเราทั้งคู่ ถ้าลูกค้าไม่เห็นแบบแปลนที่ผสานโครงสร้างทางวิศวกรรมกับงานอินทีเรียที่สอดรับกันภายในแปดโมงเช้าวันนี้”
รินรดาเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นนิดหนึ่ง รอยยิ้มยียวนบนใบหน้าจางลงเล็กน้อยเมื่อเห็นเอกสารในมือของอีกฝ่าย พิมพ์มาดาไม่ได้แค่พูดขู่ แต่ขอบตาดำคล้ำและแฟ้มข้อมูลกองโตบนโต๊ะทำงานคือหลักฐานชั้นดีว่า ผู้หญิงคนนี้สู้ตายกับงานนี้มาทั้งคืนไม่ต่างจากเธอ
ร่างสูงโปรดปรานของอินทีเรียสาวก้าวเข้ามาในห้องอย่างไร้ซุ่มเสียง ส้นสูงกระทบพื้นไม้ดังเป็นจังหวะสะท้อนความเงียบ ก่อนที่รินรดาจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานของพิมพ์มาดาอย่างถือวิสาสะ ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดแบบแปลนสามD ค้างไว้
“ยอมรับมาเถอะค่ะว่าคุณแก้โครงสร้างส่วนโถงต้อนรับใหม่จนงานอินทีเรียของฉันมันกลายเป็นเศษกระดาษไปแล้ว” รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีด “คุณรื้อผนังรับน้ำหนักออกเพื่อจะเอาช่องแสงกระจกทรงโค้ง บ้าหรือเปล่าคะคุณพิมพ์มาดา? ถ้าทำแบบนั้น เสาหลักรับน้ำหนักจะไปกองอยู่ตรงกลางโซนต้อนรับพอดี แล้วฉันจะวางเฟอร์นิเจอร์ยังไง? ให้แขกมานั่งคุยธุรกิจกันใต้เสาไฟฟ้ารึไงคะ”
“ถ้าฉันไม่รื้อตรงนั้น ลูกค้าก็จะไม่ได้มุมมองพาโนรามาของแม่น้ำเจ้าพระยาตามที่บรีฟมาตั้งแต่แรก!” พิมพ์มาดาก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะ มือเรียวทุบลงเบา ๆ เพื่อเน้นย้ำความตั้งใจ ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร “หน้าที่ของคุณคือการทำให้อินทีเรียมันกลมกลืนและใช้งานได้จริง ไม่ใช่มานั่งบ่นแล้วรอให้ฉันยกเลิกแบบที่สวยที่สุดในโปรเจกต์นี้!”
ห้องทำงานทั้งห้องแทบจะลุกเป็นไฟด้วยประกายตาที่ฟาดฟันกันไปมา เคมีที่พุ่งพล่านระหว่างความเนี๊ยบไร้ที่ติของสถาปนิกสาวกับความขบถหัวรั้นของอินทีเรียดีไซเนอร์ระเบิดออกในพื้นที่แคบ ๆ นี้
รินรดานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาคมกวาดมองหน้าจอที่มีเส้นสายซับซ้อนสลับไปมา หล่อนไม่ได้เถียงกลับทันทีอย่างเคย นิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้า ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่ยืนหายใจหอบอยู่ตรงหน้า
“โอเคค่ะ…” รินรดาถอนหายใจยาวเหยียด ยอมจำนนต่อสถานการณ์เฉพาะหน้า “ถ้าเราดึงดันจะเถียงกันเรื่องศักดิ์ศรีต่อไปจนถึงเช้า เราคงได้พากันไปตกงานคู่จริง ๆ ตามที่อีเมลเตือนภัยขู่ไว้”
พิมพ์มาดาหรี่ตาลงอย่างระแวง “คุณหมายความว่ายังไง”
“หมายความว่า…” รินรดายันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนน่าใจหาย กลิ่นวานิลลาจาง ๆ ลอยวนอยู่ปลายจมูกของพิมพ์มาดาอีกครั้ง “เรามาสงบศึกกันชั่วคราวค่ะ คุณยอมถอยเรื่องเสาโครงสร้างตรงนั้นมาครึ่งก้าว เพื่อให้ฉันมีพื้นที่จัดวางเคาน์เตอร์ต้อนรับ และฉันจะช่วยคุณคำนวณจุดซ่อนงานระบบไฟบนฝ้าเพดานโค้งนั่นให้ผ่านแบบรวดเร็วที่สุด โดยที่เราจะไม่ด่ากันจนกว่างานจะส่ง”
พิมพ์มาดานิ่งอึ้ง เธอมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่อยู่ใกล้แค่คืบ แววตาของรินรดานั้นจริงจัง ไม่มีร่องรอยของการเล่นลิ้นหรือกวนประสาทเหมือนทุกครั้ง
มันเป็นการร่วมมือกันของสองขั้วตรงข้ามที่จำใจต้องจับมือ เพื่อความอยู่รอดในสมรภูมิงานออกแบบนี้
“สัญญาค่ะว่าจะไม่ปากดีใส่ฉันระหว่างทำงานร่วมกันรอบนี้” พิมพ์มาดายื่นข้อเสนอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย
“สัญญาค่ะ คุณหญิงสถาปนิก” รินรดายิ้มมุมปาก ยื่นมือเรียวมาตรงหน้า “ดีลไหมคะ?”
พิมพ์มาดามองมือคู่นั้นอยู่ชั่ววินาที ก่อนจะตัดสินใจยื่นมือไปจับเพื่อทำข้อตกลง สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของอีกฝ่ายส่งผ่านความรู้สึกประหลาดเข้ามาในใจจนเธอต้องรีบชักมือกลับแทบไม่ทัน
“งั้นก็เริ่มค่ะ… เวลาเหลืออีกแค่ห้าชั่วโมง” พิมพ์มาดาหันกลับไปหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อซ่อนร่องรอยความปั่นป่วนในใจที่เพิ่งเกิดขึ้น
ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะได้เริ่มต้นขีดเส้นตายร่วมกัน เสียงฝีเท้าหนัก ๆ พร้อมเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
“คุณพิมพ์มาดาครับ อยู่ข้างในหรือเปล่าครับ พอดีผมเอาเอกสารด่วนจากท่านประธานมาให้เซ็น...”
เสียงทุ้มของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำเอาลมหายใจของทั้งพิมพ์มาดาและรินรดาสะดุดกึกพร้อมกัน เพราะร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงธรณีประตูนั้น... คือคนที่พวกเธอคาดไม่ถึงที่สุดในเวลานี้!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความฟินปนแซ่บในตอนนี้ด้วยกันนะคะ
สถาปนิกสาวขีดเส้นตาย หัวใจนายอินทีเรีย•ตอนที่ 9
ร่วมมือชั่วคราว
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวขีดเส้นตาย หัวใจนายอินทีเรีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!