ทนายสายมืดกับสถาปนิกไร้เงา•ตอนที่ 5

กับดักความน่าเชื่อถือ

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
แฟшонแฟลชจากกล้องนับร้อยตัวสาดส่องราวกับคมมีดที่กรีดแทงม่านตา ความวุ่นวายในโถงจัดงานหลักของโรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพฯ ลดทอนลงเหลือเพียงเสียงซุบซิบอื้ออึงที่ลอยวนอยู่รอบตัว ทิศากลืนน้ำเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่ดวงตาสีเข้มคู่สวยจ้องมองภาพเบื้องหน้าไม่วางตา รวิศยืนอยู่ตรงนั้น—ภายใต้แสงไฟสีอำพัน—พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ฉาบด้วยความสะใจอย่างไม่คิดจะปิดบัง และข้างกายเขาคือผู้หญิงคนนั้น... อดีตเลขาฯ สำนักงานสถาปนิกที่หอบแฟ้มลับหนีหายไปเมื่อห้าปีก่อน พร้อมกับหลักฐานที่โยนความผิดทั้งหมดให้เธอต้องรับเคราะห์ “คุณยังจำเธอได้สินะคะ ทิศา” เสียงกระซิบต่ำทุบ ราบเรียบแต่น่าเกรงขามดังขึ้นใกล้ใบหู ศรุตโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากสูทเนื้อดี แม้สถานการณ์รอบตัวจะกำลังดิ่งลงสู่เหวแห่งความกดดัน แต่ทนายความหนุ่มกลับไม่มีทีท่าตื่นตระหนกแต่อย่างใด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาพิจารณาสถานการณ์ด้วยความเยือกเย็น ดุจนักล่าที่กำลังอ่านหมากในกระดาน “เธอคือจิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่ทำให้คุณต้องตกเป็นจำเลยสังคมเมื่อห้าปีก่อน” ทิศาเค้นเสียงลอดไรฟัน ขณะมือเรียวที่ถือแก้วแชมเปญสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความโกรธที่อัดแน่น “แล้วรวิศก็พาเธอกลับมาในคืนที่เปิดตัวโครงการ... เขากำลังประกาศสงครามชัดๆ” “ไม่ใช่แค่สงครามค่ะทิศา แต่มันคือการประหารชีวิตคุณทางสังคมในพื้นที่สาธารณะ” ศรุตเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่กลับแฝงไปด้วยประกายบางอย่างที่ทำให้หัวใจของสถาปนิกสาวกระตุกวูบ “แต่เกมนี้... ยังไม่ได้เริ่มเล่นจนกว่าฉันจะอนุญาต” ก่อนที่ทิศาจะได้ทันเอ่ยปากทักท้วง รวิศก็ก้าวเท้าพาผู้หญิงคนนั้นตรงดิ่งเข้ามาหาพวกเขา ท่ามกลางวงล้อมของสื่อมวลชนที่เริ่มหันมาสนใจความอลวนระลอกใหม่ รอยยิ้มของรวิศอาบยาพิษ ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองทั้งคู่ด้วยความเหนือกว่า “อ้าว คุณทิศา ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอคุณที่นี่” รวิศเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสุภาพจอมปลอม “และ... ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณศรุต ทนายฝีมือดีแห่งปี หวังว่าคดีนี้คุณคงไม่ได้ถูกจ้างมาเพื่อปกป้องคนผิดหรอกนะครับ” บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง ช่างภาพหลายคนเริ่มกดชัตเตอร์รัวลิ้นเมื่อเห็นความตึงเครียดระหว่างบุคคลสำคัญทั้งสาม ทิศาเตรียมจะก้าวออกไปเผชิญหน้าด้วยความหยิ่งทะนงตามวิสัย แต่ทว่า... สัมผัสอุ่นจัดที่ช่วงเอวบางกลับรั้งเธอไว้ ศรุตขยับตัวเข้ามาบังรัศมีการคุกคามของรวิศไว้เกือบครึ่งหนึ่งอย่างเป็นธรรมชาติ ปลายนิ้วของเขาแตะกระชับเบาๆ ที่แผ่นหลังของเธอ ส่งผ่านความมั่นคงที่น่าประหลาด “คุณรวิศครับ” ศรุตเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงพลังจนทุกคนรอบข้างต้องเงียบเสียงลงเพื่อฟัง “การกล่าวหาใครในที่สาธารณะโดยไม่มีหมายศาล... ในฐานะนักกฎหมาย ผมถือว่ามันเป็นการหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และถ้าคุณยังไม่ถอยไปให้พ้นทาง ผมเกรงว่าคืนนี้คุณอาจจะต้องไปอธิบายเรื่องนี้กับผู้พิพากษาแทนที่จะเป็นนักข่าวพวกนี้นะครับ” คำพูดเฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของรวิศชะงักค้างไปชั่วขณะ ดวงตาของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ฉายแววกรุ่นโกรธขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว “ปากกล้าดีนี่ครับทนายศรุต... หวังว่าคุณจะยังรักษาความมั่นใจนี้ไว้ได้ หลังจากที่ได้เห็นเอกสารในมือของเธอนะ” รวิศพยักเพยิดไปทางหญิงสาวข้างกายที่ก้มหน้าหลบสายตา ศรุตไม่ได้แสดงอาการหวั่นไหวแม้แต่น้อย เขากลับหันมามองทิศาที่กำลังยืนตัวเกร็งด้วยความเครียด ดวงตาคมปลาบที่มักจะมองโลกแง่ร้ายและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม กลับทอประกายอ่อนโยนลงอย่างไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน เป็นประกายที่อบอุ่นและปกป้องคุ้มครอง จนทิศาถึงกับเผลอกลั้นหายใจ “เชื่อฉันไหมคะ” ศรุตกระซิบถามเบาๆ มีเพียงเขากับเธอที่ได้ยิน “ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายคุณอีก... แม้แต่เงาของอดีตก็ไม่มีสิทธิ์” คำพูดนั้น... เรียบง่ายแต่หนักแน่นราวกับภูเขา ทิศาเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม สันจมูกโด่งคมกริบ กรามที่ขบเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อสะกดกลั้นความไม่พอใจ และดวงตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ทิศาพบว่าหัวใจของเธอกำลังเต้นรัวผิดจังหวะ ความหวาดระแวงที่เคยมีต่อทนายสายมืดคนนี้เริ่มพังทลายลงทีละน้อย ความเย็นชาและเล่ห์เหลี่ยมที่เธอเคยรังเกียจ บัดนี้กลับกล ายเป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดที่เธอโหยหามาตลอดห้าปี ศรุตไม่ได้เป็นเพียงทนายที่ไร้หัวใจอย่างที่เธอกล่าวหา... เขากำลังเอาชื่อเสียงและอนาคตของตัวเองมาเดิมพันเพื่อยืนเคียงข้างเธอในสมรภูมิที่อันตรายที่สุด “ออกไปจากที่นี่กันก่อนเถอะค่ะ” ทิศากระซิบตอบ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด มือเรียวเผลอขยุ้มชายเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ศรุตพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว เขากุมมือเธอไว้ หลบเลี่ยงแสงแฟลชและคำถามจากนักข่าวด้วยความรวดเร็วและเด็ดขาด พาเธอลัดเลาะผ่านห้องจัดเลี้ยงหรูหรา ออกมาสู่ความสงบเงียบของระเบียงชั้นดาดฟ้าที่ลมยามค่ำคืนพัดโชยปะทะผิวหน้า ความเงียบสงัดโอบล้อมทั้งคู่ไว้ มีเพียงแสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวงเบื้องล่างที่ทอประกายระยิบระยับ ทิศายืนพิงราวระเบียง หอบหายใจถี่เล็กน้อยเพื่อเรียกสติกลับคืนมา ความรู้สึกปลอดภัยและสับสนตีรวนกันอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก “คุณ... ทำไมถึงต้องช่วยฉันขนาดนี้ด้วยคะศรุต” ทิศาเอ่ยถามทำลายความเงียบ ดวงตาสีเข้มมองตรงไปยังใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม “คุณได้ประโยชน์อะไรจากการเอาตัวเข้ามาพัวพันกับคดีเน่าเฟะของฉัน” ศรุตย่างสามขุมเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากลืนหายไปกับความมืด มือใหญ่ข้างหนึ่งยันราวระเบียงไว้ กักร่างเพรียวบางของเธอไว้ตรงกลาง กลิ่นหอมสะอาดเจือจางจากกายหนุ่มผสมผสานกับกลิ่นไอยามค่ำคืน ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนรุ่มขึ้นอย่างประหลาด ดวงตาคมกริบของทนายความหนุ่มจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการอ่านทะลุเข้าไปถึงหัวใจ “เพราะฉันเกลียดการพ่ายแพ้...” ศรุตเอ่ยด้วยเสียงทุ้มพร่า ชิดริมฝีปากจนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้มเนียน “และยิ่งเกลียด... เวลาที่เห็นคนฉลาดอย่างคุณต้องมานั่งร้องไห้ให้กับคนเลวๆ อย่างรวิศ” “ฉันไม่ได้ร้องไห้สักหน่อย...” ทิศาเถียงเสียงเบา ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อริมฝีปากของเขาขยับเข้าใกล้เข้ามาทุกที “แต่หัวใจคุณกำลังสั่น... ทิศา” ศรุตเอ่ยเสียงกระซิบพร่า ปลายนิ้วอุ่นจัดเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับภาพลักษณ์ทนายสายมืดผู้เยือกเย็นโดยสิ้นเชิง “และคุณก็รู้ดีว่า... ฉันไม่ใช่คนดีอย่างที่คุณคิด” “ฉันรู้ค่ะ...” ทิศากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อปลายนิ้วของเขาเลื่อนต่ำลงมาแตะที่คางสลักเสลา บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสจากเขา “...แต่ตอนนี้ ฉันไม่สนแล้วว่าคุณจะเลวแค่ไหน” คำพูดนั้นเปรียบเสมือนสลักสุดท้ายที่ถูกปลดออก ศรุตโน้มใบหน้าลงมาประกบเรียวปากหนาเข้ากับริมฝีปากนุ่มของเธอทันทีอย่างโหยหา ไม่มีท่าทีลังเลหรือเยือกเย็นอีกต่อไป มีเพียงความเร่าร้อน ดิบ และเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ถูกเก็บกดไว้ใต้หน้ากากทางกฎหมายมาเนิ่นนาน ทิศาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง รสจูบที่ทั้งลึกล้ำและดุดันดึงสติสัมปชัญญะของเธอให้หลุดลอย มือเรียวที่เคยต่อต้านเปลี่ยนเป็นกำสาบเสื้อของเขาแน่นขึ้น ตอบรับสัมผัสวาบหวามที่รุกไล่เข้ามาอย่างยอมจำนน ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ สร้างความปั่นป่วนจนสะโพกบางแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ทว่าวงแขนแกร่งกลับรวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวแนบแน่น หลอมรวมลมหายใจของคนทั้งคู่ให้เป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางแสงดาว ในห้วงเวลาที่สติสัมปชัญญะกำลังจะพังทลายลงด้วยพิษสวาท ร่างสูงก็ผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ทิ้งไว้เพียงรอยจุมพิตสีเรื่อและหอบหายใจรดริน ศรุตจ้องมองหญิงสาวในอ้อมแขนด้วยแววตารักใคร่ปนความปรารถนาที่ยังค้างคา ก่อนที่ปลายนิ้วโป้งของเขาจะไล้เช็ดคราบลิปสติกที่เลอะมุมปากให้อย่างเบามือ ทว่า... ก่อนที่ทั้งคู่จะได้เอื้อnคำพูดใดออกมา เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากมุมมืดทางบันไดหนีไฟ “คิดไม่ถึงเลยนะครับว่า ทนายความมือหนึ่งกับสถาปนิกสาวผู้แสนหยิ่งผยอง จะมีมุมลับๆ แบบนี้ด้วย...” ทั้งคู่หันขวับไปมองพร้อมกัน ร่างของชายหนุ่มในเงาดำก้าวออกมาจากมุมมืด พร้อมกับแสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือที่สว่างวาบขึ้น—บนหน้าจอนั้น ปรากฏภาพถ่ายระยะประชิดขณะที่พวกเขากำลังจูบกันอย่างดูดดื่มบนระเบียงดาดฟ้า! “ถ้าภาพนี้หลุดออกไปถึงมือสื่อ... พรุ่งนี้คงสนุกน่าดูนะครับ คุณทิศา” ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งไปในเกมแห่งอำนาจและหัวใจนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสายมืดกับสถาปนิกไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%