ทนายสายมืดกับสถาปนิกไร้เงา•ตอนที่ 19

คนทรยศในที่ทำงาน

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
แสงนีออนสีขาวนวลจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สาดกระทบใบหน้าคมคายของรวิศจนดูซีดเซียว ราวกับร่างไร้จิตวิญญาณที่เพิ่งฟื้นคืนชีพจากความตาย ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นราคาแพงกลับลุกโชนด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า *‘Ting!’* เสียงแจ้งเตือนอีเมลฉบับนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าหน้าจอจะถูกปิดลงไปแล้วก็ตาม ไฟล์เอกสารลับที่บรรจุชื่อพยานปากเอกคนใหม่—ชื่อที่รวิศมั่นใจว่าถูกฝังกลบไว้ใต้กองซากปรักหักพังของโครงการตึกระฟ้าเมื่อสามปีก่อนอย่างไร้ร่องรอย—กลับถูกส่งตรงมายังอีเมลส่วนตัวของเขา พร้อมข้อความสั้นๆ ที่เย้ยหยันหัวใจ *‘ความลับไม่มีในโลกค่ะคุณรวิศ และคนที่ขายคุณ... ก็อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คุณคิด’* รวิศขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดโปน มือที่กำแฟ้มหนังราคาแพงสั่นเทาด้วยความโกรธกริ้ว เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับสติอารมณ์ ก่อนจะลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้หนังแท้ มุ่งตรงไปยังสตูดิโอด้านในของบริษัทสถาปัตยกรรมชื่อดัง ที่ซึ่งแสงไฟยังคงสว่างไสวในยามวิกาล ในขณะเดียวกัน บรรยากาศภายในห้องทำงานของทิศากลับเต็มไปด้วยความเงียบงันที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก หญิงสาวยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของตนเอง สายตาจ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตที่แสดงภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดย้อนหลังเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน ภาพที่ทำให้หัวใจของสถาปัตยกรรมสาวผู้เย่อหยิ่งและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แตกสลายลงในพริบตา ร่างของ 'ชลิตา' เพื่อนสนิทและรุ่นน้องร่วมวิชาชีพที่เธอไว้วางใจยิ่งกว่าใคร กำลังยืนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ของเธอ มือเรียวของชลิตากำลังเสียบแฟลชไดรฟ์ลงไป พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความสะใจ—รอยยิ้มที่ไม่เคยปรากฏให้เห็นยามที่ทั้งคู่นั่งทำงานโต้รุ่งด้วยกันนับไม่ถ้วน “ทำไม...” เสียงพึมพำลอดไรฟันของทิศาดังขึ้นเบาหวิว มือบางกำขอบโต๊ะทำงานแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อไม้ “เพราะเธอมันน่าสมเพชไงคะพี่ทิศา” เสียงหวานใสที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นจากประตูทางเข้า ชลิตายืนกอดอกพิงกรอบประตู ใบหน้าที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความริษยาและทะเยอทะยาน “ทำตัวเป็นแม่พระผู้ทรงคุณธรรม ถือแปลน แก้แบบ จนพวกเราไม่มีที่ยืน ขยับตัวทีไรก็เจอแต่เงาความสำเร็จของพี่คอยครอบงำ... รู้ไหมคะว่าฉันเบื่อแค่ไหนที่ต้องเป็นแค่เงาของสถาปนิกมือหนึ่ง” ทิศาหันขวับกลับมาเผชิญหน้า แววตาคู่คมที่เคยฉายแววอ่อนโยนต่อเพื่อนร่วมงานบัดนี้เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง “ฉันหยิบยื่นโอกาสให้เธอ ดึงเธอขึ้นมาจากโปรเจกต์ที่เกือบจะพังคามือ และไว้ใจให้เธอร่วมเซ็นชื่อในฐานะดีไซเนอร์ร่วม... นี่คือสิ่งตอบแทนที่เธอให้กับคนที่ช่วยชีวิตการทำงานของเธออย่างนั้นเหรอ ชลิตา” “โอกาสที่พี่หยิบยื่นให้ มันก็แค่เศษทานที่พี่โยนให้หมาหลงทางต่างหาก!” ชลิตาก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน ดวงตาแดงก่ำด้วยความอัดอั้น “พี่ไม่เคยเข้าใจหรอกว่าการอยู่ใต้ร่มเงาของ ‘ทิศา’ มันอึดอัดแค่ไหน ทุกคนเห็นแต่ผลงานของพี่ ไม่มีใครมองเห็นหยาดเหงื่อของฉันเลย! ฉันถึงต้องขายแบบร่างโครงสร้างนี้ให้กับคุณรวิศ... อย่างน้อยเขาก็เห็นคุณค่าในสิ่งที่ฉันทำ มากกว่าแค่คำชมจอมปลอมจากปากพี่” ทิศากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ความเจ็บปวดจากการถูกแทงข้างหลังโดยคนที่รักและไว้ใจ ช่างคมกริบเสียยิ่งกว่าใบมีด “เธอกำลังทำลายวิชาชีพของตัวเอง ชลิตา... และทำลายหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะเปิดโปงความเน่าเฟะของรวิศ” ทิศาเค้นเสียงพูดทีละคำอย่างยากเย็น “รู้ไหมว่าการกระทำของเธอ ทำให้บริษัทสถาปัตยกรรมที่เราสร้างร่วมกันมาต้องพังทลาย” “ช่างหัวบริษัทสิคะ!” ชลิตาตะคอกลั่น ดวงตาวาวโรจน์ “เพราะหลังจากคืนนี้ ฉันจะได้ก้าวขึ้นเป็นรองประธานฝ่ายพัฒนาโครงการของรวิศกรุ๊ป เงินก้อนโตและชื่อเสียงที่ฉันสมควรจะได้มันมาตั้งแต่แรก... มันจะเป็นของฉันคนเดียว!” ในวินาทีที่ความตึงเครียดภายในห้องพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ประตูกระจกบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปของศรุตปรากฏขึ้น ทนายความหนุ่มกวาดสายตาคมกริบมองหญิงสาวทั้งสองคนสลับกัน ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก ทว่าออร่าอันทรงพลังกลับกดดันให้บรรยากาศในห้องลดฮวบลงทันที “ดูเหมือนว่าผมจะมาขัดจังหวะการเปิดอกคุยกันสินะครับ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่เต็มไปด้วยอำนาจ ศรุตสาวเท้าเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างทิศาโดยธรรมชาติ มือหนายื่นออกไปแตะข้อศอกเรียวของหญิงสาวเบาๆ เป็นเชิงสัมผัสทางกายที่แสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของและปกป้องในคราวเดียวกัน “แต่เกรงว่าความฝันเรื่องตำแหน่งรองประธานของคุณชลิตาคงจะต้องพับเก็บไว้ก่อน... เพราะตอนนี้ ทางรวิศกรุ๊ปกำลังจะกลายเป็นบริษัทล้มละลายในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า” ชลิตาหน้าถอดสีทันที เธอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว “คุณ... คุณหมายความว่ายังไง?” “หมายความว่าหลักฐานที่คุณเอาไปขายให้รวิศเมื่อครู่ มันคือ ‘กับดัก’ ที่ผมกับคุณทิศาร่วมกันวางไว้เพื่อล่อปลาตัวใหญ่อย่างคุณรวิศยังไงล่ะครับ” ศรุตมุมปากยิ้มเยาะ แววตาคมกริบมองชลิตาราวกับมองมดปลวก “คุณคิดจริงๆ หรือครับว่าคนอย่างรวิศจะเก็บ ‘คนทรยศ’ ไว้ข้างกายจริงๆ หลังจากใช้ประโยชน์เสร็จ? คุณมันก็แค่เบี้ยตัวโง่ๆ ที่วิ่งเข้าหาความตายด้วยความโลภของตัวเอง” คำพูดของศรุตราดรดลงบนความมั่นใจของชลิตาจนมอดไหม้ หญิงสาวทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นพรม ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ทว่าก่อนที่ใครจะได้เอ่ยอะไรเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงทุบประตูดังโครมครามจากด้านนอก ก็ทำให้ทั้งสามคนต้องหันไปมอง ประตูกระจกถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ร่างของรวิศยืนหอบหายใจรุนแรงอยู่ที่กรอบประตู ดวงตาสดสีเลือดจ้องมองมาที่ทิศาและศรุตด้วยความแค้นเคืองถึงขีดสุด มือหนาข้างหนึ่งชักปืนพกสีดำสนิทออกมาจากเอวอย่างรวดเร็ว ปลายกระบอกปืนสั่นเทาแต่เล็งตรงมาที่หัวใจของทิศาโดยตรง! “พวกแก... พวกแกหลอกฉัน!” รวิศคำรามลั่น เสียงแหบพร่าด้วยความคลุ้มคลั่ง “วันนี้ไม่มีใครได้ออกไปจากที่นี่ทั้งนั้น ตายกันไปให้หมดซะ!” ทิศาสะดุ้งเฮือก หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทว่าก่อนที่นิ้วของรวิศจะเหนี่ยวไกปืน ศรุตกลับดึงร่างบางของทิศาเข้าสู่อ้อมอกกว้างอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้มืออีกข้างชักอาวุธประจำตัวของตนเองขึ้นเล็งสวนกลับไปอย่างแม่นยำและเยือกเย็นในชั่วพริบตาเดียว— *กริ๊ก!* เสียงขึ้นลำกล้องปืนดังก้องท่ามกลางความเงียบงัน ศรุตซ้อนตัวอยู่ด้านหลังทิศา ร่างกายกำยำปกป้องเธอไว้จนมิดชิด ลมหายใจอุ่นร้อนของชายหนุ่มเป่ารดต้นคอระหง ท่ามกลางกลิ่นกายหรูหราผสมกับความตึงเครียดของสถานการณ์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย “ถ้าคุณกดไก... กระสุนนัดแรกจะทะลุผ่านกะโหลกของคุณก่อนที่นิ้วคุณจะทันได้ขยับเสียอีกครับ คุณรวิศ” เสียงทุ้มกระซิบข้างใบหูของทิศา แฝงความเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกัน “เลือกเอาครับว่าจะวางปืนลงดีๆ หรือจะให้ผมส่งคุณไปชดใช้กรรมในนรกตั้งแต่วินาทีนี้” รวิศเหงื่อกาฬแตกพลั่ก ปืนในมือสั่นสะท้าน ดวงตากวาดมองศรุตและตำรวจนอกเครื่องแบบที่กำลังกรูเข้ามาปิดล้อมทางออกทุกด้านอย่างสิ้นหวัง และในวินาทีที่ทุกอย่างกำลังจะคลี่คลาย ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจ ศรุตก็ก้มหน้าลงกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูของทิศา น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ระอุขึ้นมาท่ามกลางกลิ่นอายความตาย *“จัดการเรื่องนี้เสร็จเมื่อไหร่... ผมจะคิดบัญชีกับคุณเรื่องที่คุณแอบเอาใจผมไปครองโดยไม่ได้รับอนุญาต... ทั้งหมดเลยนะคะ”* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเกมหมากรุกแห่งอำนาจและหัวใจนี้ไปพร้อมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสายมืดกับสถาปนิกไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%