เสียงไวโอลินโซโล่จากบทเพลง *Chaconne* ของวิททาลีในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์รัตนกุล บาดลึกเสียยิ่งกว่าคมมีดโกนที่กรีดลงบนผิวเนื้อ
รินรดากระชับหน้ากากขนนกสีดำสนิทที่ปกปิดครึ่งใบหน้าของเธอไว้ ปลายนิ้วเรียวยาวเย็นเฉียบกุมมือของธรรศไว้แน่น เธอสัมผัสได้ถึงไอความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากตัวเขา—ไม่ใช่ความเย็นจากอุณหภูมิในห้องจัดเลี้ยงที่ติดแอร์จนหนาวเหน็บ แต่เป็นความเย็นชาจากจิตวิญญาณของผู้ชายที่ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ไว้ชีวิตใครหน้าไหนอีกต่อไป
ค่ำคืนนี้ งานเต้นรำสวมหน้ากากการกุศลประจำปีถูกจัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแสดงความยิ่งใหญ่ของอัครพล นักธุรกิจผู้เคยเหยียบย่ำตระกูลของธรรศจนจมดิน ร่างสูงสง่าในชุดสูททักซิโด้ตัดเย็บพิเศษยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มแขกผู้มีเกียรติ รอยยิ้มเย่อหยิ่งและเสียงหัวเราะทุ้มต่ำของเขายังคงเอกลักษณ์ความกระหายอำนาจที่ไม่เคยเปลี่ยน แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ตาม
"ดูเขาซิคะ..." รินรดากระซิบเบาๆ ริมฝีปากบางเฉียบแทบไม่ขยับ ขณะที่สายตาคู่สวยกวาดมองไปทั่วห้องโถง "เหมือนราชาบนกองขยะที่ยังหลงคิดว่าตัวเองยืนอยู่บนบัลลังก์ทองคำ"
ธรรศไม่ตอบในทันที ดวงตาคมกริบภายใต้หน้ากากสีเงินยวดยวงจดจ้องไปยังเป้าหมายอย่างไม่ละสายตา เขาหมุนแก้วคริสตัลในมือช้าๆ ของเหลวสีอำพันสะท้อนแสงไฟระยิบระยับราวกับหยดเลือดในความมืด ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบราบแต่น่าขนลุก
"บัลลังก์ที่สร้างขึ้นจากคราบน้ำตาและหยาดเหงื่อของคนอื่น... ต่อให้ประดับด้วยเพชรนิลจินดามากแค่ไหน สุดท้ายมันก็เป็นแค่เศษซากปรักหักพังที่รอวันถล่มลงมาทับร่างเจ้าของเท่านั้นค่ะ, ริน"
คำพูดของเขาไม่ใช่การโอ้อวด แต่มันคือคำพิพากษา
ในวินาทีนั้น อัครพลหันมาสบตาเข้ากับธรรศพอดี แม้จะมีหน้ากากปิดบังใบหน้า แต่สัญชาตญาณของนักล่าและแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นอันคุ้นเคยก็ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของอัครพลแข็งค้างไปชั่วขณะ เขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนจะเดินแหวกกลุ่มคนเข้ามาหาชายหนุ่มลึกลับที่ยืนโดดเด่นอยู่มุมห้อง
"ขอโทษนะครับ... เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า?" อัครพลเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงยโส มือหนายกขึ้นถือแก้วแชมเปญอย่างเหนือกว่า "งานนี้แขกผู้มีเกียรติก็เยอะพอสมควร แต่ผมจำไม่ได้ว่าเคยเชิญใครที่... ให้บรรยากาศน่าอึดอัดเท่าคุณมาก่อน"
ธรรศยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้รินรดารู้สึกใจหายวาบ เธอรู้ดีว่านี่คือสัญญาณเริ่มต้นของการทำลายล้าง
"ความจำของคุณยังสั้นเหมือนเดิมเลยนะคะ, คุณอัครพล" ธรรศจงใจดัดเสียงให้ทุ้มต่ำลงเล็กน้อย ก่อนจะถอดหน้ากากออกช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน "แต่สำหรับฉัน... ทุกคำพูดและทุกสิ่งที่ตระกูลของคุณเคยทำไว้ ฉันจำได้แม่นยำยิ่งกว่าลมหายใจเสียอีกค่ะ"
ร่างของอัครพลช็อกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระบาล ดวงเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนก สีหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อตระหนักว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือใคร—ธรรศ ทายาทคนที่เขาคิดว่ากำจัดออกไปจากสารระบบธุรกิจตั้งแต่สิบปีก่อนแล้ว!
"แก...! เป็นไปได้ยังไง..." อัครพลเค้นเสียงลอดไรฟัน มือที่ถือแก้วแชมเปญสั่นเทาจนเครื่องดื่มกระฉอก
"แปลกใจเหรอคะ?" ธรรศก้าวเข้าไปใกล้โดยใช้ความสูงและรัศมีแห่งอำนาจกดดันอีกฝ่ายให้ต้องถอยหลัง "แปลกใจที่เด็กที่คุณเคยเหยียบหัวในวันนั้น ยังมีชีวิตอยู่...แถมยังมีปัญญาซื้อหุ้นใหญ่สามสิบเปอร์เซ็นต์สุดท้ายในบริษัทของคุณแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในวันนี้"
"แกหมายความว่ายังไง!" อัครพลตะคอกลั่น เริ่มสูญเสียการควบคุมท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อรอบข้างที่เริ่มหันมามอง
"หมายความตามที่ได้ยินค่ะ" ธรรศหยิบบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทไร้ขีดจำกัด (Centurion Black Card) ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างไม่รีบร้อน เขาวางมันลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่านมาพอดีด้วยท่าทางสบายๆ "และถ้าคุณสงสัยว่าฉันเอาเงินมาจากไหนเพื่อซื้อบริษัทของคุณจนหมดเนื้อหมดตัว... ลองเช็กหน้าจอโทรศัพท์ของคุณตอนนี้ดูซิคะ ว่าบัญชีธนาคารหลักของคุณ ถูกอายัดไปตั้งแต่เมื่อสามวินาทีที่แล้วหรือยัง"
เสียงสัญญาณเตือนภัยจากสมาร์ตโฟนในกระเป๋าเสื้อของอัครพลดังขึ้นพร้อมกันหลายเครื่อง สีหน้าของนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่แปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวปนม่วงด้วยความตกใจสุดขีด เขารีบควักโทรศัพท์ออกมาดู และพบว่าทรัพย์สินทั้งหมดของเขาถูกโอนถ่ายและอายัดโดยคำสั่งศาลและระบบการเงินระหว่างประเทศที่ไม่มีทางแก้เกมได้ทัน
บรรยากาศรอบตัวอัครพลพังทลายลงในพริบตา ความมั่น 100% อำนาจเงินตรา และความยโสที่สะสมมาทั้งชีวิต มลายหายไปจนไม่เหลือชิ้นดี เข่าของอัครพลทรุดฮวบลงกับพื้นพรมราคาแพง ท่ามกลางความตกตะลึงของแขกเหรื่อในงานที่ต่างพากันซุบซิบ
รินรดามองภาพนั้นด้วยแววตาเรียบเฉย เธอเอื้อมมือไปแตะแขนของธรรศเบาๆ เพื่อดึงสติเขาให้กลับมาจากความมืดมิด แม้ชัยชนะจะสมบูรณ์แบบ แต่อุณหภูมิในใจของเธอกลับเป็นห่วงความรู้สึกของชายหนุ่มมากกว่าสิ่งใด
แต่ก่อนที่ใครจะได้เอื้อนเอ่ยประโยคใดออกมา เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ก็กระหน่ำดังสนั่นหวั่นไหวมาจากด้านนอกหน้าต่างกระจกบานยักษ์ แรงลมมหาศาลทำให้ผ้าม่านปลิวสะบัดและแก้วคริสตัลบนโต๊ะสั่นระริก
แสงไฟสปอตไลท์สีขาวนวลสาดส่องทะลุกระจกเข้ามาในห้องโถง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาปริศนาที่ก้าวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวซึ่งลดระดับลงจอดอย่างอารักขาบนลานสนามหญ้าหน้าคฤหาสน์
การมาถึงของผู้มาเยือนใหม่คนนี้... กลับทำให้รอยยิ้มแห่งชัยชนะบนใบหน้าของธรรศแข็งค้างลงทันที เมื่อประตูห้องโถงถูกผลักเปิดออก พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
"เกมยังไม่จบหรอกนะ... หลานชาย"
***
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
— ต้นไม้ริมระเบียง
ทายาทสายเลือดสีเทากับเกมกระดานอำนาจ•ตอนที่ 17
ความลวงในงานเลี้ยง
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทสายเลือดสีเทากับเกมกระดานอำนาจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!