เสียงกระทบกันเบาๆ ของแก้วคริสตัลเจียระไนทรงคลาสสิกที่บรรจุแชมเปญวินンテージราคาแพงระยับ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงโถงใหญ่ของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาวดูผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม กลีบกุหลาบสีขาวนับหมื่นดอกที่ประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจงทั่วห้องบอลroom กลับดูคล้ายดอกไม้ประดับหน้าแท่นพิธีศพของความยุติธรรม มากกว่าจะเป็นงานการกุศลระดมทุนเพื่อเด็กด้อยโอกาส
ธรรศยืนนิ่งสนิทอยู่ริมเสาหินอ่อนอิตาลีสีดำสนิท ร่างสูงสง่าในชุดสูททักסיโด้ตัดเย็บพิเศษจากห้องเสื้อชั้นนำในมิลานเข้ารูปจนไร้ที่ติ เขาสวมนาฬิกา Patek Philippe รุ่นหายากที่ประเมินค่าเป็นตัวเลขทางบัญชีไม่ได้บนข้อมือซ้าย ทว่าสิ่งที่ทรงพลังกว่าเครื่องประดับราคาแพงเหล่านั้น คือรังสีความเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากดวงตาสีดำสนิทคู่คมกริบ คล้ายเหยี่ยวล่าเหยื่อที่กำลังซุ่มมองความโง่เขลาของฝูงแกะในทุ่งกว้าง
รินรดา ซึ่งยืนเคียงข้างเขาในชุดราตรียาวสีน้ำเงินเข้มปักเลื่อมระยิบระยับดุจท้องยามค่ำคืน เอื้อมมือเรียวบางมาแตะข้อศอกของเขาเบาๆ เป็นเชือกเส้นเล็กๆ ที่คอยดึงรั้งไม่ให้สัญชาตญาณดิบเถื่อนภายในตัวชายหนุ่มพุ่งทะยานออกไปฉีกกระชากเป้าหมายเสียก่อน
"อย่าลืมที่เราตกลงกันนะคะคุณธรรศ..." เสียงนุ่มนวลของจิตแพทย์สาวกระซิบแผ่วเบา ชิดริมใบหูของเขา "คืนนี้เรามาเพื่อรื้อถอนรากฐาน ไม่ใช่มาเผาตึกทิ้งทั้งหลัง... ความพินาศที่งดงาม ต้องใช้เวลาและความใจเย็นค่ะ"
ธรรศก้มมองหญิงสาวเพียงเสี้ยววินาที มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันคือรอยยิ้มของฆาตกรผู้ถือสิทธิ์ขาดในการเหนี่ยวไกปืน
"ผมรู้ครับ... เอ๊ย ดิฉันหมายถึง ดิฉันทราบดีค่ะริน" ธรรศเปลี่ยนสรรพนามในใจแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาปรามปนเอ็นดูจากเธอ "ความแค้นที่หมักบ่มมาสิบปี จะเทพรวดเดียวหมดแก้วได้อย่างไร มันต้องค่อยๆ ให้ลิ้มรสความขื่นขมทีละหยดต่างหาก"
กลางห้องโถงใหญ่ เสียงปรบมือดังเกรียวกราวขึ้นพร้อมกับแสงแฟลชจากช่างภาพสื่อมวลชนที่รุมล้อมร่างท้วมของอัครพล ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ อัครพลในวัยเลยหลักห้าแต่ยังดูภูมิฐานด้วยสูทแบรนด์เนมสั่งตัดพิเศษ เขากำลังยืนคลอเคลียอยู่กับภรรยาใหม่และลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ท่าทางเย่อหยิ่งจองหองและรอยยิ้มกว้างขวางที่เคลือบด้วยความเสแสร้งนั้น สะท้อนสันดานดิบของคนที่เคยเหยียบย่ำชีวิตคนอื่นจนจมดินเพื่อสร้างอาณาจักรของตัวเองขึ้นมา
อัครพลกวาดสายตาภาคภูมิใจไปทั่วห้อง ก่อนที่ดวงตาตี่เล็กของเขาจะสะดุดเข้ากับร่างสูงโปร่งของธรรศที่ยืนโดดเด่นอยู่มุมมืด
รอยยิ้มบนใบหน้าของอัครพลแข็งค้างไปชั่วขณะ เมื่อสมองส่วนลึกประมวลผลภาพตรงหน้า—ใบหน้านั้น โครงสร้างนั้น และโดยเฉพาะแววตาคู่นั้น มันช่างทับซ้อนกับภาพของอดีตหุ้นส่วนผู้ล่วงลับ—ชายผู้ที่เขาเคยหักหลัง แย่งชิงทุกอย่างมา และขับไล่ให้ตรอมใจตายอย่างไร้ที่ยืนในสังคมเมื่อทศวรรษก่อน
แต่เพียงชั่วพริบตา ความหวาดกลัวก็ถูกแทนที่ด้วยความยโสโอหังตามสันดาน อัครพลยักไหล่เบาๆ ส่งสัญญาณบอกภรรยา ก่อนจะเดินแหวกฝูงชนตรงดิ่งเข้ามาหาธรรศและรินรดาด้วยท่าทางกร่างระמהน
"อ้า... ไม่นึกเลยว่าจะได้เห็น 'แขกไม่ได้รับเชิญ' ในงานการกุศลระดับไฮ엔ด์แบบนี้" อัครพลเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน จงใจดัดให้ดังพอที่คนรอบข้างจะได้ยินเพื่อเรียกเสียงหัวเราะจากกลุ่มนักธุรกิจเลียแข้งเลียขาที่เดินตามหลังมา "นึกว่าลูกหลานตระกูลตกอับจะหนีหัวซุกหัวซุนไปสำนักสงฆ์ที่ไหนเสียอีกนะเนี่ย หรือว่าแอบปลอมบัตรเชิญเข้ามาหาเศษหาเลยกินฟรีในงาน?"
บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบลงทันที บรรดาไฮโซและเซเลบที่กำลังจิบไวน์ต่างชะงัก หันมาจับตาดูการเผชิญหน้าระหว่างสองขั้วอำนาจด้วยความอยากรู้อยากเห็น รินรดาสูดหายใจเข้าลึก1ครั้งเตรียมจะก้าวออกไปรับหน้าแทน แต่ธรรศยกมือขึ้นขวางไว้เบาๆ
ชายหนุ่มค่อยๆ หมุนแก้วแชมเปญในมือช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบสร้างความอึดอัดให้อัครพลอยู่หลายวินาที ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ แววตานั้นคมกริบจนอัครพลถึงกับผะเผงถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"บัตรเชิญราคาหลักล้านบาทแบบนี้... สำหรับผมมันเป็นแค่เศษกระดาษชิ้นหนึ่งที่เก็บตกมาจากถังขยะหน้าโรงแรมเท่านั้นแหละครับคุณอัครพล" ธรรศจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ครับ' ด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก "แต่ก็นั่นแหละครับ คนเรามักจะให้ค่ากับกระดาษราคาแพงเสมอ เมื่อในสมองไม่มีอะไรนอกจากความกลวงเปล่า"
ใบหน้าของอัครพลเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธจัด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "แก! ไอ้เด็กเวร! กล้าดียังไงมาพูดจาอวดดีต่อหน้าฉัน รู้ไหมว่าบริษัทของแกตอนนี้เหลือแค่ตึกโทรมๆ กับหนี้สินท่วมหัวที่พ่อแกสร้างไว้!"
"อ้อ... หนี้สินเหรอครับ?" ธรรศหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามของสัตว์ร้าย "ที่คุณพูดถึงเนี่ย... หมายถึงหนี้สามร้อยล้านที่บริษัทของคุณกำลังจะถูกฟ้องล้มละลายในอีกสี่สิบแปดชั่วโมงข้างหน้านี้หรือเปล่าครับ?"
รอยยิ้มเยาะบนหน้าอัครพลแข็งค้างทันที ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจ "แก... แกพูดเรื่องอะไรวะ!"
ธรรศไม่ตอบ เขาเพียงแค่หันไปพยักหน้ารับกับรินรดาเบาๆ จิตแพทย์สาวหยิบแท็บเล็ตหรูสีดำด้านออกจากกระเป๋าคลัชท์ เปิดหน้าจอและกดส่งข้อมูลชุดหนึ่งไปยังระบบส่วนกลางของงานทันที
ทันใดนั้น หน้าจอยักษ์ LED ด้านหลังเวทีที่เคยฉายภาพโลโก้งานการกุศล ก็กะพริบวูบวาบก่อนจะเปลี่ยนเป็นภาพเอกสารทางกฎหมายและบัญชีการเงินตัวเลขสีแดงฉาน—บัญชีลับ การยักยอกเงิน การฟอกเงิน และหมายศาลอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของเครือบริษัทอัครพล โผล่หราต่อหน้าแขกเหรื่อหลายร้อยชีวิตในห้องโถง
เสียงฮือฮาดังกระหึ่มขึ้นทันที บรรดานักธุรกิจที่เคยรุมล้อมอัครพลต่างพากันถอยกรูดออกห่างราวกับเขามีโรคติดต่อร้ายแรง
อัครพลหันกลับไปมองจอภาพด้วยความช็อกสุดขีด ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เขากำหมัดแน่นตัวสั่นเทาด้วยความแค้นและหวาดกลัว พุ่งสายตากลับมาที่ธรรศราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"ไอ้... ไอ้เด็กเปรต! แกทำอะไรกับบริษัทฉัน! แกเอาเอกสารพวกนี้มาจากไหน!" อัครพลตะโกนลั่นเสียงหลง หมดมาดนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่โดยสิ้นเชิง
ธรรศก้าวเข้าไปประชิดตัวอัครพลช้าๆ โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ได้ยินกันแค่สองคน แต่เย็นชาจนบาดลึกถึงกระดูกดำ
"ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับ... ผมแค่ซื้อหุ้นทั้งหมดของคุณผ่านนอมินีตอนที่มันร่วงติดฟลอร์เมื่อเช้านี้ และตอนนี้..." ธรรศหยุดเว้นจังหวะ เลื่อนหน้ามาสบตาที่สั่นระริกของศัตรู พร้อมรอยยิ้มพิฆาต "ผมเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุด... ที่กำลังจะยึดทุกอย่างที่คุณกราบกรานแย่งพ่อผมไป... รวมถึงเสื้อผ้าที่คุณกำลังใส่อยู่ด้วย"
อัครพลเข่าทรุดฮวบลงกับพื้นพรมราคาแพง ท่ามกลางเสียงแฟลชจากสื่อมวลชนที่รัวชัตเตอร์ราวกับพายุฝนอย่างไร้ความปรานี
ทว่า ในวินาทีที่ชัยชนะกำลังจะสมบูรณ์แบบ เสียงปรบมือช้าๆ และกังวานก้องจากความมืดบริเวณประตูทางเข้าหลักก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ทุกสายตาหันขวับไปมอง ร่างของหญิงสูงวัยในชุดสูทผ้าไหมสีดำสนิท ผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับธรรศราวกับพิมพ์เดียวกัน ก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกับผู้ติดตามในชุดสูทสากลนับสิบคน ดวงตาคู่นั้นจ้องมองมาที่ธรรศด้วยรอยยิ้มลึกลับที่ไม่มีใครคาดเดาได้
"เล่นสนุกพอหรือยังลูกชาย... เผลอแป๊บเดียว เกือบจะทำลายแผนทั้งหมดที่แม่วางไว้ซะแล้วนะ"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 5 นะคะ บทต่อไปรับรองว่าสมรภูมิเลือดนี้จะดุเดือดจนคุณวางไม่ลงแน่นอนค่ะ
(จากใจ... ต้นไม้ริมระเบียง)
ทายาทสายเลือดสีเทากับเกมกระดานอำนาจ•ตอนที่ 5
ค่ำคืนแห่งการปะทะ
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทสายเลือดสีเทากับเกมกระดานอำนาจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!