ทายาทสายเลือดสีเทากับเกมกระดานอำนาจ•ตอนที่ 23

การไล่ล่าทางกฎหมาย

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกกระแทกลงบนพื้นโต๊ะไม้สักทองราคาแพงระยับ เกิดเสียงทึบหนักหน่วงที่สะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของบริษัทอัครพลกรุ๊ป ราวกับเสียงฆ้อนพิพากษาจากยมบาลที่ดังขึ้นก่อนกำหนด อัครพลสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ตด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระ1คายเคืองและความโกรธเกรี้ยวที่ถูกขัดจังหวะ เขากำลังจะเอ่ยปากตวาดลูกน้องที่กล้าเสียมารยาทเช่นนี้ แต่ทว่า... ใบหน้าของบุคคลที่ยืนอยู่หลังโต๊ะทำงานของเขากลับไม่ใช่เลขาหน้าห้อง นั่นคือทนายความรุ่นใหญ่ผู้มีแววตาดุจเหยี่ยว ผู้กุมสถิติชนะคดีใหญ่ระดับประเทศมานับไม่ถ้วน และที่สำคัญที่สุด... เขาคือคนที่รับใช้ตระกูลของธรรศมานานกว่าสามทศวรรษ "นี่มันอะไรกัน!" อัครพลกระแทกเสียงลอดไรฟัน รอยย่นบนหน้าผากย่นเข้าหากันด้วยความหงุดหงิด "แกกล้าดียังไงบุกเข้ามาในห้องประชุมคณะกรรมการของฉันแบบนี้ หึ... อยากติดคุกข้อหาบุกรุกหรือไง ทนายวิภา S&P Partners" ทนายวิภาไม่ได้สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย เขายกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น หยิบแว่นสายตาขึ้นมาสวมด้วยท่าทางสุขุมนุ่มลึก ก่อนจะดันแฟ้มเอกสารหนาปึ้กเล่มนั้นเลื่อนไปตรงหน้าเจ้าของอาณาจักรหมื่นล้านด้วยปลายนิ้ว "ผมไม่ได้มาบุกรุกค่ะ คุณอัครพล... ผมมาในฐานะตัวแทนทางกฎหมายเต็มรูปแบบของ คุณธรรศ ภัทรพงศ์โภคิน" ทนายวิภากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมทุกพยางค์ "และเอกสารตรงหน้าคุณ คือหมายศาลพร้อมสำนวนฟ้องร้องในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ยักยอกทรัพย์สินทางปัญญา และฟอกเงิน... ด้วยวงเงินเรียกร้องความเสียหายเบื้องต้นรวมมูลค่าสี่พันล้านบาทถ้วนค่ะ" สิ้นคำพูดนั้น รอยยิ้มเย่อหยิ่งบนใบหน้าของอัครพลก็แข็งค้างทันที ราวกับถูกสาบให้กลายเป็นหิน "ส... สี่พันล้าน?" อัครพลทวนคำ เสียงหัวเราะแห้งๆ หลุดออกมาจากลำคออย่างไม่เชื่อหู "แกเสียสติไปแล้วหรือไง ธรรศมันเป็นแค่เด็กเมื่อวานซืนที่ฉันเคยเหยียบย่ำจนจมดิน มันเอาปัญญาที่ไหนมาฟ้องฉัน เอกสารพวกนี้มันก็แค่เศษกระดาษที่พวกแกกุขึ้นมาเพื่อขู่กรรโชกทรัพย์เท่านั้นแหละ!" "เศษกระดาษงั้นหรือคะ?" เสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบดังขึ้นจากประตูห้องประชุมที่เปิดอ้าออก รินรดาในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มเดินน่องเรียวยาวเข้ามาด้วยท่าทางสง่างาม มือเรียวบางถือแท็บเล็ตเครื่องหรูที่มีสัญลักษณ์ระบบความปลอดภัยระดับสูงสุด เธอมองอัครพลด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับเขากำลังมองมดปลวกตัวหนึ่ง "รินรดา!" อัครพลเบิกตากว้าง ยิ่งตกใจหนักขึ้นเมื่อเห็นจิตแพทย์สาวผู้เคยดูอ่อนโยน บัดนี้กลับยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับศัตรูตัวฉกาจของเขา "นี่เธอ... เธอกล้าหักหลังฉันมาร่วมมือกับมันเรอะ!" "หักหลัง?" รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูก "คำนี้มันต้องใช้กับคนที่เคยมีความซื่อสัตย์ต่อกันต่างหากค่ะคุณอัครพล... แต่กับคุณ ฉันเรียกว่า 'การทวงคืนความยุติธรรม' จะเหมาะสมกว่านะคะ" รินรดากดหน้าจอแท็บเล็ต ภาพสตรีมมิ่งสดจากห้องบัญชาการการเงินของอัครพลกรุ๊ปก็ปรากฏขึ้นบนจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่กลางห้องประชุม บรรดาคณะกรรมการบริหารที่นั่งอยู่รอบโต๊ะต่างผุดลุกขึ้นด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นกราฟหุ้นของบริษัทกำลังดิ่งลงเหวอย่างไม่มีวันหยุดยั้ง และบัญชีสำรองทั้งหมดถูกอายัดโดยคำสั่งศาลฉุกเฉินเรียบร้อยแล้ว ในเวลาเดียวกัน ที่ห้องทำงานเพนต์เฮาส์ส่วนตัวอันหรูหราเหนือเมฆ ธรรศนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีดำสนิท เขากำลังจิบไวน์แดงวินเทจราคาแพงด้วยสีหน้าเรียบเฉย สายตาคมกริบมองทัศนียภาพของเมืองหลวงเบื้องล่างผ่านกระจกใสบานยักษ์ แสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าสะท้อนลงบนใบหน้าหล่อเหลาที่ไร้ซึ่งรอยยิ้ม มีเพียงความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ทว่าแววตากลับลุกโชนด้วยไฟแห่งการแก้แค้นที่ใกล้จะมอดไหม้ศัตรูให้เป็นจุล โทรศัพท์มือถือเครื่องหรูบนโต๊ะสั่นสะเทือน ธรรศหยิบขึ้นมาด้วยปลายนิ้วเรียวยาว หน้าจอปรากฏชื่อสายเรียกเข้าจากทนายวิภา "จัดการเรียบร้อยแล้วครับท่านธรรศ ทางอัครพลเริ่มมีอาการสติแตกและพยายามติดต่อคนใหญ่คนโตเพื่อวิ่งเต้นคดีแล้วครับ" เสียงรายงานจากปลายสายดังขึ้นด้วยความเคารพ ธรรศยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ดวงตาสสีเทาเข้มหรี่ลงเล็กน้อย "วิ่งเต้นงั้นหรือ?" ธรรศเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่น่าเกรงขาม "บอกเขาซิวิภา... ว่าเงินสี่พันล้านน่ะ มันเป็นแค่ค่าเปิดประตูกระดานแรกของฉันเท่านั้น... ถ้าเขาอยากเล่นเกมนี้ต่อ ฉันเตรียม 'ของขวัญชิ้นใหญ่' ที่จะทำให้ตระกูลอัครพลล้มละลายจนแม้แต่แผ่นดินจะกลบหน้าก็ยังไม่มีไว้รออยู่แล้ว" เขาวางสายลงอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหมุนแก้วไวน์ในมือช้าๆ ภาพเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อนที่พ่อแม่ของเขาต้องตรอมใจตายเพราะความโลภของอัครพลไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก แต่ครั้งนี้... น้ำตาแห่งความคับแค้นได้แปรเปลี่ยนเป็นหยดเลือดแห่งชัยชนะแล้ว ก๊อกๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่บานประตูจะเปิดออก รินรดาก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เธอดึงเนกไทของธรรศออกอย่างเบามือ นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่สวยมองลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มผู้กุมอำนาจ "ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่คุณต้องการแล้วค่ะธรรศ..." รินรดากระซิบแผ่วเบา ปลายนิ้วเรียวสัมผัสเบาๆ ที่แก้วสารพัดนึกของเขา "คุณหยุดมันไม่ได้แล้วจริงๆ ใช่ไหมคะ... ความมืดมนพวกนี้" ธรรศเงยหน้าขึ้นสบตาหญิงสาวคนรัก มือหนาเอื้อมไปโอบเอวบางเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอม รอยยิ้มที่มุมปากของเขามีทั้งความอ่อนโยนและอำมหิตในเวลาเดียวกัน "ริน... เธอรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงเลือกวิธีนี้" ธรรศกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของเธอ "เพราะความใจดีมันใช้ไม่ได้ผลกับคนที่ไร้หัวใจ... และพวกมัน... ต้องชดใช้ด้วยทุกอย่างที่พวกมันมี" ในวินาทีนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบธนาคารออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือของธรรศก็ดังขึ้นติดต่อกันไม่ขาดสาย ยอดเงินมหาศาลจากการเข้าซื้อหุ้นใหญ่ของอัครพลกรุ๊ปถูกโอนถ่ายเข้าสู่บัญชีส่วนตัวของเขาแบบเรียลไทม์จนเต็มพิกัดวงเงิน แต่ทว่า... ก่อนที่ธรรศจะได้ดื่มด่ำกับชัยชนะขั้นแรก หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานกลับปรากฏภาพกล้องวงจรปิดจากชั้นใต้ดินของตึกอัครพลกรุ๊ปขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ โดยไม่มีใครกดสั่งการ! ร่างของชายปริศนาในชุดสูทสีดำสวมหมวกแก้วอำพรางใบหน้า กำลังยืนถือรีโมทคอนโทรลสีแดงเพลิงอยู่หน้าห้องนิรภัยลับของบริษัท... พร้อมกับตัวเลขบนเครื่องนับถอยหลังที่กำลังกระพริบแสงสีแดงวาบเป็นจังหวะกระชั้นชิด: **00:03:50** ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 23นี้นะคะ หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดหักมุมอันน่าสะพรึงกลัวนี้ค่ะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทสายเลือดสีเทากับเกมกระดานอำนาจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%