แสงไฟนีออนจากจอสมาร์ทโฟนอาบไล้กรอบหน้าคมคายของศรุตให้สว่างวาบ ท่าความเงียบงันที่กดทับบรรยากาศภายในห้องทำงานจนแทบได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจ ภาพเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์บนหน้าจอยังคงดำเนินต่อไป มันคือมุมมองจากเลนส์มุมกว้างที่ซ่อนอยู่ตรงมุมอับเหนือชั้นหนังสือ—มุมที่จับภาพเขากับทิศายืนประชิดกันเมื่อไม่กี่นาาทีก่อนได้อย่างชัดเจนจนน่าขนลุก
ทิศาก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาอันเป็นเกราะป้องกันตัวตามสัญชาตญาณของสถาปนิกสาวผู้ผ่านสมรภูมิองค์กรมาโชกโชน มือเรียวบางเอื้อมไปคว้าขอบโต๊ะทำงานไว้แน่นเพื่อยึดเหนี่ยว
"รวิศไม่ได้แค่ขู่... เขากำลังเล่นสนุก" เสียงของทิศาลอดไรฟันออกมาเบาหวิว เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธที่ถูกคุกคามความเป็นส่วนตัว "เขากำลังจับตาดูเราทุกฝีก้าว"
ศรุตไม่ตอบทันที ทนายความหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็วก่อนจะจางหายไป ความเงียบขรึมของเขากลับทำให้สถานการณ์ที่ตึงเครียดอยู่แล้วยิ่งดิ่งลึกเข้าไปอีก นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีเป็นจังหวะเชื่องช้า ก่อนที่เขาจะหมุนหน้าจอโทรศัพท์เครื่องนั้นเข้าหาตัวแล้วกวาดสายตาสำรวจโค้ดสตรีมมิ่งที่ปรากฏอยู่มุมจอ
"ไม่ใช่แค่จับตาดูค่ะคุณทิศา... เขากกำลังเชิญชวนให้เราเล่นเกม" ศรุตเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับคมกริบราวนกอินทรีที่มองเห็นเหยื่อจากเบื้องสูง "และคนที่กำลังเสียเปรียบ ไม่ใช่พวกเรา แต่เป็นมันที่แสดงความกระวนกระวายออกมาด้วยการใช้ลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้"
ทิศาขมวดคิ้วแน่น ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานจนแทบจะชิดกับร่างสูงของทนายความหนุ่ม กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมราคาแพงโชยเข้าแตะจมูก "คุณยังมีอารมณ์มาพูดเรื่องเกมอีกเหรอคะศรุต? ข้อมูลในโปรเจกต์ที่เรากำลังถืออยู่ ถ้าตกไปอยู่ในมือรวิศ สถาปัตยกรรมทุกชิ้นที่ฉันทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างมาจะพังพินาศในพริบตา และคุณเองก็จะหมดความน่าเชื่อถือในฐานะทนายความองค์กรด้วยซ้ำ"
ศรุตเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง รังสีความดุดันและเฉียบคมจากตัวตนของทั้งคู่ปะทะกันกลางอากาศราวกับประจุไฟฟ้าที่รอวันลุกไหม้
"ถ้าอย่างนั้น... ทำไมเราไม่พลิกกระดานล่ะคะ" ศรุตเอ่ยเสียงกระซิบ ทว่าทรงพลัง ชวนให้หัวใจของคนฟังกระตุกวูบ "ในเมื่อรวิศอยากเห็นเราอยู่ในสายตา นักกฎหมายกับสถาปนิกอย่างเรา ก็ควรจะมอบการแสดงที่คุ้มค่าแก่การลงทุนให้เขาสักหน่อย"
คำพูดนั้นไม่ได้เจือแววตลกขบขันแม้แต่น้อย มันคือการประกาศสงครามอย่างเงียบงัน และในวินาทีนั้นเอง กำแพงความบาดหมางที่เคยคั่นกลางระหว่างพวกเขาถูกทลายลงอย่างสมบูรณ์ ความเป็นคู่ปรับแปรเปลี่ยนเป็นพันธมิตรแห่งความมืดอย่างไร้รอยต่อ
ทิศาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลของเขา หญิงสาวไม่ได้ถอยหนี กลับเป็นฝ่ายโน้มตัวเข้าหาด้วยแรงดึงดูดอันทรงพลังที่สั่งสมมาจากการปะทะคารมตลอดหลายสัปดาห์ "คุณมั่นใจแค่ไหนว่าเราจะไม่ถูกเกมนี้กลืนกินเสียเอง?"
"จนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย... ฉันไม่เคยเล่นเกมไหนแล้วพ่ายแพ้" ศรุตตอบรับด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่า มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อแขนเรียวของเธอเบาๆ ไม่ใช่การคุกคาม แต่เป็นการดึงรั้งให้เข้ามาอยู่ในอาณาเขตเดียวกันอย่างจำยอม
สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของเขาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า ทิศาไม่ได้สะบัดหนี เธอกลับปล่อยให้ความอบอุ่นนั้นแทรกซึมเข้าสู่ผิวเนื้อ ท่ามกลางเงาของกล้องวงจรปิดที่ยังคงกะพริบแสงสีแดงเตือนสถานะการบันทึกอยู่บนผนังห้อง ความปรารถนาอันดิบเถื่อนและเร่าร้อนภายใต้หน้ากากของมืออาชีพเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน
ศรุตขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดจนทิศาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนกับชั้นหนังสือด้านหลัง ความมืดสลัวภายในห้องทำงานยามค่ำคืนขับเน้นให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความวาบหวามและอันตราย
"เขาอยากดูนักใช่ไหมคะ..." ศรุตโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียนจนสถาปนิกสาวสะท้านเฮือก "งั้นเรามาทำให้เขารู้ว่า... การเล่นกับไฟ มันให้ผลลัพธ์ที่แสบร้อนแค่ไหน"
ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงบนเรียวปากอิ่มของทิศาอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว จูบเริ่มต้นด้วยความดุดันและเรียกร้อง ก่อนจะทวีความเร่าร้อนขึ้นตามแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับมานาน ทิศาเผยอริมฝีปากรับสัมผัสอันช่ำชองนั้นอย่างยินยอมพร้อมใจ มือเรียวเลื่อนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของทนายความหนุ่ม เล็บคมจิกเกร็งลงบนลาดไหล่ภายใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดีเพื่อระบายความสั่นสะท้านที่แล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย
รสจูบหอมหวานปนความดุดันลึกล้ำราวกับดึงพวกเขาทั้งคู่หลุดพ้นจากโลกความเป็นจริง ศรุตประคองเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่าง สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่ลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดทำงานเนี๊ยบเฉียบจุดประกายไฟปรารถนาให้โหมกระหน่ำยิ่งขึ้น ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้นประสานเป็นเสียงเดียวกันท่ามกลางความเงียบงัน
ความสัมพันธ์ที่เคยเริ่มต้นด้วยการฟาดฟันทางกฎหมาย บัดนี้หลอมรวมเข้าด้วยกันด้วยแรงดึงดูดทางกายและจิตวิญญาณที่ไม่อาจต้านทาน ศรุตผริมฝีปากออกช้าๆ สายตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่ตอนนี้เจือสีเรื่อด้วยความปรารถนา ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายแห่งความท้าทาย
"พรุ่งนี้เช้า... รวิศจะต้องชดใช้ให้กับทุกภาพที่เขากำลังแอบมองอยู่" ศรุตเอ่ยเสียงพร่า ริมฝีปากหยักคลอเคลียอยู่บริเวณซอกคอหอมกรุ่น ทิศาหอบหายใจหนักหน่วง เธอยกมือขึ้นประคองใบหน้าคมคายของเขาไว้ สบตากับทนายความหนุ่มด้วยรอยยิ้มเย้ายวนที่หาดูได้ยาก
"ถ้าอย่างนั้น... อย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะคะพันธมิตรของฉัน"
ทว่า ในขณะที่ความเร่าร้อนกำลังแผ่ซ่านถึงขีด ริมฝีปากของพวกเขากำลังจะประทับลงซ้ำอีกครั้ง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเป็นจังหวะที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันจากโถงทางเดินด้านนอกก็ทำลายความเงียบสงบลง—เสียงฝีเท้าที่หยุดกักตัวอยู่หน้าประตูห้องทำงานของทิศาพอดี พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูกระจกที่ถูกปลดล็อกโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบบทนี้ค่ะ
ทนายสายมืดกับสถาปนิกไร้เงา•ตอนที่ 17
ก้าวข้ามขีดจำกัด
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสายมืดกับสถาปนิกไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!