ความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูหราของเพนต์เฮาส์ใจกลางเมือง ไม่ได้แปลว่าความตึงเครียดได้คลี่คลายลง ตรงกันข้าม มันกลับหนาแน่นเสียจนแทบจะกลายเป็นของแข็งที่บีบอัดออกซิเจนจนหมดสิ้น
รอยยิ้มเย่อหยิ่งบนใบหน้าของธรรศเมื่อครู่ ยังคงค้างเติ่งอยู่บนมุมปาก ทว่าดวงตาคู่คมที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจ กลับไหววูบและแข็งค้าง เมื่อหลักฐานชิ้นสำคัญ—แฟ้มเอกสารสีดำสนิทที่รินรดาเพิ่งเปิดออก—ได้เผยภาพถ่ายและบันทึกทางการแพทย์ที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ในส่วนลึกที่สุดของความทรงจำ
"คุณ... เอาสิ่งนี้มาจากไหนคะ, ธรรศ"
เสียงของรินรดาแผ่วเบาเหลือเกิน แต่มันกลับก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของชายหนุ่มราวกับเสียงกัมปนาท เธอมองหน้าเขาด้วยแววตาที่ผสมผสานระหว่างความเจ็บปวด ความตกใจ และความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ในฐานะจิตแพทย์ เธอมักจะอ่านใจคนอื่นได้เสมอ แต่กับผู้ชายคนนี้ เธอกลับเพิ่งตระหนักว่า กำแพงความเย็นชาและอำนาจเงินมหาศาลที่เขาสร้างขึ้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงเกราะป้องกันอันเปราะบาง ที่ห่อหุ้มเด็กชายผู้แตกสลายคนหนึ่งเอาไว้
ธรรศเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง สันกรามของเขานูนเด่นขึ้นมาด้วยความโกรธกรเกร็ง มือหนาที่เคยถือไพ่เหนือกว่าในทุกเกมธุรกิจ กลับกำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วซีดเผือด เขาไม่ได้เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ออกมา เพราะความเงียบของเขาในเวลานี้ คือการยอมรับโดยดุษฎี
ในภาพถ่ายใบนั้น คือห้องใต้ดินอับชื้นในคฤหาสน์หลังเก่าของตระกูล ร่างของเด็กชายวัยสิบขวบที่ถูกล่ามโซ่ไว้กับเสาปูน ในสภาพเนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและคราบเลือด ดวงตาคู่นั้นว่างเปล่าไร้ซึ่งความหวัง และผู้ชายที่ยืนถือเข็มฉีดยาอยู่เบื้องหน้า ก็คืออัครพล ศัตรูตัวฉกาจที่กำลังหัวเราะเยาะหยันอยู่บนจุดสูงสุดของความสำเร็จในปัจจุบัน
"คุณปิดบังฉันมาตลอด..." รินรดากล่าวต่อ น้ำตาคลอเบ้าแต่ไม่มีหยดไหนร่วงหล่นลงมา เธอค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้เขา ช้าๆ ราวกับกลัวว่าเสือร้ายที่บาดเจ็บตัวนี้จะกระโจนใส่ "คุณบอกฉันเสมอว่าความแค้นของคุณขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์และเกมธุรกิจ แต่ไม่ใช่เลย... ธรรศคะ, คุณกำลังพยายามฆ่าเงาในอดีตต่างหาก"
"คุณหยุดพูดเถอะ, ริน" ธรรศสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน นัยน์ตาคู่ที่เคยเยືือกเย็นราวกับน้ำแข็งในฤดูหนาว บัดนี้กลับมีรอยร้าวปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน "คุณไม่มีทางเข้าใจหรอกว่านรกในวันนั้นมันหน้าตาเป็นอย่างไร... คนที่เติบโตมาบนกองเงินกองทองอย่างคุณ ไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกของการเป็นเหยื่อที่ถูกเฉือนเนื้อทีละน้อยหรอกนะ"
คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้รินรดาโกรธเคือง ตรงกันข้าม เธอกลับรู้สึกเจ็บแปลบในอกราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง เธอรู้ดีว่านี่คือกลไกการป้องกันตัวของเขา—การผลักไสคนที่รักออกไปเพื่อให้ตัวเองปลอดภัยในความโดดเดี่ยว
หญิงสาวไม่ถอยหลัง เธอเดินเข้าไปประชิดตัวชายหนุ่ม เอื้อมมือเรียวบางทั้งสองข้างขึ้นกอบกุมใบหน้าคมคายที่กำลังเกร็งเครียดเอาไว้ ปลายนิ้วโป้งของเธอเกลี่ยเบาๆ ที่โหนกแก้มสากอย่างทะนุถนอม ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอส่งผ่านไปยังผิวเนื้อของเขา ทำให้ร่างกายที่แข็งทื่อของธรรศเริ่มผ่อนคลายลงทีละน้อย
"ฉันอาจจะไม่เคยถูกล่ามโซ่..." รินรดากระซิบชิดริมฝีปากของเขา แววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและมั่นคง "แต่ฉันรู้จักคุณ ธรรศ... ฉันรู้จักหัวใจดวงที่แตกสลายดวงนี้ดียิ่งกว่าตัวคุณเองเสียอีก ถ้าคุณอยากจะทำลายล้างอัครพลให้สิ้นซาก ฉันไม่ห้ามคุณหรอกค่ะ แต่ได้โปรด... อย่าใช้ชีวิตและจิตวิญญาณของคุณไปแลกกับมันได้ไหมคะ?"
ธรรศชะงักงัน ลมหายใจของเขาสะดุดกึก ความเย็นชาที่สะสมมานานนับสิบปีราวกับถูกเปลวเพลิงแห่งความอ่อนโยนนี้หลอมละลายจนหมดสิ้น ในวินาทีนั้น กำแพงทั้งหมดที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นโลกภายนอกได้พังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า เขาซบใบหน้าลงกับฝ่ามือของหญิงสาว หลับตาลงแน่น ปล่อยให้ความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากนักธุรกิจผู้ไร้หัวใจ ได้ระบายออกมาผ่านอ้อมกอดที่โอบกอดเอวบางของเธอไว้แน่นราวกับเธอกลายเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวในจักรวาลอันมืดมิด
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความกดดันกลายเป็นความเงียบสงบที่เปี่ยมด้วยมิติทางอารมณ์อันลึกซึ้ง ทั้งสองคนยืนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดนั้นเนิ่นนาน ราวกับโลกใบนี้หยุดหมุนเหลือเพียงแค่พวกเขาสองคน...
กระทั่งเสียงกริ่งเตือนภัยจากระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะดังขึ้นทำลายความเงียบ!
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
หน้าจอโฮโลแกรมกลางห้องทำงานสว่างวาบขึ้นโดยอัตโนมัติ พร้อมกับภาพจากกล้องวงจรปิดรอบเพนต์เฮาส์ที่จับภาพบุคคลที่ไม่คาดฝันกำลังก้าวออกจากลิฟต์ส่วนตัว ร่างสูงโปรดของอัครพลปรากฏขึ้นบนจอ พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยอันเป็นเอกลักษณ์ ในมือของเขาถือเอกสารสำคัญชุดใหญ่ และข้างกายคือทนายความมือหนึ่งของประเทศ
ธรรศลืมตาขึ้นทันที แววตาที่เพิ่งอ่อนโยนลงเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นคมมีดอาบยาพิษที่พร้อมจะเชือดเฉือนในเสี้ยววินาที ความโกรธแค้นที่ถูกจุดประกายขึ้นมาใหม่ไม่ได้ทำลายล้างสติของเขาอีกต่อไป แต่มันกลับถูกหลอมรวมเข้ากับความเยือกเย็นอันน่าสะพรึงกลัว
"มันมาเร็วกว่าที่คิด..." ธรรศพึมพำเสียงต่ำ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มที่พ่ายแพ้ "ในเมื่อสุนัขบ้าเดินเข้ามาหาความตายถึงถ้ำเอง... เราก็ควรต้อนรับมันให้สมเกียรติหน่อยสินะคะ, ที่รัก"
รินรดามองหน้าคู่ชีวิตของเธอ เธอยืนหยัดเคียงข้างเขา พยักหน้ารับเบาๆ อย่างรู้ใจ มือเรียวหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาปลดล็อกระบบการเงินระดับมาตราฐานทหารทันที
ทว่า ก่อนที่อัครพลจะก้าวพ้นประตูห้องทำงานเข้ามา เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของธรรศก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน—มันคือข้อความสั้นจากธนาคารกลางสวิสเซอร์แลนด์ ที่รายงานการเคลื่อนไหวของบัญชีลับวงเงินหมื่นล้าน
และข้อความถัดมาที่ปรากฏบนหน้าจอ ทำเอาธรรศถึงกับต้องหรี่ตาลงด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย เพราะบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวทุนสำรองทั้งหมดในตอนนี้... ไม่ใช่อัครพลอย่างที่เขาวิเคราะห์ไว้
...แต่เป็นชื่อของบุคคลที่ควรจะตายไปพร้อมกับคฤหาสน์หลังเก่าเมื่อยี่สิบปีก่อน!
ต้นไม้ริมระเบียง ❤️
ทายาทสายเลือดสีเทากับเกมกระดานอำนาจ•ตอนที่ 20
บาดแผลที่เปิดเผย
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทสายเลือดสีเทากับเกมกระดานอำนาจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!