ทายาทสายเลือดสีเทากับเกมกระดานอำนาจ•ตอนที่ 2

รอยร้าวในภาพลักษณ์

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
หน้าจอสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่สว่างวาบขึ้นในกระเป๋าเสื้อสูทของธรรศ ไม่ได้ทำให้อุณหภูมิความเย็นเยียบในห้องตรวจส่วนตัวลดลงเลยแม้แต่น้อย ข้อความแจ้งเตือนการโอนเงินจำนวนมหาศาลหลักร้อยล้านบาทเข้าบัญชีลับ ปรากฏขึ้นพร้อมกับภาพถ่ายความละเอียดสูงของบุคคลที่สาม—เงาร่างในอดีตที่อัครพลเคยคิดว่าฝังกลบไว้ใต้ดินอย่างไร้ร่องรอย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งเดียวที่ดึงดูดสายตาของแพทย์หญิงรินรดาในวินาทีนี้ "คุณกำลังปฏิเสธการรักษา... ทั้งที่กราฟคลื่นหัวใจและระดับความเครียดในสมองของคุณฟ้องชัดเจนว่าคุณกำลังยืนอยู่บนปากเหว" รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าซ่อนความกังวลไว้ใต้ความสุขุมระดับมืออาชีพ เธอวางแฟ้มประวัติสีดำสนิทลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส ปลายเรียวนิ้วของเธอประสานเข้าหากันเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่ธรรศมักจะมองทะลุปรุโปร่งเสมอ ธรรศแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยันหยือก รอยยิ้มที่มุมปากของเขาไม่ได้มีความสุขเลยแม้แต่น้อย มันว่างเปล่าจนน่ากลัวราวกับหลุมดำที่พร้อมจะดูดกลืนทุกสรรพสิ่ง "ปากเหรงั้นหรือครับ... ขอโทษทีนะคะแพทย์หญิงรินรดา สำหรับผมแล้ว โลกใบนี้ไม่มีปากเหว มีแต่ทางด่วนที่ปูด้วยธนบัตร และผมก็กำลังเหยียบคันเร่งมิดชิดเพื่อไปให้ถึงจุดจบของไอ้พวกสวะที่เคยเหยียบย่ำครอบครัวผมต่างหาก" ธรรศจงใจใช้สรรพนามและน้ำเสียงที่กึ่งเยาะกึ่งยวน เขายื่นมือหนาออกไปช้าๆ ปลายนิ้วกร้านแดดแตะลงบนหลังมือของรินรดาที่วางอยู่บนโต๊ะ เขากุมมือเธอกลับแน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนผิวนื้อบริเวณนั้นขึ้นรอยแดงจางๆ แต่รินรดากลับไม่คิดจะชักมือหนี เธอกลับพลิกฝ่ามือขึ้นเล็กน้อยเพื่อกุมมือเขาตอบ เป็นการสัมผัสที่เปราะบางแต่ทรงพลังอย่างยิ่งยวด "คุณคิดว่าเงินมูลค่ามหาศาลในบัญชีลับนั่น จะซื้อลมหายใจสุดท้ายคืนมาได้หรือคะ ธรรศ" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดที่ต้องเห็นชายหนุ่มผู้เป็นดั่งลมหายใจ ค่อยๆ ทำลายตัวเองด้วยเพลิงแค้น "ฉันไม่ใช่จิตแพทย์ที่นั่งฟังคุณระบายความเครียดเพื่อเอาเงินค่ารักษา... แต่ฉันคือคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ เพื่อไม่ให้คุณกลายเป็นปีศาจที่ไร้หัวใจไปเสียก่อนที่คุณจะแก้แค้นสำเร็จ" บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวราวกับจะขับเน้นความตึงเครียดระหว่างคนทั้งสองให้เด่นชัดขึ้น ธรรศชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววดุดันและเย็นชาไหววับเป็นประกายความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดทับมันมาตลอดชีวิต—ความรู้สึกผิดที่ดึงเธอดำดิ่งเข้ามาในวังวนสีเทานี้ "คุณนี่มัน... ดื้อด้านเสียจริงนะรินรดา" ธรรศถอนหายใจยาว พลางเบนสายตาไปมองภาพถ่ายปริศนาบนหน้าจอโทรศัพท์ที่ยังคงสว่างวาบ ภาพนั้นคือใบหน้าของอดีตหุ้นส่วนผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังกุมชะตากรรมของตระกูลเขาในอดีต และตอนนี้... ตาแก่คนนั้นกำลังเดินเข้ามาในตึกโรงพยาบาลแห่งนี้ ตามคำเชิญที่เขาจงใจส่งไป ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ ก่อนที่บานประตูไม้เนื้อดีจะถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างท้วมของอัครพลก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับรอยยิ้มเย่อหยิ่งและเสียงหัวเราะในลำคอที่น่ารังเกียจ โดยมีบอดี้ชายฉกรรจ์อีกสองคนยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง "โอ๊ะ ขอโทษทีครับคุณหมอ... ผมไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนเวลาส่วนตัวของท่านประธานธรรศเขาสักเท่าไหร่หรอกนะ" อัครพลก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเหนือกว่า สายตาคมปลาทูมองกราดสำรวจรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความไร้มารยาท ก่อนจะหันมาสบตากับธรรศด้วยรอยยิ้มเหยียดหยาม "ได้ข่าวว่าทายาทตระกูลที่ล่มสลายไปแล้วอย่างคุณ มานั่งรักษาอาการทางจิตที่นี่... น่าสมเพชเป็นบ้าเลยนะว่าไหมธรรศ? เงินน่ะ ต่อให้มีมากแค่ไหน ก็ซื้อความมั่นคงให้ไอ้บริษัทใกล้เจ๊งของคุณไม่ได้หรอก" รินรดาสูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เธอกำลังจะอ้าปากตอกกลับตาแก่โสโครกผู้นี้ด้วยคำพูดที่เฉียบคมที่สุดในฐานะปัญญาชน แต่ธรรศกลับยกมือขึ้นห้ามเธอไว้ช้าๆ ธรรศลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทสั่งตัดราคาแพงแผ่รังสีคุกคามที่ทำให้อัครพลเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติ เขาสอดมือข้างหนึ่งลงในกระเป๋ากางเกงอย่างสบายอารมณ์ ราวกับกำลังมองดูมดปลวกที่กำลังเดินเข้ากองไฟด้วยความสมัครใจ "เงินซื้อความมั่นคงไม่ได้... งั้นหรือครับคุณอัครพล?" ธรรศเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ากังวานก้องไปทั่วห้องตรวจ เขากดปุ่มรับสายเรียกเข้าจากสมาร์ทโฟนในมืออีกข้าง ก่อนจะเปิดสปีกเกอร์โฟนให้ทุกคนในห้องได้ยินเสียงปลายสายอย่างชัดเจน *"เรียนท่านประธานธรรศครับ..."* เสียงทุ้มต่ำและสั่นเทาของผู้อำนวยการธนาคารแห่งชาติสาขาใหญ่ดังทะลุออกมาจากลำโพง *"การดำเนินการซื้อหุ้นใหญ่ 51% ของบริษัทอัครพลโฮลดิ้งส์เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วครับ บัญชีทั้งหมดของทางนั้นถูกอายัด และ... หนี้สินทั้งหมดห้าพันล้านบาท ถูกโอนมาเป็นภาระผูกพันภายใต้การดูแลของคุณโดยตรงแล้วครับท่าน"* สีหน้าของอัครพลเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ รอยยิ้มเย่อหยิ่งแข็งค้าง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มขมับทันทีที่ตระหนักได้ว่า ตัวเองเพิ่งเดินเข้ามาในกรงขังที่ธรรศเตรียมไว้ต้อนรับอย่างสมบูรณ์แบบ "แก... แกทำอะไรลงไปไอ้เด็กเวร!" อัครพลคำรามลั่นด้วยความสติหลุด พยายามพุ่งตัวเข้าไปหาธรรศแต่ถูกบอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำอีกกลุ่มที่แอบซุ่มอยู่ด้านนอกรุดเข้ามาล็อคตัวไว้กดลงกับพื้นอย่างไร้ความปรานี ธรรศก้าวเข้าไปใกล้อัครพลที่กำลังดิ้นรนอยู่แทบเท้า เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูชายแก่ด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก "ยินดีต้อนรับสู่เกมกระดานของผมนะครับ... คุณอัครพล" ธรรศเหยียดยิ้มร้ายกาจ "เพราะตอนนี้ ต่อให้คุณเอาชีวิตเข้าแลก คุณก็ไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อแม้กระทั่งสิทธิ์ในการหายใจบนแผ่นดินนี้ด้วยซ้ำ" ในเสี้ยววินาทีนั้น เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนของธรรศก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับภาพถ่ายใบสุดท้ายที่ถูกส่งเข้ามา เป็นภาพของเรือยอร์ตส่วนตัวหรูหรากลางทะเลลึกที่กำลังถูกเพลิงสีแดงฉานโหมกระหน่ำเผาผลาญจนไม่เหลือชิ้นดี... สมบัติชิ้นสุดท้ายที่อัครพลรักยิ่งกว่าชีวิตกำลังมอดไหม้เป็นจุล ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านผลงานของ "ต้นไม้ริมระเบียง" นะคะ ---
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทสายเลือดสีเทากับเกมกระดานอำนาจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%