ทายาทสายเลือดสีเทากับเกมกระดานอำนาจ•ตอนที่ 8

เปราะบางดั่งแก้ว

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
"ไง... หลานชาย ไม่เจอกันนานเลยนะ ตั้งแต่วันที่พ่อแม่แกตาย... แกโตขึ้นเยอะนี่หว่า" น้ำเสียงเย้ยหยันที่เจือไปด้วยกลิ่นอายของความอัปยศเมื่อสิบปีก่อนดังขึ้นบาดโสตประสาท เสียงหัวเราะในลำคอของอัครพลไม่ได้เป็นเพียงแค่เสียงสะท้อนของความเย่อหยิ่ง แต่มันคือคมมีดสนิมเขรกรadที่ถูกกรีดซ้ำลงบนรอยแผลเป็นที่ยังไม่เคยแห้งสนิทของธรรศ ในห้องทำงานส่วนตัวที่หรูหรา โอ่อ่า และอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของอำนาจและเงินตรา แสงไฟจากโคมไฟคริスタルราคาแพงส่องกระทบใบหน้าของอัครพลให้ดูบิดเบี้ยว รอยยิ้มของคนมีชัยเหนือกว่าปรากฏขึ้นอย่างไม่ปิดบัง เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ตัวใหญ่ ราวกับราชาที่กำลังมองดูมดปลวกตัวน้อยที่บังAาญมาท้าทายอาณาจักรของตน ธรรศยืนนิ่งเป็นรูปปั้น หินผาที่เคยแข็งแกร่งและเยือกเย็นมารอดพ้นทุกเกมกระดานอำนาจ บัดนี้กลับมีรอยร้าวลึกปรากฏขึ้นที่มุมปาก นิ้วมือเรียวยาวที่เคยถือครองหุ้นนับหมื่นล้านกำลังสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด ความดันในร่างกายพุ่งสูงจนน่ากลัว โลกทั้งใบที่เคยหมุนไปตามการควบคุมของเขากลับหมุนคว่ำคะมำหงายอย่างไร้ทิศทาง ภาพในอดีตซ้อนทับเข้ามาในโสตประสาท เสียงสัญญาณชีพที่ดังติ๊ด... ติ๊ด... ในคืนวันมรณะ เสียงกรีดร้องของมารดา และกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในซากรถหรู *หนี... ต้องหนีไปให้พ้น* อาการแพนิคจู่โจมเข้าใส่ธรรศอย่างรุนแรงไร้ความปรานี หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึกที่กำลังจะระเบิด หน้าอกของเขารู้สึกเหมือนถูกกดทับด้วยแท่งเหล็กนับตัน อากาศรอบตัวหายไปไหนหมด? ทำไมมันถึงหายใจไม่ออก? เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มแผ่นหลังและขมับ ความมืดมิดที่เขาเคยพยายามผลักไสไล่ส่งตลอดชีวิตกำลังโถมเข้ากลืนกินสติสัมปชัญญะของเขาจนหมดสิ้น "อ้าว... เป็นอะไรไปล่ะ หลานรัก แค่คำทักทายจากอาผู้มีพระคุณ ถึงกับยืนตัวสั่นทำอะไรไม่ถูกเลยหรือไง อำนาจเงินที่แกอวดอนักอวดหนา มันช่วยซื้ออากาศหายใจให้แกตอนนี้ได้ไหมล่ะ ฮึ!" อัครพลหัวเราะลั่นห้องด้วยความสะใจ เขาชอบเหลือเกินที่ได้เห็นทายาทตระกูลสีเทาผู้เย่อหยิ่งต้องมาทรมานอยู่เบื้องหน้า ทว่า ก่อนที่ธรรศจะล้มพับลงไปกองกับพื้น มือเรียวบางแต่มั่นคงคู่หนึ่งก็เอื้อมมาคว้าข้อมือของเขาไว้แน่น แรงบีบนั้นอบอุ่นและหนักแน่นพอที่จะดึงสติอันกระเจิดกระเจิงของเขากลับมาสู่ความเป็นจริง รินรดา... หญิงสาวก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเสือร้ายกับเหยื่อที่กำลังอ่อนแรง แววตาของเธอนิ่งสงบแต่เด็ดเดี่ยวอย่างยิ่งยวด เธอไม่ได้แสดงความหวาดกลัวต่ออำนาจและบารมีของอัครพลแม้แต่น้อย ในฐานะจิตแพทย์ผู้มองเห็นบาดแผลลึกใต้ความสุขุมของธรรศ เธอย่อมรู้ดีว่าเวลานี้เขาเปราะบางดั่งแก้วเจียระไนที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อหากถูกแรงกระแทกอีกเพียงนิดเดียว "คุณอัครพลคะ" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นุ่มนวลและทรงพลังพอกลบเสียงหัวเราะน่ารังเกียจนั้นลงได้ "การต้อนรับแขกด้วยการขุดคุ้ยความโศกเศร้าในอดีต ดูจะเป็นมารยาททางธุรกิจที่ต่ำต้อยเกินกว่าที่นักบริหารระดับคุณควรจะทำนะคะ" อัครพลหรี่ตามองหญิงสาวหัวอ่อนที่เขามองข้ามมาตลอด "เธอเป็นใคร? มีสิทธิ์อะไรมา..." "ฉันเป็นคู่หมั้นของเขาค่ะ" รินรดาตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด เธอหันไปสบตากับธรรศที่กำลังหายใจหอบถี่ มืออีกข้างยกขึ้นประคองใบหน้าคมคายที่ซีดเผือดของเขาไว้ "ธรรศคะ... มองตาฉันค่ะ หายใจเข้าลึกๆ ตามจังหวะของฉันนะคะ หนึ่ง... สอง... สาม..." เธอยืนหยัดเป็นกำแพงมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุด ปกป้องผู้ชายที่กุมความมั่งคั่งอันไร้ขีดจำกัดแต่กลับพ่ายแพ้ให้กับบาดแผลในจิตใจ ธรรศมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของรินรดา ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอที่แนบอยู่ข้างแก้มค่อยๆ ซึมซับความหวatกลัวและภาพอดีตอันโหดร้ายให้เจือจางลง สติที่หลุดลอยเริ่มกลับคืนเข้าร่าง อัตราการเต้นของหัวใจเริ่มช้าลงตามจังหวะลมหายใจที่เธอคอยชี้นำ นี่คือผู้หญิงคนเดียวที่กล้าห้ามไม่ให้เขาดำดิ่งลงสู่ความมืดมิด และเป็นคนเดียวที่ได้เห็นมุมที่เปราะบางที่สุดของมหาเศรษฐีผู้เย็นชา "ขอบคุณครับ... ริน" ธรรศกระซิบเสียงแผ่วเบา ดวงตาคมกริบที่เคยหม่นแสงค่อยๆ กลับมาทอประกายความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ทีละน้อย ความอ่อนแอเมื่อครู่ถูกเก็บกดลงไปในก้นบึ้งของจิตใจ ถูกแทนที่ด้วยเพลิงแห่งความแค้นที่ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม เมื่อเห็นว่าธรรศตั้งสติได้และกลับมายืนหยัดได้อย่างมั่นคง รินรดาก็ผละมือออกอย่างสง่างาม เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับอัครพลที่เริ่มมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเหยื่อไม่ได้อ่อนแออย่างที่คิด "คุณอัครพลคะ" รินรดายิ้มบางๆ รอยยิ้มที่งดงามแต่กลับทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกหน Iหนาวถึงขั้วหัวใจ "เมื่อครู่คุณพูดถึงเรื่องเงินและอากาศหายใจไม่ใช่หรือคะ? งั้นเรามาลองทดสอบทฤษฎีนั้นกันดูหน่อยดีไหมคะว่า ระหว่างเงินในบัญชีของคุณ กับอำนาจเงินที่แท้จริงของธรรศ สิ่งไหนจะทำให้คุณ 'หายใจไม่ออก' ได้เร็วกว่ากัน" ธรรศเหยียดยิ้มที่มุมปาก แววตาคมปลาบกวาดมองผู้เป็นอาด้วยสายตาที่เปรียบเสมือนมองซากศพเดินได้ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมา ปลายนิ้วเรียวกดเปิดหน้าจอระบบธนาคารระดับเอกสิทธิ์เฉพาะบุคคล บัตรเครดิตสีดำสนิทที่ไม่มีวงเงินจำกัดถูกเรียกใช้งานผ่านระบบดิจิทัลทันที บรรยากาศในห้องทำงานพลันกดดันจนแทบหยุดหายใจ เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอขนาดใหญ่บนผนังห้องทำงานของอัครพลดังขึ้นติดต่อกันไม่ขาดสาย หุ้นในเครือบริษัททั้งหมดของอัครพลกำลังถูกกว้านซื้อด้วยความเร็วแสง มูลค่ามหาศาลที่ถูกเทขายทิ้งอย่างไร้ความปรานีทำให้ระบบการเงินของอีกฝ่ายสั่นคลอนในพริบตา อัครพลหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผากเมื่อตัวเลขในพอร์ตการลงทุนของเขาร่วงกราวรูดราวกับใบไม้ร่วง ธรรศก้าวเข้าไปใกล้ผู้เป็นอาช้าๆ รัศมีแห่งความน่าเกรงขามแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ เขายื่นหน้าจอโทรศัพท์ที่แสดงยอดเงินคงเหลือและสถานะการเข้าซื้อกิจการทั้งหมดให้ดูใกล้ๆ "ผมโตขึ้นมากอย่างที่คุณว่าจริงๆ นั่นแหละครับ อาพล..." ธรรศกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นยะเยือกจนน่าขนลุก "และของขวัญต้อนรับการกลับมาครั้งนี้... ผมเตรียมไว้ให้คุณจนล้นมือแล้วล่ะครับ" ทว่า ในวินาทีที่เกมกำลังพลิกผันและชัยชนะอยู่แค่เอื้อม ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารลับในมือ ใบหน้าของเขายิ้มเยาะขณะเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของทั้งธรรศและรินรดาต้องสะดุดกึก "ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับคุณธรรศ... แต่พอดีว่า 'ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด' อีกคนเพิ่งบินมาถึง และเธอกำลังรอพบคุณอยู่ที่ชั้นล่างด้วยตัวเองครับ" ------------------------------------------------ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความมืดมนและงดงามนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทสายเลือดสีเทากับเกมกระดานอำนาจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%