แฟ้มเอกสารสีชาสี่ฉบับร่วงหล่นลงบนพื้นพรมราคาแพงทีละฉบับ... เสียงนั้นเบาหวิวราวกับใบไม้ร่วง แต่ในห้องทำงานสถาปัตยกรรมที่เงียบงันยามเที่ยงคืน มันกลับดังชัดเจนจนบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท
ทิศากลั้นหายใจ เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่คมกวาดมองร่างสูงใหญ่ของรวิศที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างไร้ซึ่งซุ่มเสียง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารุกล้ำพื้นที่หายใจ รวิศไม่ได้ใช้กำลังหยาบคาย แต่เขาใช้อำนาจและอิทธิพลคุกคามเธอด้วยความนิ่งสนิท ราวกับแม่ายักษ์ที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม
"คุณสถาปนิกคนเก่ง..." น้ำเสียงของรวิศต่ำพร่า เจือแววเยาะหยันที่น่าสะอิดสะเอียน "คิดจริงๆ หรือว่าการเอาหลักฐานพวกนี้ไปยื่นให้ตำรวจ จะทำให้ตึกสูงสามสิบชั้นนั่นหยุดสร้างได้? คุณมันก็แค่ตัวประกอบในเกมที่ฉันถือหมากทั้งหมดไว้ในมือ"
ทิศากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธแค้นและปมในอดีตเรื่องการถูกขโมยผลงานตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ขาสองข้างจะเริ่มสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง
"ต่อให้ฉันจะเป็นแค่ตัวประกอบ คุณรวิศคะ..." ทิศาเค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายอย่างไร้ความเกรงกลัว "แต่อย่างน้อย... ฉันก็ไม่ได้ขายวิญญาณให้ปีศาจแลกกับตึกที่สร้างขึ้นบนคราบน้ำตาของคนอื่น"
เพียะ!
ฝ่ามือหนาฟาดลงบนแก้มเนียนของทิศาอย่างแรง แรงปะทะทำให้หน้าของเธอหันไปตามแรงเหวี่ยง รสคาวเลือดจางๆ คละคลุ้งในโพรงปาก ทิศาหลับตาลงรับความเจ็บปวดนั้น ความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีทำให้เธอไม่ยอมแม้แต่จะส่งเสียงร้องออกมา รวิศหัวroาะในลำคอ ยื่นมือหยาบกร้านหมายจะกระชากคอเสื้อเธอ
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วนั้นจะสัมผัสโดนเนื้อผ้า ประตูห้องทำงานที่ลงกลอนไว้อย่างแน่นหนากลับถูกกระชากเปิดผางด้วยแรงมหาศาล!
"มือของคุณควรเอาไว้เซ็นสัญญาธุรกิจรaศ... ไม่ใช่เอาไว้ใช้กับผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้"
เสียงทุ้มต่ำ กังวาน และเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้น ท่ามกลางแสงไฟสลัว ศรุต ในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับยืนตระหง่านอยู่ที่กรอบประตู ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแววอันตรายชนิดที่ทำให้รวิศต้องชะงักมือ
รวิศหันขวับ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ "ศรุต? แกเข้ามาในนี้ได้ยังไง นี่มันบุกรุก!"
"บุกรุก?" ทนายความหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ก้าวเท้าเข้ามาในห้องทีละก้าวอย่างมั่นคงและสง่างาม รัศมีแห่งอำนาจที่เขาแผ่ออกมาทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปในทันที "ผมเป็นทนายความของบริษัทผู้ถือหุ้นใหญ่... และกำลังตรวจสอบความปลอดภัยของทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งบังเอิญว่าคุณกำลังทำผิดกฎหมายอาญามาตราฐานซึ่งหน้าพอดี"
ศรุตเดินผ่านหน้ารวิศไปอย่างไร้ความเกรงกลัว สายตาของเขาเหลือบมองแก้มข้างที่บวมแดงและรอยเลือดที่มุมปากของทิศาชั่วแวบเดียว แต่ประกย์ไฟในดวงตาของเขากลับลุกโชนขึ้นอย่างเงียบงัน—เป็นความโกรธที่ถูกเก็บกดไว้อย่างมิดชิดภายใต้หน้ากากของผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย
"ออกไปจากที่นี่ซะ รวิศ" ศรุตเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าทรงพลังอำนาจจนน่าขนลุก "ไม่งั้นพรุ่งนี้เช้า... ใบหมายจับข้อหาทำร้ายร่างกายและพยายามทำลายพยานหลักฐาน จะไปวางอยู่บนโต๊ะทำงานของคุณก่อนที่คุณจะได้ดื่มกาแฟแก้วแรก"
รวิศขบกรามแน่น จ้องมองทนายหนุ่มสลับกับสถาปนิกสาวด้วยความแค้นเคือง แต่เขารู้ดีว่าการปะทะกับศรุตในเวลานี้มีแต่จะเสียกับเสีย รวิศแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทกเท้าออกไปจากห้อง ปล่อยให้ความเงียบงันกลับมาปกคลุมอีกครั้ง
เมื่อประตูปิดลง ทิศาที่พยายามประคับประคองความเข้มแข็งมาตลอดก็ทรุดฮวบลงกับพื้นห้อง ขาทั้งสองข้างไร้เรี่ยวแรงจะยืนหยัด น้ำตาหยดใสไหลรินลงมาเงียบๆ บาดแผลที่ถูกตบและรอยช้ำในใจประดังประเดเข้ามาพร้อมกัน
ศรุตถอดสูทตัวนอกพาดไว้กับพนักเก้าอี้ เขาคุกเข่าลงข้างกายเธออย่างนิ่มนวล ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะที่คางของเธออย่างแผ่วเบาบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา
"เจ็บไหมครับ... อ้อ ขอโทษที ผมติดปากพูดคำว่าครับ แต่คุณคงไม่ถือสาคนปากแข็งอย่างผมหรอกนะ" ศรุตเอ่ยเสียงนุ่ม ผิดจากมาดเฉียบคมเมื่อครู่ลิบลับ
ทิศาแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา ปัดมือเขาออกเบาๆ "คุณมาทำไมที่นี่... ใครบอกคุณว่าฉันอยู่ที่นี่"
"ความเป็นห่วง... ฟังดูน้ำเน่าไปหน่อยใช่ไหมสำหรับทนายสายมืดอย่างผม?" ศรุตยิ้มมุมปาก ดวงตาคมกวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนที่มีรอยแดงช้ำอย่างเจ็บปวดแทน "ผมแค่ไม่อยากเห็นผลงานชิ้นเอกของสถาปนิกคนโปรดต้องถูกทำลาย... รวมทั้งตัวเธอด้วย"
ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นเมนทอลและกลิ่นกายสะอาดของผู้ชายที่เป็นดั่งคู่ปรับและที่พึ่งพิงในคราเดียวกัน ทำให้หัวใจของทิศาสั่นไหวอย่างรุนแรง ความหวาดกลัวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นกระแสความปรารถนาอันร้อนรุ่มที่ยากจะต้านทาน
ศรุตโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มใสของเธออย่างถือวิสาสะ ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะกดจูบลงบนรอยช้ำแผ่วเบา เพื่อซับความเจ็บปวดและถ่ายทอดความหวงแหนที่เขาไม่เคยเอ่ยปากบอกใคร
"ศรุต..." ทิศากระซิบเสียงพร่า เมื่อริมฝีปากของเขาเริ่มเคลื่อนต่ำลงมาแตะที่มุมปากที่มีคราบเลือดจางๆ สัมผัสนั้นอ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดมหาศาล มือเรียวของเธอเผลอขยุ้มปกเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว
"ผมบอกแล้วไง... ว่าไม่มีใครหน้าไหนมีสิทธิ์แตะต้องคุณทั้งนั้น ทิศา"
เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวคนทั้งคู่ ศรุตประคองท้ายทอยเธอไว้มั่น ริมฝีปากหนาประกบจูบลงมาอย่างเนิ่นนานและลึกซึ้ง รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความปลอบประโยคแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและดุดันขึ้นเรื่อยๆ ตามแรงอารมณ์ที่ถูกจุดชนวน ทิศาเผยอริมฝีปากรับสัมผัสวาบหวามนั้นอย่างไร้การขัดขืน ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนระอุขึ้นทุกวินาที มือใหญ่อีกข้างสอดเข้าใต้เส้นผมสลวย บดเบียดร่างบางเข้าหาตัวจนแนบชิดไร้ช่องว่าง
สัมผัสจากปลายนิ้วที่ลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของสรีระใต้ร่มผ้า ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ขาดหช่วง ความปรารถนาของผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมาSมและต่างโหยหากันและกันระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม บนพรมห้องทำงานที่เย็นเฉียบ แต่กลับร้อนรุ่มไปด้วยไฟเสน่หาที่พร้อมจะเผาผลาญทุกกฎเกณฑ์
ทว่า... ในวินาทีที่ศรุตกำลังจะประทับรอยจูบลงบนลาดไหล่เนียนที่ร่นลงมาตามแรงดึงดูด เสียงเตือนภัยของระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะก็ดัง "ปี๊บ!" ขึ้นเบาๆ ที่มุมห้อง พร้อมกับหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานที่สว่างวาบขึ้นมาเองอย่างไร้สาเหตุ
ศรุตชะงักกึก ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองหน้าจอทันที ภาพที่ปรากฏบนกล้องวงจรปิดชั้นล่างทำให้รอยยิ้มพึงใจบนใบหน้าของทนายหนุ่มแข็งค้าง... มีเงาร่างปริศนากำลังยืนถือแฟ้มเอกสารลับชิ้นสุดท้ายที่ควรจะอยู่ในเซฟของรวิศ กำลังก้าวขึ้นลิฟต์ตรงมายังชั้นนี้
และคนที่อยู่ในกล้อง... ไม่ใช่รวิศ
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในเกมอำนาจนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ทนายสายมืดกับสถาปนิกไร้เงา•ตอนที่ 20
ศรุตผู้พิทักษ์
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสายมืดกับสถาปนิกไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!