เสียงโลหะกระทบกันของกลอนประตูกระจกที่ถูกดันให้เปิดออก ทำลายบรรยากาศที่เกือบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวลงอย่างไม่ไยดี ร่างสูงสง่าของศรุตผละออกจากริมฝีปากนุ่มที่เพิ่งผละหนีด้วยความตกใจ ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดระคนระแวดระวัง ก่อนที่เขาจะก้าวเข้ามาขวางหน้าทิศาไว้โดยสัญชาตญาณ มือหนาคว้าแขนเรียวบางให้ถอยไปหลบหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ พร้อมๆ กับที่บานประตูกระจกถูกผลักเปิดกว้างอย่างอวดดี
"อุ๊ย... ขอโทษทีค่ะ ดิฉันไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวน ‘ช่วงเวลาส่วนตัว’ ของคุณสถาปนิกกับคุณทนายความเลยจริงๆ"
น้ำเสียงแหลมสูงที่เจือความเยาะเย้ยถากถางดังขึ้น พร้อมกับร่างสะโอดสะองของ ‘กרกนก’ เลขานุการคนสนิทของรวิศ ที่ก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของทิศาอย่างถือวิสาสะ หล่อนไม่ได้มาคนเดียว ด้านหลังยังมีชายฉกรรจ์ในชุดสูทสากลอีกสองคนยืนคุมเชิงอยู่ที่หน้าห้อง บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันตาเห็น ความอบอุ่นจากรสสัมผัสเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงกลิ่นอายของการเผชิญหน้าในเกมการเมืองสีเทาที่ไร้ซึ่งความปรานี
ทิศากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ดวงตากลมโตฉายแววกรุ่นโกรธแต่มั่น Aคง นางจ้องมองผู้มาเยือนด้วยความระแวงระวัง มือเรียวกระชับปกเสื้อสูทที่ยับยู่ยี่เล็กน้อยจากการคลอเคลียเมื่อครู่ให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว พยายามดึงสติและมาดมืออาชีพของตนเองกลับคืนมาในเสี้ยววินาที
"นี่มันพื้นที่ส่วนบุคคล คุณกนกเข้ามาในห้องทำงานของฉันโดยไม่มีหมายศาลหรือการนัดหมายได้อย่างไร รบกวนเชิญออกไปก่อนที่ฉันจะเรียก รปภ." ทิศาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและทรงพลัง สมกับเป็นสถาปนิกผู้คุมโปรเจกต์ใหญ่
ศรุตไม่ได้ปริปากพูดอะไรในทันที ทนายความหนุ่มเพียงแค่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังทิศาครึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีคุกคามเงียบเชียบ สายตาคมปลาบกวาดมองกนกตั้งแต่หัวจรดเท้า ประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็วราวกับเครื่องຈักรคำนวณ เขารู้ดีว่าการที่มือขวาของรวิศบุกมาถึงถิ่นในยามวิกาลแบบนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และแน่นอนว่ามันต้องเกี่ยวข้องกับ ‘เบาะแส’ ที่พวกเขากำลังตามหา
"อุ๊ย ใจเย็นๆ สิคะคุณทิศา ดิฉันไม่ได้มาหาเรื่อง... แค่จะมาส่งเทียบเชิญจากคุณรวิศท่านแค่นั้นเอง" กนกยิ้มเยาะ ยกแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือขึ้นมาโบกเบาๆ "ท่านทราบมาว่าพวกคุณกำลังพยายามขุดคุ้ยเรื่องแปลนโครงสร้างตึกเก่าของโปรเจกต์ C-Zone และกำลังตามหา ‘พยาน’ ปากสำคัญคนนั้นอยู่... น่าเสียดายนะคะ ที่คนๆ นั้นไม่อยู่รอให้พวกคุณไปสัมภาษณ์เสียแล้ว"
คำพูดของกนกทำให้ทิศาชะงัก หัวใจกระตุกวูบ ศรุตหรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณนักกฎหมายเตือนภัยทันทีว่าพวกเขากำลังเดินเกมตามหลังรวิศอยู่หนึ่งก้าวเสมอ
"คุณหมายความว่ายังไง" ศรุตเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบสนิทแต่ทรงพลังจนกนกเผลอหุบยิ้ม
"หมายความตามที่พูดนั่นแหละค่ะคุณศรุต... พยานคนโปรดของคุณ ตอนนี้เขาคงกำลังเดินทางไปพักผ่อนหย่อนใจที่ต่างจังหวัดแบบถาวรแล้วกระมัง ไม่มีประโยชน์หรอค่ะที่จะดิ้นรนต่อสู้กับคนที่มีอำนาจเหนือกว่า กฎหมายน่ะมันก็แค่ตัวหนังสือบนกระดาษ ถ้าคุณฉลาดพอ... ก็น่าจะรู้ว่าควรหยุดอยู่ที่ตรงไหน" กนกวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานของทิศาก่อนจะหมุนตัวเดินกลับออกไปอย่างผู้ชนะ ทิ้งท้ายด้วยเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่บาดลึกโสตประสาท
เมื่อประตูห้องปิดลง ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมอีกครั้ง ทิศาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง ความเครียดสะสมถาโถมเข้ามาจนหน้ามืด ร่างบางสั่นเทาด้วยความคับแค้นใจ "พวกมันตัดหน้าเราไปอีกแล้ว... ถ้าพยานปากนั้นเป็นอะไรไป หลักฐานชิ้นเดียวที่จะมัดตัวรวิศก็จะไม่เหลือ"
ศรุตโน้มตัวลงใช้สองมือยันพนักพจน์เก้าอี้ของทิศาไว้ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใส
"มองหน้าผม ทิศา" น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงอย่างประหลาด แต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "รวิศไม่ได้ฉลาดกว่าเรา... เขาก แค่ระแวงจนต้องเดินหมากพลาด และการที่กนกบุกมาขู่เราถึงที่นี่ แปลว่าพวกมันกำลังกลัว... กลัวว่าเราจะเจออะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่"
ทิศาเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม ความอุ่นร้อนจากฝ่ามือและไออุ่นจากตัวเขาช่วยดึงสติเธอกลับมา "แต่ถ้าพยานคนนั้นตายจริงๆ เราจะเอาอะไรไปสู้?"
"เราไม่ได้มีพยานแค่คนเดียวตั้งแต่แรกแล้วครับ" ศรุตโน้มใบหน้ากระซิบชิดริมหางตาของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความลับที่ทำให้หัวใจของทิศากระตุกแรง "ก่อนที่คุณจะมาเจอผมที่นี่... ผมให้ทีมสืบสวนทางกฎหมายไปเชิญตัว ‘บุคคลสำรอง’ อีกคนมาซ่อนไว้ในที่ปลอดภัยแล้ว... คนที่รู้เห็นบัญชีลับทุกบรรทัดของรวิศ และพร้อมจะแปรพักตร์ทันทีถ้าเราให้ความคุ้มครองที่มากพอ"
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจและโล่งใจระคนกัน เธอไม่คิดว่าทนายความสายมืดคนนี้จะวางหมากซ้อนหมากไว้อย่างแยบยลถึงเพียงนี้
"แล้ว... ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?" ทิศากลั้นใจถาม
ศรุตยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตรายและชัยชนะที่อยู่แค่เอื้อม ก่อนที่เสียงสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาจะสั่นครูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ทนายความหนุ่มหยิบขึ้นมาดูหน้าจอเพียงแวบเดียว รอยยิ้มพึงพอใจก็ปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้น
"อยู่ที่เซฟเฮาส์ของเราเองครับ..." ศรุตเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง น้ำเสียงจริงจังขึ้น "และตอนนี้... เขากำลังส่งแฟ้มหลักฐานดิจิทัลชุดสุดท้ายมาให้ผมทางอีเมลแล้ว... ทิศา เกมกำลังจะพลิก"
ทิศากลั้นหายใจ หัวใจเต้นรัวระส่ำ ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นเพราะความตื่นเต้นเร้าใจของเกมอำนาจที่พวกเธอกำลังจะเป็นฝ่ายกุมชัยชนะ และเหนือสิ่งอื่นใด... ปลายจมูกของพวกเขาอยู่ห่างกันเพียงคืบเดียว กลิ่นกายสะอาดเจือความเครียดเคร่งของศรุตปลุกเร้าสัญชาตญาณความต้องการที่ยังค้างคาจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ให้ปะทุขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่
ศรุตสังเกตเห็นประกายไฟในดวงตาคู่สวยนั้น ทนายความผู้สุขุมเยือกเย็นเสมอมากลับกล ายเป็นผู้ล่าที่กระหายยิ่งกว่าเดิม มือหนาเลื่อนขึ้นประคองกรอบหน้าเรียวด้วยสัมผัสอ่อนโยนแต่มั่นคง นิ้วโป้งเกลี่ยไล้ริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างลืมตัว
"เคลียร์คดีนี้เสร็จเมื่อไหร่..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมฝีปาก "คุณต้องชดใช้เวลาที่เราเสียไปทั้งหมด... ทราบไหมครับ?"
ทิศาไม่ได้ตอบคำถามด้วยคำพูด แต่เรียวแขนเนียนกลับยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ดึงรั้งใบหน้าคมสันให้โน้มลงมาหา ประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากหยักลึกด้วยความโหยหาที่มากกว่าเดิม ท่ามกลางสมรภูมิแห่งกฎหมายและอำนาจ ที่ซึ่งความตายและชัยชนะแขวนอยู่บนเส้นด้าย พวกเขาเลือกที่จะดื่มด่ำกับรสชาติของบาปอันหอมหวานนี้อย่างไร้ความเกรงกลัว
และในวินาทีที่ศรุตกำลังจะกดจูบให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เสียงแจ้งเตือนอีเมลฉบับใหม่จากหน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้น *'Ting!'* พร้อมกับไฟล์เอกสารลับที่ถูกดาวน์โหลดเสร็จสมบูรณ์ ปรากฏชื่อพยานปากเอกคนใหม่ที่ทำให้รวิศต้องช็อกจนลุกไม่ขึ้น...
—โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ—
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในเกมอำนาจและห้วงอารมณ์นี้ไปพร้อมกับมิดไนท์คิสค่ะ
ทนายสายมืดกับสถาปนิกไร้เงา•ตอนที่ 18
แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสายมืดกับสถาปนิกไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!